โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TEAMG หุ้นซิ่ง ราคาวิ่งแซงพื้นฐาน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 02 พ.ค. 2565 เวลา 02.36 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เส้นทางนักลงทุน

หุ้นบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG กลายเป็นหุ้นบริษัทที่สาม รายล่าสุดที่ถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ใช้มาตรการกำกับการซื้อขายหลักทรัพย์เข้มข้นสูงสุดระดับ 3 (T3) จับแขวนป้าย SP ห้ามการซื้อขายเป็นเวลา 1 วันทำการ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา และนับจากนี้จนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม นักลงทุนจะต้องซื้อหุ้นตัวนี้ด้วยบัญชีเงินสด 100% ( Cash Balance) ด้านโบรกเกอร์ก็ไม่นำหุ้นตัวนี้ไปคำนวณวงเงินซื้อขาย และห้ามหักค่าซื้อค่าขายหุ้นในวันเดียวกัน (Net Settlement) ด้วย

โดยตั้งแต่ต้นปี 2565 ที่ผ่านมา หุ้น TEAMG ปรับขึ้นมาแล้วกว่า 291% (ณ 21 เมษายนก่อนถูก SP) และด้วยความหวือหวานี้ ส่งผลให้ TEAMG กลายเป็นหุ้นอันดับสองใน SET และตลาดหลักทรัพย์ mai ที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงที่สุดในรอบ 4เดือนแรกของปีนี้รองจากหุ้นบริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ JTS ที่ราคาเพิ่มขึ้น 318% ก่อนจะถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ แขวนเครื่องหมาย T3 แบบใหม่ สั่งพักการซื้อขายไป 2 วันทำการ (เมื่อวันที่ 20 และ 25 เมษายน )

TEAMG ทำธุรกิจให้บริการปรึกษาด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร ตั้งแต่การศึกษา ออกแบบ จัดทำรายงาน บริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาหุ้น TEAMG ไม่หวือหวามากนัก ทรงตัวอยู่แถว ๆ 2-3 บาทกว่า ๆ

แต่ในช่วงปลายเดือน มีนาคมเป็นต้นมา ราคาหุ้น TEAMG ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมายืนปิดที่ 11.90 บาท ก่อนจะถูกพักการซื้อขายจากความผิดปกติของราคาที่เปลี่ยนแปลงไป ภายหลังการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้แจ้งว่า “ธีระชัย รัตนกมลพร” และ “ธิดารัตน์ สุอมรรัตนากุล” ซึ่งเป็นบุคคลตามมาตรา 258 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ของ “ธีระชัย รัตนกมลพร” ได้เข้าซื้อหุ้น TEAMG ซึ่งเป็นการได้มาเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2565 จำนวน 11.7867% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

ทั้งนี้จากการเข้าถือหุ้นของ “ธีระชัย รัตนกมลพร” และบุคคลตามมาตรา 258 ของ “ธีระชัย รัตนกมลพร” ดังกล่าว ทำให้โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท 10 ลำดับแรกเปลี่ยนแปลงไป คือ กลุ่มครอบครัวรัตนกมลพร กลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 80.150 ล้านหุ้นทันที ขณะที่ บริษัท เน็กซเตอร์ เวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ตกชั้นมาเป็นผู้ถือหุ้นอันดับสองในสัดส่วน 9.9% ด้วยต้นทุนการเข้าซื้อที่ 2.54 บาท (เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 )

“ธีระชัย รัตนกมลพร” อีกด้านหนึ่งก็เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในหุ้นที่ร้อนแรงของปีนี้ ด้วยราคาที่พุ่งขึ้นมาถึง 243% ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับ TEAMG นั่นเอง แต่หากย้อนหลังกลับไปนับตั้งแต่ DITTO เข้าเทรดในตลาด mai วันแรก (6 พฤษภาคม 2564) ราคาหุ้นตัวนี้วิ่งมาราธอนมา 1,147% แล้ว จากราคาไอพีโอ 7.50 บาท มาที่ 93.50 บาท (ณ 22 เมษายน) ช่วงของการทำราคาสูงสุดตั้งแต่เข้าตลาด

TEAMG ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นในครั้งนี้ จะยังไม่กระทบต่อการบริหารและนโยบายดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด ทำให้ TEAMG ยังคงเป็นผู้ให้บริการปรึกษาด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร ตั้งแต่การศึกษา ออกแบบ จัดทำรายงาน บริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ต่อไป

โดยจากธุรกิจนี้ ณ สิ้นปี 2564 บริษัทยังมีงานที่รอส่งมอบคิดเป็นมูลค่า 3,750 ล้านบาท และในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทได้แจ้งรับงานเพิ่มเติม มูลค่ารวม 490 ล้านบาท จากทั้งหมด 9 โครงการ ซึ่งงานของ TEAMG ส่วนใหญ่มาจากภาครัฐราว 60.4%, เอกชน 27.2%, งานธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง 6.8% และงานต่างประเทศ 5.6%

ภายหลังจากถูก SET แขวนป้าน SP ไป 1 วัน ล่าสุด (25 เมษายน) หุ้น TEAMG ยังพยายามจะเดินหน้าพุ่งขึ้นไปแตะ 12.30 บาท แต่มาตรการ T3 ของ SET เบรกความร้อนแรงไว้ ทำให้ราคาหุ้นไปไหนได้ไม่ไกลถอยมาปิดที่ 11.50 บาท

แม้มาตรการกำกับการซื้อขายหลักทรัพย์ T3 จะเบรกความร้อนแรงหุ้น TEAMG ได้ แต่จากข้อมูลความเคลื่อนไหวในอดีตมาจนถึงขณะนี้ ราคาหุ้น TEAMG ก็อาจจะดูร้อนแรงเกินไป ถ้าเปรียบเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน เพราะอัตราส่วนการเงินพื้นฐานเช่น ค่า P/E ก็พุ่งขึ้นไปถึงระดับ 72 เท่าแล้ว จากในอดีต 10-15 เท่า ส่วนค่า P/BV พุ่งไปถึง 8 เท่า จากประมาณ1.5-2 เท่า เช่นกัน

เมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานระหว่างปี 2561-2564 TEAMG มีรายได้รวม 1,666.40 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,846.13 ล้านบาท ก่อนจะลดลงมาที่ 1,721.32 ล้านบาท และทรงตัว 1,787.49 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิก็ทรงตัวจาก 113.53 ล้านบาท ไปสูงสุดที่ 119.4 ล้านบาทเมื่อปี 2563 ส่วนปีที่ผ่านมา TEAMG มีกำไรสุทธิ 111.54 ล้านบาท ดังนั้นการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นเกือบ 3 เท่าตัว จึงควรมีพัฒนาการทางธุรกิจที่สำคัญมารองรับ

ในมุมมองของโบรกเกอร์ประเมินว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1 ปีนี้ TEAMG จะเติบโตขึ้นทั้งแบบไตรมาสต่อไตรมาสและในงวดเดียวกันปีก่อน จากการรับรู้งานโครงการขนาดใหญ่ที่รับรู้ต้นทุนไปแล้วบางส่วน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้ง Learning Curve ของธุรกิจ Non-Consulting ก็เริ่มดีขึ้น ทำให้อัตราการทำกำไรจะดีกว่าช่วงเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปีก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...