Gen Z: จากวัยรุ่นสู่กลุ่มผู้บริโภคหลักที่กำหนดอนาคต
เมื่อพูดถึงกลุ่มผู้บริโภคที่กำลังมีบทบาทสำคัญและเปลี่ยนแปลงวิธีการทำธุรกิจในอนาคต คงหนีไม่พ้น Gen Z หรือกลุ่มผู้ที่เกิดระหว่างปี 1997 ถึง 2012 ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อระหว่างคนในโลกกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น การเติบโตในยุคนี้ได้ทำให้พวกเขาคุ้นเคยกับการใช้งานออนไลน์และมีมุมมองที่ใส่ใจในคุณค่าและสิ่งที่สำคัญมากกว่าแค่การครอบครองสิ่งของ
กลุ่ม Gen Z ให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์มากกว่าสินค้า สิ่งที่พวกเขามองหาคือประสบการณ์ที่จะทำให้รู้สึกพึงพอใจ เช่น การเดินทางที่น่าจดจำ
การเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ หรือการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พวกเขามองหาการเชื่อมโยงที่มีความหมายจากสิ่งที่แบรนด์นำเสนอ
ซึ่งหมายถึงว่าธุรกิจจำเป็นต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถเชื่อมโยงทางอารมณ์และสร้างความประทับใจในการใช้ประสบการณ์ร่วมกัน
นอกจากนั้น Gen Z ยังมีความใส่ใจในเรื่องของ สิ่งแวดล้อม และ ความยั่งยืน พวกเขามักเลือกแบรนด์ที่มีความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจและแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อโลก ธุรกิจที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนค่านิยมเหล่านี้จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและยึดความรักจากพวกเขาในระยะยาว
พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของ Gen Z ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน การ รีวิวออนไลน์ และคำแนะนำจาก Influencers
บนสื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจของพวกเขา จึงทำให้การตลาดที่เน้นการสร้างเนื้อหาที่น่าเชื่อถือ
และประสบการณ์เชิงบวกนั้นเป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องให้ความสำคัญ
พร้อมกับการที่กลุ่ม Gen Z กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานและมีรายได้ที่เป็นของตัวเอง รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว
ทำให้พวกเขากลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อที่น่าสนใจ ธุรกิจที่สามารถปรับตัวและพัฒนาช่องทาง ดิจิทัล
ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของกลุ่มนี้ได้อย่างดี จะมีโอกาสเติบโตและชนะใจผู้บริโภคกลุ่มนี้ในอนาคต
การเข้าถึง Gen Z อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเริ่มจากการเข้าใจพวกเขาและการใช้ภาษาที่สื่อสารได้ตรงใจ
แนวทางที่ดีคือการสร้างแคมเปญในโซเชียลมีเดียที่ทั้ง สร้างสรรค์และเกี่ยวข้องกับพวกเขา
รวมถึงการจัดกิจกรรมหรือประสบการณ์ที่ทำให้พวกเขารู้สึกพิเศษ ซึ่งจะทำให้แบรนด์ของเราน่าสนใจและโดนใจมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ สินค้าที่สามารถปรับแต่ง ได้ตามความชอบส่วนบุคคล จะยิ่งช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์
เพราะพวกเขาชอบสิ่งที่สะท้อนตัวตนและเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง ส่วนหนึ่งของความสำเร็จนั้น
ก็มีที่มาจาก ความโปร่งใสและความยั่งยืน ในกระบวนการผลิตสินค้า ที่ทั้งช่วยให้แบรนด์แตกต่างจากคู่แข่ง และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
- การให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
Gen Z ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างมาก โดยมองว่าแบรนด์ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม แบรนด์ที่ตอบโจทย์ด้านนี้จะได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้บริโภคในกลุ่มนี้
- ความต้องการสินค้าและบริการที่สะท้อนตัวตน
สำหรับ Gen Z สินค้าและบริการไม่ได้เป็นเพียงสิ่งของ แต่ต้องสามารถแสดงตัวตนของพวกเขาได้ การปรับแต่งสินค้าให้เหมาะกับความชอบส่วนบุคคลและการสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญ
- การเปลี่ยนมุมมองต่อสินค้าหรูหราและแฟชั่น
สินค้าหรูหราและแฟชั่นสำหรับ Gen Z ไม่ได้เป็นแค่เครื่องหมายของสถานะ แต่กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้แสดงออกถึงความคิดและตัวตน แบรนด์ที่ช่วยให้พวกเขาสามารถสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวจะมีความโดดเด่นในสายตาของกลุ่มนี้
- ความสมดุลระหว่างคุณภาพ ราคา และความยั่งยืน
ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการสินค้ายั่งยืนในราคาที่สูงลิ่ว แต่คาดหวังว่าสินค้าจะมีราคาที่ยุติธรรม ธุรกิจจึงต้องหาสมดุลระหว่างความยั่งยืน คุณภาพ และความคุ้มค่าเพื่อครองใจ Gen Z
- การสื่อสารและเล่าเรื่องที่มีความหมาย
แบรนด์ต้องแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนทั้งในด้านจริยธรรม ความโปร่งใส และเรื่องราวของสินค้า การเล่าเรื่องที่สะท้อนคุณค่าของแบรนด์จะช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ Gen Z จึงไม่เพียงแต่เป็นกลุ่มผู้บริโภคใหม่ แต่ยังเป็นกลุ่มที่กำลัง นิยามตลาดใหม่ ดังนั้น การเตรียมตัวเข้าถึงพวกเขาด้วยกลยุทธ์ที่เข้าใจจะไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ แต่ยังเป็นการวางรากฐานความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้ารุ่นใหม่ที่เป็น กำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในอนาคต
อ้างอิงบทความ จาก Euromonitor International เรื่อง "Five Ways Gen Z is Transforming Luxury and Fashion"และ บทความ "Buying into Sustainability" (McKinsey)