โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รมว. คลัง มอง Digital Finance คืออนาคตของธุรกิจการเงิน หวังจีดีพีปี 68 โตเกิน 3%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ธ.ค. 2567 เวลา 17.25 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2567 เวลา 10.25 น.

รมว. คลัง สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล ชี้ Digital Finance เป็นอนาคตของธุรกิจการเงิน ชู Virtual Bank ช่วยคนเข้าถึงสินเชื่อ หวังจีดีพีปี 2568 ขยายตัวได้ 3-3.5% โดยท่องเที่ยว ส่งออก และ ลงทุนจากต่างประเทศเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก

19 ธ.ค. 2567 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง กล่าวเปิด งานมหกรรมการเงินกรุงเทพส่งท้ายปี ครั้งที่ 7 Money Expo 2024 Bangkok Year-End จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร

โดยระบุว่า งานมหกรรมการเงินกรุงเทพส่งท้ายปี ครั้งที่ 7 Money Expo Bangkok Year – End 2024 จัดภายใต้แนวคิด Digital Finance For All ซึ่งต้องยอมรับว่าปัจจุบันดิจิทัลเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยที่ผ่านมาคนไทยได้ใช้ e-Money พร้อมเพย์ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้โดยอยู่ระหว่างพัฒนา Central bank Digital Currency (CBDC)

นอกจากนี้แนวคิด Digital Finance For All ยัง สอดคล้องกับแนวคิดของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมุ่งเน้นเรื่องฐานข้อมูล Data Center และ AI

“วันข้างหน้าเราจะเปลี่ยนผ่านด้วยการใช้ข้อมูลเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจที่มีระบบด้วย AI ผ่านกระบวนการดิจิทัล”

นายพิชัย กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลในหลายด้านแล้ว โดยในด้านการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชน รัฐบาลได้ดำเนินการเรื่องธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank โดยใช้ข้อมูลทางเลือกเพื่อเข้าถึงประวัติของประชาชนในการพิจารณาสินเชื่อ

“ดิจิทัลจะเข้ามาเชื่อมต่อระหว่างคนที่ต้องการปล่อยสินเชื่อและคนที่ต้องการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งเมื่อสองฝั่งมาเจอกันได้จะทำให้เกิดการลงทุน การบริโภค ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปได้”

ขณะที่ฝั่งของตลาดหลักทรัพย์ก็ได้เริ่มเรื่องสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน เช่น คาร์บอนเครดิต โดยได้มีการออกกฎหมายเรื่อง Investment token และในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีการดำเนินการเรื่อง Utility Token ด้วย

นายพิชัย กล่าวว่า สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยปัจจุบันเติบโตได้ต่ำกว่าระดับศักยภาพ โดยปี 2567 ในไตรมาส 4 หากเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ประมาณ 4% คาดว่าทั้งปีจะขยายตัวได้ที่ 2.7-2.8% ซึ่งดีกว่าก่อนหน้านี้ที่ขยายตัวได้ 1.9%

สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2568 หากสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตของเศรษฐกิจไว้ได้จากทั้งจากการส่งออก การท่องเที่ยวที่เข้าว่าจะเข้ามา 39.9 ล้านคน การบริโภคในประเทศที่มีการขยายตัวได้ต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนที่ปัจจุบันการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั้งจากที่มาขอการส่งเสริมการลงทุนของ BOI และ EEC ก็จะเป็นแรงบวกให้กับเศรษฐกิจไทย

“ตอนนี้หลายสำนักเริ่มคาดการณ์จีดีพีในปี 2568 แล้ว ส่วนใหญ่มองกันว่าจะอยู่ที่ 3% แต่ผมมองว่าจะอยู่ที่ 3-3.5% หากสามารถผลักดันมาตรการต่างๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจโตได้สภาพคล่องที่เก็บเอาไว้ก็จะไหลออกมาสู่การลงทุนที่แท้จริง ตอนนี้เราอยู่ท่ามกลางความหวังที่เห็นได้ชัดเจนขึ้น”

นายพิชัย กล่าวต่อว่า สำหรับประชาชนที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากโควิด รัฐบาลได้เข้าไปช่วยดูแลกลุ่มที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ยังมีศักยภาพในการฟื้นตัวผ่านโครงการแก้หนี้คุณสู้เราช่วย มูลหนี้รวมกว่า 8 แสนล้านบาท โดยโครงการนี้จะทำให้ NPL ทยอยลดลงได้ภายใน 3 ปี และส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้

ส่วนกลุ่ม NPL ส่วนที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (non-bank) รัฐบาลกำลังดูแนวทางในการดูแล โดยอาจขอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการใช้สินเชื่อดอกเบี้ยค่ำ (Soft loan) จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเพื่อใช้แก้หนี้ในกลุ่มนี้

“มาตรการทั้งหมดเหล่านี้จะทำให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ ขณะที่ Digital Finance For All ก็จะเป็นอนาคตของธุรกิจการเงิน”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...