(มี E-book) ชีวิตใหม่ของนางร้ายตัวประกอบ 上天给我的新机会
ข้อมูลเบื้องต้น
ชีวิตใหม่ของนางร้ายตัวประกอบ 上天给我的新机会
โจวซินหรู สูญเสียทุกอย่างให้กับน้องสาวต่างแม่ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน หรือแม้แต่คู่หมั้น
เธอพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้ทุกอย่างกลับมา แต่ผลสุดท้าย… แม้แต่ชีวิต เธอก็ยังรักษาเอาไว้ไม่ได้
เมื่อวิญญาณออกจากร่าง ถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นนางร้ายตัวประกอบในหนังสือนิยาย
ซินหรูเฝ้ามองเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ได้เห็นจุดจบของนางร้ายและตัวร้ายที่ทยอยล้มหายตายจาก
แม้แต่ตัวร้ายหมายเลขหนึ่งยังสู้ไม่ได้ แล้วนางร้ายตัวประกอบอย่างเธอจะสู้ได้อย่างไร!!
เมื่อเรื่องราวถึงตอนจบ จึงได้รู้ว่า… ทุกอย่างล้วนได้ถูกกำหนดไว้หมดแล้ว พยายามแทบตายก็รักษาเอาไว้ไม่ได้อยู่ดี
ทว่าสวรรค์เมตตาหรือเทพเซียนกลั่นแกล้ง ถึงได้ส่งวิญญาณของเธอให้กลับมาตอนที่ตัวเองอายุ 18 ปีอีกครั้ง!!
ในเมื่อไม่อยากพบจุดจบแบบเดิม เธอเลยเลือกทำในสิ่งใหม่
แม้ไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไร เธอก็พร้อมที่จะเลือกเส้นทางใหม่อยู่ดี
**ภาพปกเป็นภาพที่ผู้เขียนซื้อมาจากเพจปกสำเร็จรูป ห้ามนำไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต**
นิยายเรื่องนี้อ้างอิงช่วงประมาณยุค 80 ของจีน แต่ไม่ได้อ้างอิงทั้งหมด
บางอย่างผู้เขียนแต่งเติมขึ้นมาเอง เพื่อเพิ่มอรรถรสเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในทางไม่ดีแต่อย่างใด
*** ทุกอย่างเลยไม่เหมือนยุค 80 ของจีนทั้งหมด ***
*** ชื่อบุคคล สถานที่ ไม่มีอยู่จริง โปรดอ่านเพื่อความบันเทิงเพียงเท่านั้น ***
*************
ลิขสิทธิ์
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ.2558
ลิขสิทธิ์ในงานเขียนเรื่องนี้เป็นของข้าพเจ้า จินเหมยเทียน แต่เพียงผู้เดียว
ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง หรือลอกเลียนโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
บทนำ
ชีวิตใหม่ของนางร้ายตัวประกอบ 上天给我的新机会
โจวซินหรู สูญเสียทุกอย่างให้กับน้องสาวต่างแม่ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน หรือแม้แต่คู่หมั้น
เธอพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้ทุกอย่างกลับมา แต่ผลสุดท้าย… แม้แต่ชีวิต เธอก็ยังรักษาเอาไว้ไม่ได้
เมื่อวิญญาณออกจากร่าง ถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นนางร้ายตัวประกอบในหนังสือนิยาย
ซินหรูเฝ้ามองเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ได้เห็นจุดจบของนางร้ายและตัวร้ายที่ทยอยล้มหายตายจาก
แม้แต่ตัวร้ายหมายเลขหนึ่งยังสู้ไม่ได้ แล้วนางร้ายตัวประกอบอย่างเธอจะสู้ได้อย่างไร!!
เมื่อเรื่องราวถึงตอนจบ จึงได้รู้ว่า… ทุกอย่างล้วนได้ถูกกำหนดไว้หมดแล้ว พยายามแทบตายก็รักษาเอาไว้ไม่ได้อยู่ดี
ทว่าสวรรค์เมตตาหรือเทพเซียนกลั่นแกล้ง ถึงได้ส่งวิญญาณของเธอให้กลับมาตอนที่ตัวเองอายุ 18 ปีอีกครั้ง!!
