โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวานฟันน้ำนมของพระนครยุค 2500

นิยาย Dek-D

อัพเดต 11 ก.ย 2568 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 09.00 น. • กัญญ์ญาภัค
เมื่อเชฟสาวต้องเข้ามาอยู่ในนิยายผู้มีชะตารันทดในวัยหกปี เธอจะทำอย่างไร รวมถึงเธอยังจะต้องมารับมือกับแม่ตานีช่างจ้อ และแม่นางกวักนักชิม มาติดตามเรื่องราวของเด็กหญิงปลากริมไปพร้อม ๆ กันได้เลยค่ะ

ข้อมูลเบื้องต้น

ชี้แจง

นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้เขียน ชื่อสถานที่ รวมถึงตัวบุคคลเป็นเรื่องสมมุติขึ้นมาทั้งสิ้น ดังนั้นหากมีข้อผิดพลาดประการใดผู้เขียนขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ

ด้วยรักและขอบคุณ

กัญญ์ญาภัค

ก่อนเข้าเรื่อง

ชีวิตอันแสนสงบสุขและหอมหวานของ 'ธารามล' เชฟสาวขนมหวานดาวรุ่งพุ่งแรงต้องดับวูบลงอย่างไม่ทันตั้งตัว! เมื่อจู่ ๆ เธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งสถานที่แห่งนั้นไม่ใช่ในครัวเบเกอรี่ทันสมัยแสนคุ้นเคย

แต่กลับเป็นร่างผอมโซของ 'ปลากริม' เด็กหญิงวัยเพียงหกขวบ ท่ามกลางชุมชนแออัดริมคลองบางกอกน้อย ในนิยายย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์ของพระนคร ยุค 2500 ที่เธอเพิ่งอ่านจบไปหมาด ๆ! และโชคชะตาก็ช่างเล่นตลกจนอยากจะร่ำไห้เป็นภาษาฝรั่งเศส เพราะ 'ปลากริม' คนนี้ คือตัวละครที่ถูกลิขิตให้เติบโตไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวตัวร้าย ผู้มีจุดจบสุดอนาถ…ตายชนิดที่ว่าศพไม่สวย!

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย ทั้งพ่ออดีตนักมวย (ครูสิงห์) ผู้จมดิ่งในความสิ้นหวังหลังศิษย์รักล้มมวยจนค่ายมวย "สิงหราช" แทบร้าง แม่ (แม่บัว) ที่ต้องหาบเร่ขายขนมซึ่งรับมาจากคนอื่นได้กำไรเพียงน้อยนิดเพื่อประทังชีวิต, และน้องชายตัวน้อย 'ปั้นขลิบ' วัยสี่ขวบผู้ยังไร้เดียงสาต่อความทุกข์ยากรอบกาย

ธารามลในร่างปลากริมจะทำเช่นไร? จะให้เธอยอมรับชะตากรรมแล้วเดินไปสู่จุดจบเดิม ๆ น่ะหรือ…ไม่มีทาง แต่ท่ามกลางความมืดมนของโชคชะตาที่ดูเหมือนจะอับจนหนทาง ดูเหมือนว่าสวรรค์ ยังพอมีเศษเสี้ยวความเมตตา เมื่อเสียงปริศนาของ 'ระบบผู้ช่วย' สุดไฮเทคดังขึ้นในหัว

พร้อมหน้าต่างข้อมูลแปลกประหลาดที่ปรากฏแก่สายตาเธอเพียงผู้เดียว! ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังเริ่มสัมผัสได้ถึง 'แม่นางตานี' ผีสาวแสนสวยในชุดกระโจมอกผ้าแถบสีเขียวตองผู้สถิต ณ กอกล้วยหลังบ้าน ที่คอยเฝ้ามองเธอด้วยแววตาเอ็นดู แม้จะถูกชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องร้าย ๆ จากฝีมือ 'ผีเล็บแดง' ที่กำลังสร้างความหวาดผวาไปทั่วคุ้งน้ำ และยังมี 'หลวงตา' แห่งวัดท้ายคลอง ผู้มอบทั้งสติ ปัญญา และกำลังใจด้วยหลักธรรมคำสอนอันลึกซึ้ง ปลากริมคนใหม่จึงรู้ว่า…การต่อสู้พลิกชะตาครั้งนี้ เธอไม่ได้เดียวดายอย่างที่คิด!

