โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ทันสแกรมเมอร์!! ตีแผ่ฐานลับเขมร-ดีลยึดทรัพย์หมื่นล้าน เมื่อการหลอกลวงออนไลน์เชื่อมโยงฟอกเงิน จนนำไปสู่การคว่ำบาตรระดับนานาชาติ แนะคนไทยยึด "3 ไม่" ป้องกันก่อนเสียทรัพย์

THE STATES TIMES

อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • THE STATES TIMES TEAM

รู้ทัน…Scammers EP#1 เรื่องราวของการหลอกลวง ฉ้อโกง ตีแผ่กัมพูชา ดินแดนสวรรค์นักต้มตุ๋น
ในโอกาสครบรอบ 5 ปี ของสำนักข่าว THE STATES TIMES กองบรรณาธิการได้จัดทำบทความซีรี่ส์พิเศษเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนคนไทย นั่นก็คือ เรื่องราว ข้อมูล รายละเอียดที่เกี่ยวการฉ้อโกงออนไลน์ (Scammers) ในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแสนสาหัสแก่สังคมไทยอย่างมากมาย บทความซีรี่ส์นี้จะกล่าวถึงการหลอกลวงฉ้อโกง และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันการหลอกลวงฉ้อโกง
ปัจจุบัน เขมรได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแดนสวรรค์ของ Scammers ปีนี้เอง สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรทั้งสองประเทศได้ร่วมกันดำเนินการครั้งใหญ่ต่อเครือข่ายอาชญากรในเขมรที่ดำเนินการหลอกลวงทางออนไลน์ขนาดใหญ่ อาทิ:
1. มาตรการคว่ำบาตรเครือข่ายฉ้อโกงที่เชื่อมโยงกับเขมร กระทรวงการคลังสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรได้ร่วมกันกำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อองค์กรอาชญากรรมในเขมรชื่อ Prince Group และหน่วยงานและบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวหาว่าดำเนินการศูนย์กลางฉ้อโกงออนไลน์อย่างกว้างขวาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์ มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวมีเป้าหมายไปยังบุคคลและองค์กรหลายร้อยแห่ง โดยทำการอายัดทรัพย์สินและระงับการทำธุรกรรมกับระบบการเงินของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร
2. การยึดบิตคอยน์และทรัพย์สินจำนวนมหาศาล ทางการสหรัฐฯ ยังได้ยึดสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมหาศาล (ประมาณ 15 พันล้านดอลลาร์ในรูปของบิตคอยน์) ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลจากกิจกรรมฉ้อโกง ทำให้การยึดทรัพย์ครั้งนี้เป็นการยึดทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีมา
3. ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงาน รัฐบาลเขมรถูกกล่าวหาว่า คนงานจำนวนมากในศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ ซึ่งหลายคนถูกค้ามนุษย์ด้วยข้อเสนองานปลอม ถูกบังคับให้กระทำการฉ้อโกงทางออนไลน์ภายใต้การข่มขู่ และมีการละเมิดเกิดขึ้นภายในสถานที่เหล่านี้
4. ความกังวลในระดับภูมิภาคที่กว้างขึ้น ประเทศอื่น ๆ เช่น เกาหลีใต้ ตอบสนองโดยการออกคำเตือนและข้อจำกัดด้านการเดินทางไปยังพื้นที่ที่เป็นแหล่งรวมการหลอกลวง เนื่องจากมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
การดำเนินการเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายอาชญากรและบุคคลเฉพาะกลุ่มไม่ใช่ต่อประเทศเขมรโดยรวมหรือประชากรทั่วไป แม้ว่า รัฐบาลเขมรได้ปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่าไม่ได้ให้การสนับสนุนการฉ้อโกง และกล่าวว่ากำลังพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว เหตุที่เขมรได้รับความสนใจเป็นพิเศษ รายงานจากแหล่งข่าวนานาชาติ (รวมถึงจากหน่วยงานของสหประชาชาติและกลุ่มสิทธิมนุษยชน) ได้ระบุแหล่งรวมการฉ้อโกงขนาดใหญ่ในเขมร และบันทึกขอบเขตของการฉ้อโกงทางไซเบอร์ในภูมิภาคนี้ ศูนย์เหล่านี้มักดำเนินการในลักษณะของสถานที่รวมกลุ่มที่คนงานถูกกดดันให้กระทำการฉ้อโกง
และเมื่อวันที่ 17 - 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ไทยได้เป็นผู้ริเริ่มและเป็นเจ้าภาพร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ในการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (International Conference on the Global Partnership against Online Scams) ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพมหานคร การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนระดับโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่ดี ข้อมูลข่าวกรอง ตลอดจนการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (Online Scams) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี 60 ประเทศทั่วโลกให้ความสนใจ
กิจกรรมในการประชุม ประกอบด้วย (1)การประชุมระดับสูง (High-level Segment) โดยมีผู้แทนระดับรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตจากประเทศต่าง ๆ ร่วมกล่าวถ้อยแถลงแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นทางการเมืองต่อการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ การอภิปรายเชิงลึกในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและผู้เชี่ยวชาญ โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ อาทิ การยกระดับการสืบสวนสอบสวนต่อกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ การตัดช่องทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรม และการติดตามรู้เท่าทันเทคโนโลยีชั้นสูงที่กลุ่มอาชญากรรมนำมาใช้ และ (2) การรับรองเอกสารผลลัพธ์ที่สำคัญ คือ “ถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement)” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นทางการเมืองร่วมกันของประเทศภาคีในการสนับสนุนความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้าน Online Scams อย่างยั่งยืน มีการสรุปผลการอภิปรายในแต่ละหัวข้อ โดยประเทศที่ร่วมลงนามในถ้อยแถลงร่วมและเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนในกลไกนี้ มีโอกาสพิจารณาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศในครั้งต่อไป รวมทั้งสามารถนำเสนอข้อริเริ่มและสนับสนุนกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการจัดการปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ในอนาคต
อีกทั้ง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศให้การปราบปรามสแกมเมอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็น “วาระแห่งชาติ” โดยย้ำชัดจะดำเนินคดีทุกกรณี “ไม่มีข้อยกเว้น-ไม่มีการเคลียร์” แม้ผู้กระทำผิดจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการเปิดปฏิบัติการ “United Thailand Against Scammers” บูรณาการความร่วมมือระหว่าง 15 หน่วยงานรัฐ-เอกชน โดยปรับยุทธศาสตร์จากการ “ตั้งรับ” เป็นการ “รุกไล่” เพื่อเป็นการปิดช่องโหว่ระบบการเงินของกลุ่มมิจฉาชีพ โดยเน้นย้ำถึงแนวคิด “3 ไม่” คือ ไม่เชื่อ-ไม่รีบ-ไม่โอน เพื่อป้องกันประชาชนตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์และหลอกลวงทางออนไลน์ (ยังมีตอนต่อไป)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...