ในเมื่อไม่อยากพบจุดจบแบบเดิม เธอเลยเลือกทำในสิ่งใหม่
แม้ไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไร เธอก็พร้อมที่จะเลือกเส้นทางใหม่อยู่ดี
**ภาพปกเป็นภาพที่ผู้เขียนซื้อมาจากเพจปกสำเร็จรูป ห้ามนำไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต**
นิยายเรื่องนี้อ้างอิงช่วงประมาณยุค 80 ของจีน แต่ไม่ได้อ้างอิงทั้งหมด
บางอย่างผู้เขียนแต่งเติมขึ้นมาเอง เพื่อเพิ่มอรรถรสเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในทางไม่ดีแต่อย่างใด
*** ทุกอย่างเลยไม่เหมือนยุค 80 ของจีนทั้งหมด ***
*** ชื่อบุคคล สถานที่ ไม่มีอยู่จริง โปรดอ่านเพื่อความบันเทิงเพียงเท่านั้น ***
*************
ลิขสิทธิ์
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ.2558
ลิขสิทธิ์ในงานเขียนเรื่องนี้เป็นของข้าพเจ้า จินเหมยเทียน แต่เพียงผู้เดียว
ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง หรือลอกเลียนโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
คุณหนูเสียสติไปแล้ว
ตอนที่ 1 คุณหนูเสียสติไปแล้ว
"นี่หล่อนได้ยินเสียงแปลก ๆ ในห้องของคุณหนูบ้างไหม" เสียงกระซิบกระซาบพูดคุยถึงเรื่องแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้
"น่าจะเสียใจที่คุณผู้หญิงจากไป" แม่จากไป เป็นใครก็ต้องเสียใจอยู่แล้ว
"เสียใจอะไร มีเสียงหัวเราะด้วย!! " คนเสียใจมีแต่จะร้องไห้ไม่ใช่หรือ
"แต่ฉันได้ยินเสียงร้องไห้อยู่เลยนะ" เมื่อวานยังได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นปานแทบขาดใจอยู่เลย จะมาบอกว่าได้ยินเสียงหัวเราะได้อย่างไร
"ฉันได้ยินเสียงพูดไปด้วยร้องไห้ไปด้วย และเหมือนจะมีหัวเราะด้วย เพิ่งได้ยินเมื่อคืนนี้เอง" อย่ามัวแต่เถียงกันเลย เธอได้ยินมาหมดทุกอย่าง
"หรือว่าคุณหนูจะเสียสติไปแล้ว" มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่มีอาการแบบนี้
"อย่ามัวแต่นินทาเจ้านาย รีบไปทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย วันนี้จะมีแขกมาบ้าน" แม่บ้านเดินเข้ามาห้ามปรามคนอื่น ๆ งานยังไม่เสร็จ มัวแต่คุยกันอยู่นั่นแหละ
"อาหารจานนี้ของคุณหนูใช่ไหม" แม่บ้านเดินเข้ามาถามแม่ครัว เพราะช่วงนี้คุณหนูจะกินอาหารที่ห้อง ไม่ออกมาร่วมโต๊ะกับคุณท่านหลายวันแล้ว
"ใช่ ฉันเตรียมหลายอย่างเลย เพราะสองสามวันมานี้คุณหนูแทบไม่กินอะไรเลย และตอนนี้คนพูดกันหนาหูว่าคุณหนูมีอาการแปลก ๆ หล่อนได้เข้าไปดูบ้างไหม" แม่ครัวถามเพื่อนร่วมงาน
"คงเสียใจที่คุณผู้หญิงจากไปนั่นแหละ แม้แต่นายท่านจะเข้าไปยังไม่ให้เข้าไปเลย" คนเป็นพ่อจะเข้าไปหา คุณหนูยังบอกว่าต้องการอยู่คนเดียว แล้วแม่บ้านอย่างเธอจะกล้าเข้าไปใกล้ได้อย่างไร
"ไม่ใช่ว่าเสียสติไปจริง ๆ หรอกนะ" แม่ครัวถามเสียงเบา
"ถ้าตอนนี้เสียสติ หลังจากนี้จะไม่หนักกว่าหรือ" แม่บ้านถอนหายใจ ไม่เข้าใจชีวิตคนรวยสักเท่าไร คนจนทุกข์ใจเรื่องเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ส่วนคนรวยก็ทุกข์ใจเรื่องอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูกเรื่องเมีย ทุกข์ใจสารพัดเรื่องมากกว่าคนจนเสียอีก
"ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือ" แม่ครัวคิดว่าการสูญเสียครั้งนี้ก็มากแล้ว ยังจะมีเรื่องอื่นอีกหรือ!!