ด้วยความรู้จากโลกอนาคต ทักษะเชฟขนมหวานระดับเทพที่ติดตัวมา และเหล่าผู้ช่วยสุดพิสดารทั้งจากโลกมนุษย์และภพภูมิอื่น ปฏิบัติการพลิกฟ้าคว่ำชะตากรรมของ 'ปลากริม' จึงเริ่มต้นขึ้น! เด็กหญิงตัวน้อยต้องงัดทุกกลยุทธ์ ทั้งปลุกไฟในใจพ่อให้ลุกขึ้นสู้อีกครั้งกับค่ายมวย 'สิงหราช'ปฏิวัติวงการขนมไทยด้วยสูตรเด็ดที่ทั้งอร่อยเลิศล้ำและแปลกใหม่

จนสร้างชื่อเสียงให้ร้านของแม่กระฉ่อนไปทั่วพระนคร พร้อมกันนั้นก็ต้องสวมบทนักสืบตัวจิ๋วเพื่อไขปริศนา 'ผีเล็บแดง' ตัวจริงให้จงได้ เพื่อล้างมลทินให้แม่นางตานีผู้แสนดี และปกป้องครอบครัวกับชุมชนให้พ้นจากภัยร้ายทั้งปวง

จากเด็กหญิงที่แทบไม่มีใครมองเห็น สู่ 'นักเลงขนมหวาน' ตัวจิ๋วแต่หัวใจสุดแกร่งแห่งพระนคร! มาร่วมเป็นกำลังใจให้ 'ปลากริม' ในการใช้สองมือเล็ก ๆ นี้ ปั้นอนาคตใหม่ให้สดใสยิ่งกว่าในหน้ากระดาษนิยาย

ปะทะทุกอุปสรรคด้วยไหวพริบ ความกล้าหาญ และเสน่ห์ปลายจวักที่ใครก็ต้องยอมศิโรราบ พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้โชคชะตาจะโหดร้ายเพียงใด แต่พลังแห่งความมุ่งมั่น ความดีงาม และสูตรขนมลับ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้…ไม่ว่าศัตรูจะเป็นคนหรือผีก็ตาม!

เที่ยวบินตรงสู่พระนครปี2500

ภายในเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ เสียงประกาศจากกัปตันแว่วมาตามสาย แต่สมาธิของ ธารามล กำลังจดจ่ออยู่กับตัวอักษรบนหน้ากระดาษของนิยายในมือมากกว่า

เที่ยวบินนี้คือเส้นทางสู่การป้องกันตำแหน่งแชมป์ขนมหวานระดับโลกที่เธอภาคภูมิใจ แต่ดูเหมือนว่านิยายรักย้อนยุคที่ซื้อมาอ่านฆ่าเวลาเรื่องนี้ กำลังทำให้หญิงสาวหัวเสียจนแทบลืมความตื่นเต้นทั้งหมดไปเสียสิ้น

"รักร้ายแห่งยุคพระนคร 2500"

ชื่อเรื่องก็ชวนให้นึกถึงความดราม่า แต่เนื้อเรื่องข้างในกลับชวนให้เธออยากจะตะโกนออกมาดัง ๆ

"ตรรกะป่วยสิ้นดี!" ธารามลขมวดคิ้วมุ่น สบถในใจกับความไม่สมเหตุสมผลของพล็อต "นางร้ายผู้น่าสงสารคนนั้น เธอมาก่อน! เธอรอพระเอกมาตั้งหลายปี แต่พอพระเอกกลับมาจากเมืองนอก ก็กลับหนีบเอาแม่นางเอกแสนซื่อบริสุทธิ์ตามมาด้วยหน้าตาเฉย ปล่อยให้คนรักเก่าที่รอคอยต้องกลายเป็นหมาหัวเน่า ถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นนางมารร้ายขี้หึงที่คอยตามราวี…เหลือเชื่อจริง ๆ!"

