โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทองร่วง บาทอ่อน จับตาตัวเลขการจ้างงานสัปดาห์นี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ธ.ค. 2567 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2567 เวลา 11.39 น.

ทองร่วง บาทอ่อน จับตาตัวเลขการจ้างงานสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในระยะถัดไป ชี้ภาพระยะสั้นค่าเงินบาทมีแนวโน้มเหวี่ยงตัวตามการเคลื่อนไหวระหว่างวันของราคาทองคำในตลาดโลก

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/12) ที่ระดับ 34.46/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (29/11) ที่ระดับ 34.29/31 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยดอลลาร์สหรัฐเช้านี้ (2/12) ฟื้นตัวเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dolla Index ปรับตัวแถวระดับ 106.15 โดยได้แรงหนุนหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐจะเก็บภาษีนำเข้า 25% จากสินค้าทั้งหมดที่มาจากเม็กซิโก และแคนาดา ในวันแรกที่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี และจะเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมอีก 10% จากสินค้าจีน พร้อมระบุว่ามาตรการนี้เป็นการตอบโต้การค้ายาและการอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับข้อมูลภาคบริการและการจ้างงานเดือน พ.ย. ของสหรัฐ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในระยะถัดไป ขณะที่ผู้ร่วมตลาดมองว่า คำขู่เกี่ยวกับการขึ้นอัตราศุลกากรของทรัมป์ เป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรองสำหรับประเด็นทางสังคมหรือด้านอื่น ๆ โดยภาพระยะสั้นค่าเงินบาทมีแนวโน้มเหวี่ยงตัวตามการเคลื่อนไหวระหว่างวันของราคาทองคำในตลาดโลก และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐต่อไป

ด้านปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (2/12) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน พ.ย. 67 อยู่ที่ระดับ 49.3 ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 47.0 ในเดือน ต.ค. 67 จากการเพิ่มขึ้นในเกือบทุกองค์ประกอบ สำหรับความเชื่อมั่นในภาคการผลิตปรับเพิ่มขึ้นในเกือบทุกหมวดธุรกิจ

นำโดยกลุ่มผลิตพลาสติก และยางพารา ที่ความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อและการผลิตปรับเพิ่มขึ้นมาก ตามอุปสงค์บรรจุภัณฑ์อาหารที่ขยายตัวดี และการสะสมสต๊อกยางแท่ง และยางแผ่นของคู่ค้าในจีน ส่วนหนึ่งจากแนวโน้มราคายางพาราที่ลดลง เช่นเดียวกับกลุ่มผลิตอาหาร ที่ความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการ และการผลิตปรับเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการส่งออกทูน่ากระป๋อง และผลิตภัณฑ์ไก่ที่เติบโตตามอุปสงค์คู่ค้า

ขณะที่ความเชื่อมั่นในภาคที่มิใช่การผลิต ปรับเพิ่มขึ้นมากเฉพาะกลุ่มโรงแรม และร้านอาหาร ที่ความเชื่อมั่นดีขึ้นในทุกด้าน จากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวตามกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) โดยเฉพาะตลาดภูมิภาคยุโรป และสหรัฐ โดยในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 51.3 จากความเชื่อมั่นในภาคการผลิตทางตัว ความเชื่อมั่นในเกือบทุกหมวดธุรกิจดีขึ้น ยกเว้นในกลุ่มผลิตยานยนต์ ที่ความเชื่อมั่นปรับลดลงต่อเนื่องในเกือบทุกองค์ประกอบ จากยอดขายในประเทศและการส่งออกที่ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว

ขณะที่ความเชื่อมั่นในภาคที่มิใช่การผลิต ปรับลดลงในเกือบทุกหมวดธุรกิจ นำโดยกลุ่มค้าปลีก ส่วนหนึ่งจากปัจจัยเชิงฤดูกาลที่คำสั่งซื้อมีแนวโน้มลดลง หลังจากที่เร่งไปมากในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประกอบกับกำลังซื้อของครัวเรือนฐานรากที่ฟื้นตัวช้า กดดันยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคให้ชะลอลง เช่นเดียวกับกลุ่มขนส่งที่ความเชื่อมั่นปรับลดลง นำโดยด้านคำสั่่งซื้อและปริมาณการให้บริการ จากทั้งกลุ่มขนส่งสินค้าและขนส่งผู้โดยสาร

ทั้งนี้ระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.30-34.53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.45/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/12) ที่ระดับ 1.0536/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (22/11) ที่ระดับ 1.0426/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในวันศุกร์ (29/11) ที่ผ่านมาสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ในเดือน พ.ย. โดยราคาอาหารปรับตัวลง

ขณะที่ราคาบริการพุ่งสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เมื่อเทียบรายปี อัตราเงินเฟ้อฝรั่งเศส (ประมาณการขั้นต้น) ที่ปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสหภาพยุโรป (HICP) อยู่ที่ 1.7% ในเดือน พ.ย. ขยับขึ้นจาก 1.6% ในเดือน ต.ค. ซึ่งตรงกับที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์ในโพลของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ ราคาบริการในเดือน พ.ย.ปรับตัวสูงขึ้น 2.5% จากปีที่แล้ว เพิ่มจาก 2.3% ในเดือน ต.ค. ส่วนราคาพลังงานปรับตัวลง 0.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งลดลงเร็วกว่าเดือนก่อนที่ติดลบ 0.2%

INSEE รายงานว่า ราคาสินค้าอุตสาหกรรมและยาสูบยังทรงตัว โดยมีอัตราการเติบโตเท่ากับเดือนก่อน เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี HICP ปรับตัวลงเล็กน้อย สาเหตุหลักมาจากราคาค่าบริการที่ลดลง โดยเฉพาะในภาคขนส่ง ส่วนราคาอาหารและสินค้าอุตสาหกรรมยังทรงตัว ขณะที่ราคาพลังงานและยาสูบปรับตัวขึ้นเล็กน้อย

ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคขั้นต้นของฝรั่งเศสที่ไม่ได้ปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสหภาพยุโรป (CPI) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.3% ในเดือน พ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลข 1.2% ในเดือน ต.ค. โดยในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0497-1.0587 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0515/16 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/12) ที่ระดับ 150.23/28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (29/11) ที่ระดับ 150.04/08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังวันศุกร์ (29/11) เยนแข็งค่ามากที่สุดเทียบดอลลาร์ นับตั้งแต่เดือน ก.ค. ภายหลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของกรุงโตเกียว ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสดที่มีความผันผวนนั้นเพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือน พ.ย. โดยเพิ่มขึ้นจาก 1.8% ในเดือน ต.ค. และสูงกว่าคาดการณ์ที่คาดว่าอาจเพิ่มขึ้น 2.1%

โดยตัวเลขที่ออกมาหนุนโอกาสที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า สวนทางทิศทางดอกเบี้ยเฟด โดยในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.52-150.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 150.23/24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ของสหรัฐ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือน พ.ย. (2/12), ดัชนี PMI ภาคการผลิตจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) เดือน พ.ย. (2/12), ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS เดือน ต.ค. (3/12), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการเดือน พ.ย. (4/12), ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) เดือน พ.ย. (4/12), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (5/12), ตัวเลขนำเข้าและส่งออกเดือน ต.ค. (5/12), การจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือน พ.ย. (6/12), และอัตราการว่างงานเดือน พ.ย. (6/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.75/-9.45 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.7/4.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทองร่วง บาทอ่อน จับตาตัวเลขการจ้างงานสัปดาห์นี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...