"มีสิ วันนี้ก็คงรู้กันทั้งบ้านนั่นแหละ" แม่บ้านถอนหายใจออกมา เพราะรู้ว่าหลังจากวันนี้ ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
โจวซินหรู นอนแผ่อยู่บนเตียงกว้าง วันนี้คือเช้าของวันที่สี่ที่เธอลืมตาตื่น เธอมั่นใจว่าตัวเองได้ตายไปแล้ว เพราะเธอได้เฝ้ามองเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนถึงตอนจบ และเธอได้รู้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไปตามหนังสือนิยายเรื่องหนึ่งเท่านั้น
วันแรกที่ลืมตาตื่น เธอนึกว่าตัวเองฝันร้าย เธอหัวเราะดังลั่นด้วยความดีใจที่ตัวเองตื่นจากฝันร้าย พอวันที่สองเธอเริ่มได้สติกลับมา เพราะรู้ว่ามันมีเหตุการณ์เหมือนในความฝันเกิดขึ้น เมื่อรู้แล้วว่าสิ่งที่เจอมาไม่ใช่ความฝัน แต่มันคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง และมันก็เกิดขึ้นแล้ว แม่ของเธอเสียชีวิตเพราะร่างกายอ่อนแอ เจ็บออด ๆ แอด ๆ มาหลายปี พอรู้แบบนั้นเธอก็ปล่อยโฮร้องไห้จนแทบขาดใจ
พอวันที่สามเธอถึงได้รู้ตัวว่าแท้จริงแล้วเธอได้ย้อนกลับมาตอนที่ตัวเองอายุ 18 ปีอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่าตัวเองหวนกลับมาได้อย่างไร สวรรค์สงสารหรือกลั่นแกล้งเธอกันแน่ เพราะถึงจะได้กลับมา แต่เธอก็เหมือนตัวคนเดียวอยู่ดี แม่ของเธอจากไปได้หนึ่งเดือนแล้ว พอรู้แบบนั้นเธอทั้งหัวเราะและร้องไห้เหมือนคนบ้า ช่วงสามวันมานี้เธอขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง จนวันนี้คือวันที่สี่ที่เธอไม่หัวเราะ ไม่ร้องไห้ ไม่เป็นบ้าเสียสติเหมือนสามวันก่อน เพราะเธอทำใจและตั้งสติได้แล้ว หากมัวแต่อยู่อย่างนี้ ชีวิตของเธอก็คงไม่ต่างไปจากชีวิตก่อนแน่นอน
"วันนี้แล้วสินะที่พ่อจะพาครอบครัวใหม่เข้ามาในบ้าน" ซินหรูมองปฏิทินที่ติดอยู่บนฝาผนัง เธอจำวันที่ได้ดี เพราะเป็นวันที่เธอมีพี่ชายกับน้องสาวเพิ่มมาแบบไม่ทันตั้งตัว
ชีวิตก่อนเธอไล่ตะเพิดทั้งสามคนออกจากบ้านทันทีที่พ่อบอกว่าจะแต่งงานใหม่ เป็นใครจะรับได้ ในเมื่อแม่ของเธอเพิ่งเสียไปได้แค่เดือนเดียว ในตอนนั้นเธออาละวาดดุด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ผลที่ได้คือพ่อที่รักตบหน้าเธอ แล้วสั่งให้เธอไปสงบสติอารมณ์ในห้อง ไม่ต้องออกมา นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด
เพราะพ่อแสดงออกอย่างออกหน้าออกตาว่ารักและห่วงใยสามแม่ลูกเหลือเกิน แล้วเธอที่เป็นลูกแท้ ๆ ทำไมต้องถูกขังอยู่แต่ในห้อง เธอเลยบันดาลโทสะเอาทุกอย่างมาลงกับสามแม่ลูก ไม่ว่าจะตบน้องสาว ผลักแม่เลี้ยง เอาน้ำราดพี่ชาย กลั่นแกล้งทุกอย่างที่เธอสามารถทำได้ นั่นยิ่งทำให้พ่อลงโทษเธอหนักกว่าเดิม และยังบอกว่าจะตัดเธอออกจากตระกูลโดยไม่ให้อะไรเธอติดตัวไปสักอย่าง
ในตอนนั้นเธอเป็นเพียงเด็กสาวอายุ 18 ปี เธอไม่คิดหรอกว่าพ่อจะกล้าทำแบบนั้นกับเธอจริง ๆ เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อ อย่างไรก็ไม่มีทางเกิดขึ้น แต่เธอคิดผิด พ่อสนับสนุนลูกเลี้ยงทั้งสองคน พาพวกเขาไปเปิดตัวกับแวดวงสังคม และเพราะแม่เลี้ยงของเธอเป็นคนมีเงิน มีธุรกิจเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว จึงได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี
เพราะเคยเป็นที่หนึ่งเสมอ ไม่เคยต้องแบ่งปันให้ใคร เธอจึงไม่ยินยอม หวังทวงทุกอย่างที่เป็นของตัวเองกลับคืนมา เธอจึงวางยาแม่เลี้ยงให้ไปมีอะไรกับชายอื่น แล้วหวังให้พ่อมาเจอ พ่อจะได้เลิกกับผู้หญิงคนนั้น แต่เพราะความคิดตื้นเขิน คิดว่าไม่มีคนรู้ทัน กลับกลายเป็นโดนพี่ชายซ้อนแผน กลายเป็นเธอที่ถูกวางยาเสียเอง และเพราะร่างกายของเธอมีอาการแพ้ยาชนิดนั้นอย่างรุนแรง แทนที่จะไปมีอะไรกับผู้ชาย กลับกลายเป็นขาดใจตายทันทีที่ดื่มยานั้นเข้าไป นั่นจึงเป็นจุดจบของนางร้ายตัวประกอบอย่างเธอ
พอเป็นวิญญาณจึงได้รู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วสองพี่น้องนั้นไม่ใช่ลูกเลี้ยงของพ่อ แต่เป็นลูกของพ่อจริง ๆ พวกเขาคือคนรักที่รักกันมานาน แต่เพราะพ่อถูกปู่บังคับให้มาแต่งงานกับแม่เพื่อตอบแทนบุญคุณที่เคยช่วยเหลือกันมา พ่อขัดไม่ได้เลยต้องมาแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก แต่ก็ยังมีเธอออกมา เธอคิดว่าคนที่น่าสงสารที่สุดคือแม่ของเธอที่รู้ความจริงทุกอย่าง แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้แค่เก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียวเท่านั้น
"คุณหนูคะ มื้อเช้าค่ะ"
"เอาเข้ามาเลย" ซินหรูลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะออกไปเผชิญหน้ากับทุกเรื่อง เธอต้องกินข้าวให้อิ่มเสียก่อน
"อยากทานอะไรเพิ่มไหมคะ"