เธอรู้สึกเห็นใจ นางร้าย ในเรื่องจับใจ อาจเพราะชื่อที่เหมือนกัน หรือเพราะชะตากรรมที่ดูไม่ยุติธรรมอย่างร้ายกาจก็สุดจะคาดเดา

ขณะที่ธารามลกำลังวิพากษ์วิจารณ์ชะตากรรมของตัวละครอย่างออกรสพลางมองออกไปนอกหน้าต่างนั่นเอง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาดำทะมึนของนกตัวใหญ่ตัวหนึ่ง…มันกำลังบินมุ่งตรงไปยังปีกของเครื่องบินลำที่เธอนั่งอยู่!

หัวใจของเธอหล่นวูบ วินาทีก่อนที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้น สมองสั่งการให้เธออุทานออกมาสุดเสียง…

"ซวยแล้ว!"

ตูมมม!!!

เสียงกระแทกดังสนั่นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงปลุกทุกคนในห้องโดยสารให้ตื่นจากภวังค์ สัญญาณเตือนภัยดังลั่นแข่งกับเสียงกรีดร้องของผู้คน

ธารามลรู้สึกเหมือนร่างถูกเหวี่ยงไปมาอย่างควบคุมไม่ได้ ไฟบนเพดานกะพริบถี่ก่อนจะดับมืดลง ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลและเสียงร้องระงมที่ค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับสติของเธอ

ท่ามกลางความเป็นความตายนั้น ธารามลไม่ได้รู้เลยว่า…การตัดสินใจเดินทางเพื่อไปรักษาแชมป์ขนมหวานในครั้งนี้ จะกลายเป็นเที่ยวบินสุดท้ายในชีวิตเดิมของเธอ และเป็นจุดเริ่มต้นที่พาวิญญาณของเธอทะลุมิติไปยังโลกในนิยายที่เธอเพิ่งอ่านจบ…ในร่างของ นางร้าย ผู้มีจุดจบอันน่าอนาถ ที่เธอรู้บทสรุปของมันเป็นอย่างดี!

สติสัมปชัญญะสุดท้ายของธารามลดับวูบลงพร้อมกับเสียงโครมครามสนั่นหวั่นไหว…และกลับคืนมาอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงร้องไห้และเสียงอึกทึกฟังดูสับสนวุ่นวาย

ธารามลรู้สึกถึงความเปียกชื้นและเหน็บหนาวไปทั่วทั้งร่าง เสื้อผ้าที่สวมอยู่แนบเนื้อหนักอึ้งราวกับฟองน้ำเปียกชุ่ม ร่างกายนี้…มันเล็กและเบาโหวงอย่างน่าประหลาด

เครื่องบินตก…แต่ทำไมถึงเปียกแบบนี้? หรือเราตกลงไปในทะเล? เธอพยายามนึกทบทวน ก่อนสมองจะว่างเปล่า เพราะ ความทรงจำสุดท้ายคือความโกลาหลในห้องโดยสารที่กำลังดิ่งลงสู่พื้นดิน

"โถ…น่าสงสารเด็กเสียจริง" เสียงของป้าคนหนึ่งดังลอดเข้ามาในโสตประสาท "ยังไม่ฟื้นอีกรึ นานแล้วนะ" "บุญรักษาที่น้าชัดแกอยู่แถวนั้นพอดี ไม่งั้นแย่แน่ น้ำในคลองถึงจะไม่ลึกก็เถอะ"

เสียงจอแจของชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบนอกทำให้ธารามลสับสนวุ่นวายไปหมด

ผู้คนกำลังแสดงความเห็นใจระคนตำหนิเล็กน้อยต่อชะตาของเด็กน้อยคนหนึ่งที่พลัดตกลงไปในน้ำคลอง แม้ว่าช่วงนี้น้ำจะไม่ลึก อีกทั้งยังมีผู้หวังดีกระโดดลงไปช่วยขึ้นมาได้ทันท่วงที แต่ทว่า…เด็กน้อยคนนั้นกลับยังไม่ได้สติ

ธารามลพยายามจะลืมตาหรือขยับปากพูด แต่ร่างกายนี้กลับไม่ยอมทำตามคำสั่งของเธอเลยแม้แต่น้อย เหมือนเธอเป็นเพียงวิญญาณที่ถูกจองจำอยู่ในร่างของคนอื่น

และแล้ว…เสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นที่ดังที่สุด ใกล้ที่สุด และเจ็บปวดที่สุดก็กรีดลึกเข้ามาในใจของเธอ

"ปลากริม ปลากริมลูกแม่!" เสียงนั้นเรียกชื่อที่กระแทกเข้าสู่ศูนย์กลางความทรงจำของธารามลอย่างจัง! มันคือชื่อของเด็กหญิงผู้อาภัพ…เด็กที่จะเติบโตไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว นางร้าย ในนิยายเรื่อง "รักร้ายแห่งยุคพระนคร 2500" ที่เธอเพิ่งอ่านจบไป!

ด้วยความตกใจ ธารามลได้เค้นแรงเฮือกสุดท้ายที่หลงเหลือจากเจ้าของร่าง จึงทำให้เปลือกตาอันหนักอึ้งของเด็กหญิงจึงค่อย ๆ ปรืออย่างเชื่องช้า

ภาพแรกที่เห็นไม่ใช่ทีมกู้ภัยหรือเพดานโรงพยาบาล แต่เป็นใบหน้าซูบซีดอาบน้ำตาของผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอจำได้แม่นจากคำบรรยายในนิยาย…นี่ต้องเป็นบัว แม่ของนางร้ายแน่ รอบ ๆ ตัวคือชาวบ้านในชุดมอซอและพื้นไม้กระดานเก่า ของชานบ้านริมคลอง

ไม่ใช่แล้ว…นี่มันไม่ใช่ความฝัน! อุบัติเหตุของเครื่องบินไม่ได้จบลงแค่ความตาย แต่มันกลับส่งเธอมายังจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม…ในร่างของตัวละครที่เธอรู้ดีว่าจะต้องพบจุดจบอย่างไร้ค่าและน่าเวทนามากที่สุด!

ความคิดนั้นทำให้ร่างเล็กของปลากริมแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตที่ยังพร่าเลือนเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าอาบน้ำตาของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็น แม่ ในภพชาตินี้อย่างว่างเปล่า

เมื่อบัวเห็นว่าบุตรสาวของตนฟื้นแล้ว และกำลังมองมาที่ตน สองแขนของหล่อนก็โผเข้ากอดร่างของบุตรสาวแน่น ราวกับกลัวว่าแก้วตาดวงใจของตนจะสลายหายไป

ความอบอุ่นจากร่างกายที่ซูบผอมและแรงสั่นเทาจากเสียงสะอื้น ทำให้ธารามลในร่างปลากริมรู้สึกถึงความจริงอันหนักอึ้งที่กำลังเผชิญ

"โถ…ลูกแม่ ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูก อย่าเป็นอะไรไปนะ" เสียงของบัวพร่าสั่นเคลืออยู่ข้างหู

ในเวลาเดียวกันนั่นเอง ฝูงไทยมุงที่ยืนล้อมอยู่ก็มีเสียงฮือฮาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแหวกทางให้ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เสียงทุ้มต่ำของชายคนนั้นพลันดังขึ้นด้วยความร้อนรน

