‘ภูมิธรรม’ บอกไม่เป็นไร ‘กัมพูชา’ ตั้งกรรมการร้องศาลโลก ลั่นเราเตรียมพร้อมแล้ว!
The Bangkok Insight
อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 03.55 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 03.55 น. • The Bangkok Insight"ภูมิธรรม" บอกไม่เป็นไร "กัมพูชา" ตั้งกรรมการร้องศาลโลก ลั่นเราเตรียมพร้อมแล้ว บอกคนฟ้องก็ฟ้องไป คนที่ไม่ยอมรับก็ไม่ไปเข้าสู่กระบวนการ
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทางกัมพูชาตั้งคณะกรรมการจัดทำเอกสารเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลโลก เกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา 4 พื้นที่ ได้แก่ ช่องบก ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควายว่า ไม่เป็นไร ต่างคนต่างทำหน้าที่ การจะฟ้องศาลโลกเป็นหน้าที่ของกัมพูชา ส่วนไทยเราก็มีมติไม่รับอำนาจขอบเขตศาลโลก ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ทุกอย่างให้ว่ากันไปตามกระบวนการ
เมื่อถามว่าดูเหมือนปัญหายังมีหลายจุด พูดคุยไม่จบจะมีปัญหาในการประชุม JBC หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวยอมรับว่า ปัญหาคงไม่จบเสียทีเดียว ต้องใช้เวลาพูดคุยกันในส่วนที่เห็นไม่ตรงกัน แต่ในเวทีเจบีซี ที่เราได้พูดเราได้พูดชัดเจนแล้วว่าจะพูดเฉพาะในกรณีที่เป็นปัญหาต้องเคลียร์กันเป็น ส่วน ๆ ไปและคิดว่าไม่น่าจะมี ปัญหาอะไรเพราะเป็นข้อตก ลงร่วมกัน
เมื่อถามว่า จากท่าทีของกัมพูชาในตอนนี้ทำให้เราต้องคงมาตรการเปิด-ปิดด่านไปอีกนานเท่าไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า จากการสั่งการซึ่งผู้บัญชาการทหารบกและแม่ทัพภาคที่ 2 รับทราบตรงกันว่าเราจะ ยังคงดำเนินการตามมาตรการของแต่ละพื้นที่ ขณะนี้เรายังไม่ได้ยกระดับมาตรการ และย้ำว่าเราไม่ได้ปิดด่าน แต่เปิด-ปิดตามเวลาและจำกัดคน
"ส่วนที่มีการเผชิญหน้าเราก็ได้มีการปรับกำลัง ขณะที่พื้นที่อื่นยังคงมาตรการเดิมไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะค่อย ๆ ดีขึ้น เพราะเราได้ให้ทหารทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยกันในพื้นที่มากขึ้นอีกทั้งมีข้อเสนอให้จัดกิจกรรมร่วมกัน ลาดตระเวนด้วยการคิดว่าบรรยากาศโดยรวมน่าจะดีขึ้น" นายภูมิธรรม กล่าว
เมื่อถามว่ากรณีที่กัมพูชาจะนำเรื่องร้องต่อศาลโลกจะเข้าข่ายลักษณะเดียวกับกรณีเขาพระวิหารก่อนหน้านี้หรือไม่ ฝ่ายความมั่นคงได้มีการวิเคราะห์ผลกระทบอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า เขาพระวิหารเป็นอีกเรื่องไม่เกี่ยวกับกรณีนี้ แต่อาจจะเป็นบทเรียนบางส่วนได้ ซึ่งเราจะไม่นำเรื่องนั้นมาพูดถึง แต่ไม่ สามารถเปิดเผยได้
ส่วนข้อเสนอของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินที่อยากให้เปลี่ยนหัวหน้าคณะเจรจาพูดคุยกับทางกัมพูชาเนื่องจากเป็นคนเดียวกับที่คุยสมัยเขาพระวิหารนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า คนที่อยู่กับปัญหาและอยู่กับพื้นที่น่าจะรู้ดีที่สุดว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร ก็ต้องให้ส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดพิจารณา รัฐบาลจะรับฟัง ข้อเท็จจริงและเหตุผล เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าพึงใจหรือว่าใครชอบใคร ใครอยากได้ใคร เป็นเรื่องที่ว่าประเทศชาติมีปัญหาอยู่ตรงไหน ขอให้นึกถึงผลประโยชน์ตรงนี้เยอะ ๆ
เมื่อถามว่าการที่กัมพูชาฟ้องศาลฝ่ายเดียวจะมีผลอะไรกับไทยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้พูดยาก คนฟ้องก็ฟ้องไป คนที่ไม่ยอมรับก็ไม่ไปเข้าสู่กระบวนการ แต่หากมีเงื่อนไขอื่นก็เป็นเงื่อนไขทาง กฎหมาย แต่ไม่อยากจะพูดตรงนี้ เรื่องของกฎหมายให้กรมสนธิสัญญาต่างประเทศเป็นฝ่ายพูดจะดีกว่า แต่เราได้เตรียมความพร้อมและแนวทางในเรื่องนี้ไว้แล้ว เพราะประเทศวิกฤติแบบนี้ไม่เตรียมได้อย่างไร ส่วนจะเตรียมไว้อย่างไรขอให้ฟังการชี้แจงเป็นระยะ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘กัมพูชา’ ตั้งคณะกรรมการ นำ ‘พื้นที่พิพาทไทย’ ฟ้องศาลโลก
- ‘นายกฯ แพทองธาร’ ลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
- ‘อุ๊งอิ๊ง’ รับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเรียบร้อยดี ไม่มีสงคราม ไม่รับอำนาจศาลโลก
ติดตามเราได้ที่