"ไม่ ฉันอยากได้กล่องเก็บของของแม่ทุกอย่าง ช่วยขนมาไว้ที่นี่ตอนนี้เลย" เธอจะเลือกทำตรงกันข้ามกับชีวิตก่อน ไม่ว่าเส้นเรื่องในนิยายเป็นอย่างไร เธอไม่สนใจ ในเมื่อให้โอกาสเธอกลับมาแล้ว หลังจากนี้เธอก็จะทำตามใจตัวเอง
"สายวันนี้คุณท่านมีแขก… อยากให้คุณหนูลงไปด้วย" แม่บ้านที่เดินตามเข้ามารีบแจ้งไว้ก่อน
"อือ มาตามฉันก็แล้วกัน" ซินหรูตอบโดยไม่มองหน้า เธอนั่งกินข้าวต่อโดยไม่สนใจอะไร
แม่บ้านรับคำก่อนเดินออกไปข้างนอก ตอนนี้เธอต้องเกณฑ์คนให้ไปยกของของคุณผู้หญิงมาที่ห้องคุณหนูให้หมด ถึงจะแปลกใจในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง แววตา หรือการกระทำที่ไม่เหมือนเดิม แต่แม่บ้านก็ต้องทำตามคำสั่งอยู่ดี…
เริ่มก่อนได้เปรียบเสมอ
ตอนที่ 2 เริ่มก่อนได้เปรียบเสมอ
ซินหรูให้คนขนของของแม่มากองไว้ที่ห้อง ส่วนเธอออกไปหาพ่อก่อนที่แขกจะมาบ้าน บ้านของเธอเป็นบ้านแบบซือเหอหยวนแบบ 10 ลาน แยกออกเป็นสัดส่วน ส่วนตรงกลางคือเรือนใหญ่ที่พ่ออยู่ ฝั่งซ้ายเป็นของแม่ ส่วนฝั่งขวาปล่อยว่างเอาไว้ ส่วนเธออยู่เรือนหลังเก่าของปู่กับย่าซึ่งถูกสร้างแยกออกมา แต่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน
พ่อกับแม่ของเธอแยกกันอยู่ตั้งแต่เธอจำความได้ ในตอนนั้นเธอคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะบ้านตั้งกว้าง แยกกันอยู่ก็ยังมีพื้นที่เหลืออยู่ตั้งเยอะ แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าไม่ใช่เพราะบ้านกว้างใหญ่ แต่เป็นเพราะพ่อไม่เคยรักแม่เลย ส่วนแม่นั้น… เธอไม่รู้เลยว่ารักพ่อไหม เพราะแม่เก็บความรู้สึกเก่งจนมองไม่ออก
ที่เธอให้รีบย้ายของของแม่ เพราะจำได้ว่าพ่อจะให้แม่เลี้ยงกับลูกสาวอยู่บ้านฝั่งซ้าย ซึ่งเคยเป็นบ้านหลังเก่าที่แม่อยู่ ชาติก่อนเธอไม่ยอมและอาละวาดพังของเสียหายไปหลายอย่าง แต่ก็สู้คำสั่งของพ่อไม่ได้อยู่ดี
ส่วนลูกชายได้อยู่บ้านฝั่งขวา พอตายถึงได้รู้ว่าบ้านฝั่งขวามีไว้สำหรับผู้สืบทอด ในเมื่อรู้ว่าทำอะไรไปก็สู้ไม่ได้ เธอเลยย้ายของของแม่ออกมาเท่านั้นเอง
"พ่อว่างไหม ฉันมีเรื่องจะให้พ่อช่วย" ซินหรูเจอพ่อนั่งจิบน้ำชาอย่างสบายอารมณ์ ไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินข่าวที่คนงานในบ้านพูดไหมว่าช่วงสองสามวันมานี้เธอเหมือนคนเสียสติ ถ้าได้ยินเขาก็น่าจะพยายามเข้าหาเธอบ้าง แต่จากที่เห็นเขายังอารมณ์ดีอยู่เลย