ในอ้อมแขนของเขาได้มีร่างเล็กจ้อยของเด็กชายคนหนึ่งนุ่งแต่เสื้อไม่สวมกางเกงอีกทั้งน้ำมูกยังเกรอะกรัง เด็กชายปั้นขลิบกำลังใช้กำปั้นเล็ก ๆ ขยี้ตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้ตามผู้เป็นพ่อ

"บัว! ลูกล่ะ ลูกเป็นยังไงบ้าง" สิงห์ครูมวย ผู้ที่แต่ก่อนเป็นนักมวยเลื่องชื่อ ถามภรรยาเสียงสั่น แววตาที่ปกติมักจะหม่นหมองด้วยความสิ้นหวัง บัดนี้ฉายชัดถึงความตื่นตระหนกและห่วงใยบุตรสาวสุดหัวใจ

เขาทรุดตัวลงนั่งข้างกายของลูกกับเมีย ยื่นมือที่หยาบกร้านจากการฝึกมวยมาแตะหน้าผากเล็ก ของบุตรสาว อย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าร่างนั้นจะบุบสลาย

ธารามล…ไม่สิ…ปลากริมนิ่งงันไป เธอถูกโอบล้อมไว้ด้วยความรักและความเป็นห่วงที่แท้จริงจากครอบครัวที่เธอไม่เคยรู้จัก ครอบครัวที่ตามบทประพันธ์แล้วมีแต่โชคร้ายรออยู่เบื้องหน้า

ภาพของแม่ผู้ร้องไห้ปานจะขาดใจ พ่อผู้ยอมละทิ้งความอมทุกข์ของตัวเองเพื่อวิ่งมาดูอาการของเธอ และน้องชายตัวน้อยที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้แต่ก็ยังร้องไห้หาพี่สาว…นี่น่ะหรือครอบครัวของ นางร้าย ในอนาคต?

ความอบอุ่นที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับในสถานการณ์เช่นนี้ กลับจุดประกายความมุ่งมั่นบางอย่างขึ้นในหัวใจที่สับสนอลหม่านของวิญญาณหญิงสาว

ไม่ว่าชะตากรรมในนิยายจะเลวร้ายแค่ไหน เธอจะไม่มีวันยอมให้ครอบครัวที่รักตัวเองอย่างสุดหัวใจนี้ ต้องพบกับจุดจบตามเนื้อหาต้นฉบับอย่างเด็ดขาด ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสฉันมีชีวิตอยู่ ฉันจะเปลี่ยนแปลงมันทั้งหมดเอง

พระเอกในเรื่องนะหรือ ฉันจะเตะมันไปให้ไกล ส่วนนางเอกผู้ใสซื่อประดุจดอกบัวขาว เธอก็จะไม่เอาตัวเองไปเฉียดใกล้ ส่วนตัวร้ายที่หวังหลอกนางร้าย เหอะ ๆ มาดูกันว่าใครจะร้ายกว่า ธารามลในร่างของปลากริมคิดอย่างหมายมาด

#### หึ นี่ขนาดน้องเพิ่งหกขวบนะ 55 โปรดกดหัวใจและติดตามน้องปลากริมด้วยนะคะ กราบค่ะ

มิติกับพี่สาวตานี

หลังจากผ่านเหตุการณ์อันแสนวุ่นวายและน่าตื่นตระหนกจนแทบจะทำให้คนในครอบครัวเสียสติ ธารามลก็ได้ถูกคนเป็นพ่ออุ้มมาที่บ้าน ส่วนคนเป็นแม่ก็รีบหาเสื้อผ้าแห้งมาผลัดเปลี่ยนให้บุตรสาวอย่างทนุถนอม

