รมว. คลัง มอง Digital Finance คืออนาคตของธุรกิจการเงิน หวังจีดีพีปี 68 โตเกิน 3%
รมว. คลัง สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล ชี้ Digital Finance เป็นอนาคตของธุรกิจการเงิน ชู Virtual Bank ช่วยคนเข้าถึงสินเชื่อ หวังจีดีพีปี 2568 ขยายตัวได้ 3-3.5% โดยท่องเที่ยว ส่งออก และ ลงทุนจากต่างประเทศเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก
19 ธ.ค. 2567 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง กล่าวเปิด งานมหกรรมการเงินกรุงเทพส่งท้ายปี ครั้งที่ 7 Money Expo 2024 Bangkok Year-End จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร
โดยระบุว่า งานมหกรรมการเงินกรุงเทพส่งท้ายปี ครั้งที่ 7 Money Expo Bangkok Year – End 2024 จัดภายใต้แนวคิด Digital Finance For All ซึ่งต้องยอมรับว่าปัจจุบันดิจิทัลเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยที่ผ่านมาคนไทยได้ใช้ e-Money พร้อมเพย์ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้โดยอยู่ระหว่างพัฒนา Central bank Digital Currency (CBDC)
นอกจากนี้แนวคิด Digital Finance For All ยัง สอดคล้องกับแนวคิดของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมุ่งเน้นเรื่องฐานข้อมูล Data Center และ AI
“วันข้างหน้าเราจะเปลี่ยนผ่านด้วยการใช้ข้อมูลเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจที่มีระบบด้วย AI ผ่านกระบวนการดิจิทัล”
นายพิชัย กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลในหลายด้านแล้ว โดยในด้านการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชน รัฐบาลได้ดำเนินการเรื่องธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank โดยใช้ข้อมูลทางเลือกเพื่อเข้าถึงประวัติของประชาชนในการพิจารณาสินเชื่อ
“ดิจิทัลจะเข้ามาเชื่อมต่อระหว่างคนที่ต้องการปล่อยสินเชื่อและคนที่ต้องการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งเมื่อสองฝั่งมาเจอกันได้จะทำให้เกิดการลงทุน การบริโภค ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปได้”
ขณะที่ฝั่งของตลาดหลักทรัพย์ก็ได้เริ่มเรื่องสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน เช่น คาร์บอนเครดิต โดยได้มีการออกกฎหมายเรื่อง Investment token และในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีการดำเนินการเรื่อง Utility Token ด้วย
นายพิชัย กล่าวว่า สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยปัจจุบันเติบโตได้ต่ำกว่าระดับศักยภาพ โดยปี 2567 ในไตรมาส 4 หากเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ประมาณ 4% คาดว่าทั้งปีจะขยายตัวได้ที่ 2.7-2.8% ซึ่งดีกว่าก่อนหน้านี้ที่ขยายตัวได้ 1.9%
สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2568 หากสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตของเศรษฐกิจไว้ได้จากทั้งจากการส่งออก การท่องเที่ยวที่เข้าว่าจะเข้ามา 39.9 ล้านคน การบริโภคในประเทศที่มีการขยายตัวได้ต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนที่ปัจจุบันการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั้งจากที่มาขอการส่งเสริมการลงทุนของ BOI และ EEC ก็จะเป็นแรงบวกให้กับเศรษฐกิจไทย
“ตอนนี้หลายสำนักเริ่มคาดการณ์จีดีพีในปี 2568 แล้ว ส่วนใหญ่มองกันว่าจะอยู่ที่ 3% แต่ผมมองว่าจะอยู่ที่ 3-3.5% หากสามารถผลักดันมาตรการต่างๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจโตได้สภาพคล่องที่เก็บเอาไว้ก็จะไหลออกมาสู่การลงทุนที่แท้จริง ตอนนี้เราอยู่ท่ามกลางความหวังที่เห็นได้ชัดเจนขึ้น”
นายพิชัย กล่าวต่อว่า สำหรับประชาชนที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากโควิด รัฐบาลได้เข้าไปช่วยดูแลกลุ่มที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ยังมีศักยภาพในการฟื้นตัวผ่านโครงการแก้หนี้คุณสู้เราช่วย มูลหนี้รวมกว่า 8 แสนล้านบาท โดยโครงการนี้จะทำให้ NPL ทยอยลดลงได้ภายใน 3 ปี และส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้
ส่วนกลุ่ม NPL ส่วนที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (non-bank) รัฐบาลกำลังดูแนวทางในการดูแล โดยอาจขอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการใช้สินเชื่อดอกเบี้ยค่ำ (Soft loan) จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเพื่อใช้แก้หนี้ในกลุ่มนี้
“มาตรการทั้งหมดเหล่านี้จะทำให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ ขณะที่ Digital Finance For All ก็จะเป็นอนาคตของธุรกิจการเงิน”