"มีอะไรเหรอ แล้วนี่หายดีแล้วเหรอ" โจวต้านไม่คิดว่าลูกสาวจะมาหาเวลานี้ เพราะก่อนหน้านั้นเขาไปหาแล้วลูกสาวบอกอยากอยู่คนเดียว
"ฉันมาคิดดูแล้วว่าถ้ามัวแต่เสียใจก็ไม่ได้ทำตามที่แม่สั่งเสียไว้ก่อนจากไป ฉันเลยอยากดูแลกิจการของแม่ตามที่แม่บอกไว้" ซินหรูพูดเข้าเรื่องทันที เธอไม่อยากพูดอ้อมโลก มันเสียเวลา
"ลูกเพิ่ง 18 ปีเองนะ มั่นใจเหรอว่าจะดูแลได้" โจวต้านคิดว่าลูกสาวยังเด็กเกินไปที่จะดูแลกิจการอะไรสักอย่าง
"แต่ก่อนอาจเด็ก ตอนนี้เหมือนจิตวิญญาณของฉันมันไปไกลกว่าอายุแล้วค่ะ อีกอย่างฉันอยากทำตามคำสั่งเสียของแม่" ความจริงแล้วแม่ไม่ได้พูดอะไรแบบนั้น แม่ยังพูดเล่นพูดล้อกับเธอเหมือนทุกวัน แต่เธอต้องเอามาอ้าง เพราะถึงอย่างไรพ่อก็ไม่รู้ว่าเธอกับแม่พูดอะไรกันอยู่ดี
"แม่บอกไว้เหรอ" โจวต้านถามย้ำ เข้าใจได้ว่าลูกสาวอยากทำตามที่แม่บอก เพราะทั้งสองคนสนิทกันมาก ส่วนเขาไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากนัก
"ใช่ค่ะ แม่อยากให้ฉันทำงานดูบ้าง จะได้โตเป็นผู้ใหญ่" ชีวิตก่อนเธอไม่ยอมทำงาน เรียกร้องแต่เงิน จนตายไปของทุกอย่างก็ตกเป็นของพ่อ ก่อนที่พ่อจะยกให้ลูกสาวคนเล็กดูแลต่อไป ตอนนี้เธอรู้แล้วถึงได้เริ่มก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
"แต่มันต้องเรียนรู้" เขายังคงไม่วางใจอยู่ดี
"พ่อ… มันคือตึกแถวที่ปล่อยให้เช่า ฉันไม่ต้องทำอะไรมาก ไม่ต้องวิ่งขายหรือเสนอให้ใคร อีกทั้งตอนนี้มีคนเช่าอยู่แล้วด้วย ฉันแค่ทำบัญชีเท่านั้น อ้อ… อีกเรื่องหนึ่ง ฉันจะเรียนต่อด้วย" ไม่ใช่งานบริษัทที่ต้องเรียนรู้เสียหน่อย แค่รับเงินค่าเช่าเท่านั้นเอง
"ก็จริง ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ค่อยมาเอา อย่างไรตอนนี้เอกสารทุกอย่างก็เป็นชื่อของลูกอยู่แล้ว" หลังจากที่ภรรยาจากไป ทนายความได้ทำตามคำสั่งว่าให้ยกทุกอย่างให้ลูกสาวดูแล ตอนแรกเขาคิดว่าจะดูแลให้ก่อน เพราะดูเหมือนลูกสาวจะไม่สนใจอะไรเลย แม้แต่เขาพูดเรื่องเรียนก็ยังไม่อยากเรียน แต่ตอนนี้กลับมาบอกเองว่าอยากเรียนหนังสือ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
"ฉันขอเอาไปเลยแล้วกัน ฉันอยากเห็นว่ามันเป็นแบบไหน" ซินหรูไม่รอให้ถึงพรุ่งนี้ สิ่งไหนที่มันควรเป็นของเธอก็ต้องเอามาไว้ก่อน ส่วนสิ่งไหนที่เป็นของพ่อ อยากจะให้ลูกคนไหนก็ให้ไป ชีวิตนี้เธอไม่อยากได้อะไรจากเขาแล้ว เอาแค่ชีวิตตัวเองให้รอดแล้วอยู่อย่างมีความสุขอย่างที่แม่ของเธอต้องการ แค่ตึกแถวของแม่ เธอก็อยู่ได้อย่างสบาย