ก่อนที่เธอจะถูกบอกให้นอนพักผ่อนอยู่บนเสื่อผืนเก่าในมุมหนึ่งของบ้านไม้ กลิ่นหอมขมของยาสมุนไพรที่คนเป็นแม่กำลังต้มให้ลอยอบอวลไปทั่ว เป็นกลิ่นที่ยืนยันว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้คือความจริงอันโหดร้าย

ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาที่บ้าน พ่อได้พาเธอไปหาหมอยา ประจำท้องที่แห่งนี้ หมอคนนั้นบอกว่าเธอแค่ตกใจและสำลักน้ำไปมาก ให้พักผ่อนเยอะ ๆ เดี๋ยวก็หายเป็นปกติ…เป็นปกติอย่างนั้นหรือ? ธารามลถอนหายใจในร่างเล็กจ้อย เธอน่ะไม่ปกติอย่างแรงเลยต่างหาก

ธารามลคนเดิม…เชฟสาวอนาคตไกลได้ตายไปแล้วพร้อมกับอุบัติเหตุเครื่องบินตก ตอนนี้มีเพียง เด็กหญิงปลากริมลูกสาวคนโตวัยหกขวบของอดีตนักมวยตกอับกับแม่ค้าหาบเร่ขายขนม ที่ต้องดิ้นรนเพื่อไม่ให้ตัวเองและครอบครัวต้องพบกับจุดจบอันน่าอนาถตามบทประพันธ์

ขณะที่เธอกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่นั้น ความคิดก็ล่องลอยกลับไปหาชีวิตเก่าที่เธอจากมา…ภาพของห้องครัวสแตนเลสที่สะอาดเอี่ยม เตาอบดิจิทัลที่ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ เครื่องผสมแป้งอย่างดี และที่สำคัญที่สุดคือ อุปกรณ์ขนมต่าง ๆ ของตัวเอง ที่เธอเลือกสรรและทะนุถนอมราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า

เธอกำลังนึกถึงห้องทำขนม และอุปกรณ์เหล่านั้นอย่างละเอียด…พายซิลิโคนด้ามไม้ที่จับถนัดมือ หัวบีบครีมลายกุหลาบที่ใช้ประจำ มีดเล็ก ๆ สำหรับแกะสลักผลไม้ที่คมกริบ…

ในตอนนั้นเอง ความรู้สึกประหลาดก็เกิดขึ้น! ขณะที่เธอกำลังนึกถึงภาพพายซิลิโคนอันโปรดอยู่นั้น เธอกลับรู้สึกเหมือนได้ สัมผัส ถึงน้ำหนักและผิวสัมผัสเรียบลื่นของมันในความคิด…เป็นความรู้สึกที่ชัดเจนจนน่าขนลุก

อะไรกัน? ปลากริมขมวดคิ้วทั้งที่ยังหลับตา

เธอเปลี่ยนไปนึกถึงมีดแกะสลักผลไม้เล่มเล็กที่เก็บไว้ในลิ้นชักอย่างดี นึกถึงด้ามจับโลหะเย็น ๆ และความคมของใบมีด…และอีกครั้ง! เธอรู้สึกเหมือนกำลังกำด้ามมีดเล่มนั้นไว้ในมือ…แต่เป็นมือในจินตนาการ

เป็นไปได้ยังไง…สิ่งที่อยู่ในความคิดจะสัมผัสได้ ด้วยอย่างนั้นเหรอ?

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนตื่นเต้น ปลากริมจึงลองรวบรวมสมาธิทั้งหมด เพ่งความคิดไปที่ หัวบีบครีมลายกุหลาบ ชิ้นเล็ก ๆ ที่ทำจากสแตนเลสเงาวับอันนั้น เธอคิดอย่างมุ่งมั่น…อยากเห็นมัน…อยากจับมันอีกครั้ง…ออกมาสิ…จะเอาออกมาได้ไหมนะ

สิ้นความคิดนั้นเอง เธอก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างถูกดึงออกจากห้วงความคิดของเธอเบา ๆ และปรากฏขึ้นในมือเล็ก ของตนที่กำแน่นอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง!

