ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวานฟันน้ำนมของพระนครยุค 2500
ข้อมูลเบื้องต้น
ชี้แจง
นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้เขียน ชื่อสถานที่ รวมถึงตัวบุคคลเป็นเรื่องสมมุติขึ้นมาทั้งสิ้น ดังนั้นหากมีข้อผิดพลาดประการใดผู้เขียนขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ
ด้วยรักและขอบคุณ
กัญญ์ญาภัค
ก่อนเข้าเรื่อง
ชีวิตอันแสนสงบสุขและหอมหวานของ 'ธารามล' เชฟสาวขนมหวานดาวรุ่งพุ่งแรงต้องดับวูบลงอย่างไม่ทันตั้งตัว! เมื่อจู่ ๆ เธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งสถานที่แห่งนั้นไม่ใช่ในครัวเบเกอรี่ทันสมัยแสนคุ้นเคย
แต่กลับเป็นร่างผอมโซของ 'ปลากริม' เด็กหญิงวัยเพียงหกขวบ ท่ามกลางชุมชนแออัดริมคลองบางกอกน้อย ในนิยายย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์ของพระนคร ยุค 2500 ที่เธอเพิ่งอ่านจบไปหมาด ๆ! และโชคชะตาก็ช่างเล่นตลกจนอยากจะร่ำไห้เป็นภาษาฝรั่งเศส เพราะ 'ปลากริม' คนนี้ คือตัวละครที่ถูกลิขิตให้เติบโตไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวตัวร้าย ผู้มีจุดจบสุดอนาถ…ตายชนิดที่ว่าศพไม่สวย!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย ทั้งพ่ออดีตนักมวย (ครูสิงห์) ผู้จมดิ่งในความสิ้นหวังหลังศิษย์รักล้มมวยจนค่ายมวย "สิงหราช" แทบร้าง แม่ (แม่บัว) ที่ต้องหาบเร่ขายขนมซึ่งรับมาจากคนอื่นได้กำไรเพียงน้อยนิดเพื่อประทังชีวิต, และน้องชายตัวน้อย 'ปั้นขลิบ' วัยสี่ขวบผู้ยังไร้เดียงสาต่อความทุกข์ยากรอบกาย
ธารามลในร่างปลากริมจะทำเช่นไร? จะให้เธอยอมรับชะตากรรมแล้วเดินไปสู่จุดจบเดิม ๆ น่ะหรือ…ไม่มีทาง แต่ท่ามกลางความมืดมนของโชคชะตาที่ดูเหมือนจะอับจนหนทาง ดูเหมือนว่าสวรรค์ ยังพอมีเศษเสี้ยวความเมตตา เมื่อเสียงปริศนาของ 'ระบบผู้ช่วย' สุดไฮเทคดังขึ้นในหัว
พร้อมหน้าต่างข้อมูลแปลกประหลาดที่ปรากฏแก่สายตาเธอเพียงผู้เดียว! ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังเริ่มสัมผัสได้ถึง 'แม่นางตานี' ผีสาวแสนสวยในชุดกระโจมอกผ้าแถบสีเขียวตองผู้สถิต ณ กอกล้วยหลังบ้าน ที่คอยเฝ้ามองเธอด้วยแววตาเอ็นดู แม้จะถูกชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องร้าย ๆ จากฝีมือ 'ผีเล็บแดง' ที่กำลังสร้างความหวาดผวาไปทั่วคุ้งน้ำ และยังมี 'หลวงตา' แห่งวัดท้ายคลอง ผู้มอบทั้งสติ ปัญญา และกำลังใจด้วยหลักธรรมคำสอนอันลึกซึ้ง ปลากริมคนใหม่จึงรู้ว่า…การต่อสู้พลิกชะตาครั้งนี้ เธอไม่ได้เดียวดายอย่างที่คิด!