"พ่อบ้าน ไปเอาเอกสารที่เป็นชื่อของอาหรูมาให้หมด" โจวต้านทำตามที่ลูกสาวต้องการ ถึงจะหวั่นใจกลัวว่าลูกจะเอาไปใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย แต่ก็ยอมให้ไปอยู่ดี เก็บไว้กับเขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะทุกอย่างเป็นของอาหรูทั้งหมด เขาทำได้แค่ดูแลให้เท่านั้น
"ถ้าติดขัดปัญหาอะไรให้รีบมาบอกพ่อเข้าใจไหม" โจวต้านหันมาพูดกับลูกสาว
"เข้าใจค่ะ" ซินหรูจะไม่ให้มันเกิดปัญหาอะไรทั้งนั้น เพราะเธอไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา
เธอไม่รู้หรอกว่าเขารักเธอบ้างไหม ถึงเธอจะเป็นลูกของเขา แต่เธอเกิดจากผู้หญิงที่เขาไม่ได้รัก มันเลยพูดยาก เพราะใช่ว่าพ่อแม่จะรักลูกทุกคน และใช่ว่าจะรักลูกเท่ากัน ชีวิตก่อนเธอมั่นใจว่าพ่อต้องรักเธอ เพราะเธอคือลูกสาวคนเดียวของเขา แต่ชาตินี้เธอไม่สนใจ รักหรือไม่รักก็ช่าง มันไม่มีประโยชน์และไม่มีผลกับเธอแล้ว ขอแค่ให้เขาคืนในสิ่งที่เป็นของแม่และของเธอเท่านั้นก็พอ
"อาหรู ไม่ถามเหรอว่าวันนี้ใครจะมา" โจวต้านไม่แน่ใจว่าลูกสาวรู้เรื่องบ้างไหม
"แขกของพ่อ ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าเป็นแขกของพ่อ ทำไมต้องให้ฉันออกมาด้วย หรือว่าแขกที่จะมาเป็นคนในบ้านคู่หมั้นของฉัน" ซินหรูแสร้งทำเป็นไม่รู้ เธออยากจะเห็นว่าเขามีปฏิกิริยาแบบไหน
"ถ้าพ่อจะแต่งงานใหม่ ลูกจะว่าอะไรไหม" ความจริงเขาอยากบอกก่อนหน้านี้เสียอีก แต่เพราะลูกสาวบอกว่าอยากอยู่คนเดียวเลยไม่มีโอกาสได้บอก
"ฉันจะไปว่าอะไรพ่อได้ล่ะ ชีวิตของพ่อ อีกอย่างแม่ก็จากไปแล้วด้วย ฉันเข้าใจ แต่แม่เพิ่งจากไปได้เดือนเดียวเอง พ่อคิดจะแต่งงานใหม่แล้วเหรอคะ" ซินหรูหันไปมองพ่อด้วยดวงตากลมใส อยากเห็นว่าเขาจะว่าอย่างไรบ้าง
เพิ่งผ่านมาได้เดือนเดียว มันไม่น่าเกลียดเกินไปหรือ… ถึงแม้เขาจะขี่กันจนมีลูกสองคนแล้ว แต่นั่นคือสิ่งที่ทุกคนไม่รู้ สิ่งที่คนส่วนใหญ่รู้คือ แม่ของเธอที่เป็นเมียของพ่อเพิ่งตายจากไปได้ไม่นาน
ดูสิว่า… พ่อที่แสนดีจะตัดสินใจอย่างไร ในเมื่อครั้งนี้เธอตั้งใจพลิกหมากบนกระดาน เพื่อไม่ให้เรื่องราวของตัวเองเกิดซ้ำรอยเดิม