ปลากริมสะดุ้งสุดตัว! ลืมตาโพลงด้วยความตกใจ!

เธอค่อย ๆ คลี่มือของตัวเองออกอย่างเชื่องช้า…และบนฝ่ามือนั้น ก็มีหัวบีบครีมสแตนเลสรูปทรงคุ้นตาวางอยู่จริง ๆ! ไม่เพียงแค่นั้น เพราะว่าสิ่งที่เธอนึกขึ้นก่อนหน้าก็ปรากฏอยู่ตรงนี้ด้วย

หัวใจดวงน้อยของเด็กหญิงเต้นระรัว! ซึ่งในตอนนี้เธอกำลังตกใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังรีบกำมือและซ่อนมันไว้ใต้ผ้าห่มอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองไปรอบ ๆ และเห็นว่าคนเป็นแม่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาถ่าน ส่วนน้องชายก็นอนหลับอยู่ไม่ไกล โชคดีที่ไม่มีใครเห็น

เธอสูดหายใจลึก พยายามทำใจให้สงบ แล้วลองอีกครั้ง… หายไป สิ้นความคิด สิ่งของในมือ ก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย!

กลับมา หลังจากเธอคิดแบบนี้ ของทั้งหมดก็ได้กลับมาอยู่ในมือของเธออีกครั้ง!

คราวนี้ไม่ใช่แค่ความตกใจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความตื่นเต้นจนแทบจะหยุดหายใจอีกด้วย ปลากริมกำหัวบีบครีมไว้แน่น สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว…ทะลุมิติ…มีของติดตัวมาจากโลกเก่า…

นี่มัน…หรือว่าสิ่งนี้จะเรียกว่ามิติ ตามที่เคยอ่านนิยายมาใช่ไหม

ไม่ใช่แค่ความทรงจำในฐานะเชฟที่ติดตัวมา แต่เธอยังมี คลังสมบัติ ส่วนตัวที่สามารถหยิบเอาอุปกรณ์จากโลกเก่าของเธอออกมาใช้ได้อีก

จากความสิ้นหวังเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความหวังที่สว่างวาบขึ้นในดวงตากลมโตของเด็กหญิงวัยหกขวบ…สวรรค์ไม่ได้แค่ส่งเธอมาตาย แต่ยังส่งเครื่องมือทำมาหากิน ชั้นเลิศมาให้เธออีกต่างหาก

ปฏิบัติการพลิกชะตาของชีวิตในร่างนางร้าย ซึ่งตอนนี้ยังเป็นเพียงเด็กหญิงฟันน้ำนมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ ริมคลองบางกอกน้อยแห่งพระนครยุค 2500

หลังจากธารามลเริ่มจะยอมรับในชะตากรรมของตัวเองได้แล้วว่าเธอต้องใช้ชีวิตใหม่ในฐานะ ปลากริม วิญญาณของเธอในร่างเด็กน้อยที่กำลังนั่งนิ่ง เพื่อนึกทบทวนถึงเส้นเรื่องเดิม ของครอบครัวนางร้ายที่ตัวเองได้มาสิงร่าง…

ตามเนื้อเรื่องเดิม…จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมคือหลังจากที่พ่อสิ้นหวังกับการล้มมวยของศิษย์รัก ท่านก็เริ่มดื่มเหล้าเมามายจนไปมีเรื่องกับนักเลงเจ้าถิ่น…ส่วนแม่ก็ตรากตรำทำงานหนักจนล้มป่วยลงในที่สุด…หลังจากนั้น

ความคิดอันซับซ้อนของผู้ใหญ่ในร่างเด็กต้องหยุดชะงักลง เมื่อมีเสียงเล็ก ๆ ใส ๆ ดังขึ้นข้างตัว

"พี่จ๋า…หนูหิว"

