โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

NEO โชว์กำไร Q1 แตะ 272 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต 2 หลัก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 15 พ.ค. 2567 เวลา 05.25 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายสุทธิเดช ถกลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด(มหาชน) หรือ NEO เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2567 ด้วยรายได้จากการขายรวม 2,472 ล้านบาท เติบโต 194 ล้านบาท หรือ 8.5% จากปีก่อนหน้า โดยการเติบโตของรายได้จากการขายมาจากสินค้าหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กและผู้ใหญ่ ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำเด็กและผู้ใหญ่ และผลิตภัณฑ์โรลออน ซึ่งเป็นไปตามการวางกลยุทธ์เพื่อมุ่งเน้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ต้นทุนจากการขายลดลง 3.9% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในไตรมาส 1 ปี 2567 ปรับตัวดีขึ้นอยูที่ 1,136 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 27.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยอัตรากำไรขั้นต้น อยู่ที่ 46.0% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 39.0% ในปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถรับรู้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ 272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90 ล้านบาท หรือ 49.5% จากปีก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรสุทธิ อยู่ที่ 11.0% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 8.0% ในปีก่อนหน้า

โดยจากความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและมีคุณภาพระดับสากล บริษัทฯ ได้นำเสนอนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมทั้งปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมให้มีคุณสมบัติที่ดีขึ้นหลายรายการในช่วงต้นปีทีผ่านมา อาทิ ไฟน์ไลน์เอ็กซ์ตร้า เฟรช ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรเข้มข้น ซึ่งมาพร้อมกับ Malodor Control เทคโนโลยีกระจายกลิ่นหอม เมื่อเจออากาศร้อน เหงื่อและความชื้น จึงตอบโจทย์ผู้บริโภคในช่วงที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนได้อย่างดี

ส่วนการบริหารจัดการวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่ดีและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งในไตรมาสนี้

สำหรับภาพรวมธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ปี 2567 (อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย) ตามแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และกำลังซื้อของผู้บริโภคกลุ่มรายได้ระดับกลางและบนซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่ดี และจากสภาพอากาศในฤดูร้อนย่างสู่ฤดูฝน ผู้บริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและดูแลสุขภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ โคโลญ แป้ง และโรลออน โดยคาดการณ์ว่าการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนจะมีความคึกคัก

นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังภาพรวมธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นตามลำดับจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ จะส่งผลให้อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคเติบโตอย่างต่อเนื่อง และด้วยการวางกลยุทธ์การตลาดอย่างแข็งแกร่ง บริษัทฯ มั่นใจว่าผลการดำเนินงานในปี 2567 จะสามารถเติบโต Double Digits ได้ตามเป้าหมาย

“ตลอดทั้งปีนี้บริษัทฯ จะมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการนำเอาความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ที่ยึดหลักผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Consumer Centric) และความเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคในเชิงลึก (Consumer Insights) ผ่านการทำวิจัยตลาดอย่างเข้มข้นเพื่อเข้าถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมทั้งปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมให้มีคุณสมบัติที่ดีขึ้นอีก 50 - 100รายการ ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ นอกจากนี้ ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตจากตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1ปี 2567ได้บรรลุข้อตกลงกับผู้จัดจำหน่ายสินค้าเพิ่มเติมอีก 2-3ประเทศ จากเดิม 16ประเทศ และมีแผนโรดโชว์งานแสดงสินค้านานาชาติในอีกหลายประเทศ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของ NEO หลังจากที่เราไม่สามารถออกเดินทางไปต่างประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา” นายสุทธิเดช กล่าว

อนึ่ง NEO ได้แตกไลน์แบรนด์ดีนี่ (D-nee) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มผู้สูงวัย (Silver Age) ภายใต้ซับแบรนด์ ดีนี่ ดีลักซ์ (D-nee Deluxe) โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ซักผ้า และครีมบำรุงผิว ที่มีเทคโนโลยีระงับกลิ่นเฉพาะตัวของผู้สูงวัยแต่ยังคงไว้ซึ่งความอ่อนโยน ทั้งนี้ เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่เจาะกลุ่มผู้สูงวัย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด

อย่างไรก็ดี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 29 ในปี 2580 หรือมีมูลค่าตลาดประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 12% ของเศรษฐกิจไทยในอีก 7 ปีข้างหน้า จากการเติบโตเฉลี่ยปีละ 4.4% และคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้สูงวัยจะกลายมาเป็นกลุ่มที่่มีบทบาทสำคัญต่อภาคธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ (ข้อมูลจากศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...