เสียงใสแจ๋ว ของปั้นขลิบทำให้เด็กหญิงร่างผอมที่กำลังผูกผมแกละสองข้าง โดยฝีมือแม่ ต้องบ่ายหน้าไปมองเขา น้องชายตัวน้อยกำลังยืนมองเธอตาแป๋ว เจ้าตัวกำลังเอามือใส่ปาก ตามความเคยชินของเด็กวัยสี่ขวบ น้ำมูกใส ๆ ที่เกรอะกรังอยู่ใต้จมูกทำให้ปลากริมนึกเอ็นดูระคนสงสาร

จริงสิ…จะมัวแต่วางแผนอนาคตอย่างเดียวไม่ได้ ปากท้องของเราในปัจจุบันสำคัญที่สุด

"ไป…เดี๋ยวพี่หาอะไรให้กินนะ" ปลากริมพูดด้วยเสียงเล็ก ๆ ของตัวเองที่ยังไม่คุ้นชิน ก่อนจะจูงมือน้องชายเดินลงบันได

ทั้งสองคนชวนกันไปยังดงกล้วยข้างบ้านที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา แต่กลับมีสภาพอย่างที่เธอเห็นจากความทรงจำเดิม…ที่มีแต่ใบกล้วยหาลูกแทบไม่เจอ คงเพราะดินไม่ดีและขาดการดูแล มีเพียงเครือเล็ก ๆ ที่ยังเขียวอื๋ออยู่เพียงเครือเดียวเท่านั้น

ขณะที่ปลากริมกำลังใช้สายตาของเชฟประเมินว่ากล้วยดิบเครือนั้นจะพอเอาไปทำอะไรได้บ้าง ในจังหวะนั้นเอง ดวงตาของเด็กหญิงวัยหกขวบก็มองเห็นบางสิ่งที่ทำให้เธอต้องหยุดนิ่ง…

ใต้ร่มเงาของกอกล้วยตานีที่ใหญ่ที่สุด มีหญิงงามนางหนึ่งในชุดสไบผ้าแถบสีเขียวตองยืนมองเธอกับน้องชายด้วยรอยยิ้มเอ็นดู หญิงผู้นั้นมีรูปโฉมงดงามราวกับนางในวรรณคดี ผมยาวสลวย ผิวพรรณผุดผ่อง แม้จะยืนอยู่ในที่ร่มสลัวแต่กลับดูเหมือนมีรัศมีอ่อน ๆ รอบกาย

ทางฝั่งนางตานีเองนั้น นางคุ้นเคยกับการเฝ้ามองเด็กทั้งสองคนนี้วิ่งเล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่สายตาของมนุษย์จะมองเห็นตนได้…นางจึงไม่คิดว่าปลากริมจะเห็นตัวเอง และยังคงส่งยิ้มให้อย่างที่เคยทำ ทว่า…นางพลันรู้สึกแปลกใจขึ้นมาเล็กน้อย ที่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าดวงตากลมโตของเด็กน้อยคนนั้นจะไม่ได้มองทะลุผ่านร่างของตนไปเหมือนทุกที แต่กลับจ้องตรงมาที่นางอย่างชัดเจน

ปลากริมเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน เธอกะพริบตาปริบ ๆ ผู้หญิงคนนั้น…สวยเหลือเกิน แต่ทำไมถึงดูโปร่งแสงนิด ๆ นะ? แล้วทำไมถึงมายืนยิ้มอยู่ตรงกอกล้วยตานีที่ใคร ๆ ก็ว่าเจ้าที่แรงนักหนา…

วินาทีนั้นเองที่เด็กหญิงผู้มีวิญญาณเป็นผู้ใหญ่ กับภูตผีสาวเจ้าที่ผู้ใจดี ได้สบตากันเป็นครั้งแรก…และต่างก็รับรู้ได้ถึงความ ไม่ธรรมดา ของอีกฝ่าย

#### อืม ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ธรรมดาล่ะนะ 55 เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อโปรดติดตามในตอนหน้าค่ะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...