ด้วยความรู้จากโลกอนาคต ทักษะเชฟขนมหวานระดับเทพที่ติดตัวมา และเหล่าผู้ช่วยสุดพิสดารทั้งจากโลกมนุษย์และภพภูมิอื่น ปฏิบัติการพลิกฟ้าคว่ำชะตากรรมของ 'ปลากริม' จึงเริ่มต้นขึ้น! เด็กหญิงตัวน้อยต้องงัดทุกกลยุทธ์ ทั้งปลุกไฟในใจพ่อให้ลุกขึ้นสู้อีกครั้งกับค่ายมวย 'สิงหราช'ปฏิวัติวงการขนมไทยด้วยสูตรเด็ดที่ทั้งอร่อยเลิศล้ำและแปลกใหม่
จนสร้างชื่อเสียงให้ร้านของแม่กระฉ่อนไปทั่วพระนคร พร้อมกันนั้นก็ต้องสวมบทนักสืบตัวจิ๋วเพื่อไขปริศนา 'ผีเล็บแดง' ตัวจริงให้จงได้ เพื่อล้างมลทินให้แม่นางตานีผู้แสนดี และปกป้องครอบครัวกับชุมชนให้พ้นจากภัยร้ายทั้งปวง
จากเด็กหญิงที่แทบไม่มีใครมองเห็น สู่ 'นักเลงขนมหวาน' ตัวจิ๋วแต่หัวใจสุดแกร่งแห่งพระนคร! มาร่วมเป็นกำลังใจให้ 'ปลากริม' ในการใช้สองมือเล็ก ๆ นี้ ปั้นอนาคตใหม่ให้สดใสยิ่งกว่าในหน้ากระดาษนิยาย
ปะทะทุกอุปสรรคด้วยไหวพริบ ความกล้าหาญ และเสน่ห์ปลายจวักที่ใครก็ต้องยอมศิโรราบ พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้โชคชะตาจะโหดร้ายเพียงใด แต่พลังแห่งความมุ่งมั่น ความดีงาม และสูตรขนมลับ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้…ไม่ว่าศัตรูจะเป็นคนหรือผีก็ตาม!
เที่ยวบินตรงสู่พระนครปี2500
ภายในเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ เสียงประกาศจากกัปตันแว่วมาตามสาย แต่สมาธิของ ธารามล กำลังจดจ่ออยู่กับตัวอักษรบนหน้ากระดาษของนิยายในมือมากกว่า
เที่ยวบินนี้คือเส้นทางสู่การป้องกันตำแหน่งแชมป์ขนมหวานระดับโลกที่เธอภาคภูมิใจ แต่ดูเหมือนว่านิยายรักย้อนยุคที่ซื้อมาอ่านฆ่าเวลาเรื่องนี้ กำลังทำให้หญิงสาวหัวเสียจนแทบลืมความตื่นเต้นทั้งหมดไปเสียสิ้น
"รักร้ายแห่งยุคพระนคร 2500"
ชื่อเรื่องก็ชวนให้นึกถึงความดราม่า แต่เนื้อเรื่องข้างในกลับชวนให้เธออยากจะตะโกนออกมาดัง ๆ
"ตรรกะป่วยสิ้นดี!" ธารามลขมวดคิ้วมุ่น สบถในใจกับความไม่สมเหตุสมผลของพล็อต "นางร้ายผู้น่าสงสารคนนั้น เธอมาก่อน! เธอรอพระเอกมาตั้งหลายปี แต่พอพระเอกกลับมาจากเมืองนอก ก็กลับหนีบเอาแม่นางเอกแสนซื่อบริสุทธิ์ตามมาด้วยหน้าตาเฉย ปล่อยให้คนรักเก่าที่รอคอยต้องกลายเป็นหมาหัวเน่า ถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นนางมารร้ายขี้หึงที่คอยตามราวี…เหลือเชื่อจริง ๆ!"
เธอรู้สึกเห็นใจ นางร้าย ในเรื่องจับใจ อาจเพราะชื่อที่เหมือนกัน หรือเพราะชะตากรรมที่ดูไม่ยุติธรรมอย่างร้ายกาจก็สุดจะคาดเดา
ขณะที่ธารามลกำลังวิพากษ์วิจารณ์ชะตากรรมของตัวละครอย่างออกรสพลางมองออกไปนอกหน้าต่างนั่นเอง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาดำทะมึนของนกตัวใหญ่ตัวหนึ่ง…มันกำลังบินมุ่งตรงไปยังปีกของเครื่องบินลำที่เธอนั่งอยู่!
หัวใจของเธอหล่นวูบ วินาทีก่อนที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้น สมองสั่งการให้เธออุทานออกมาสุดเสียง…
"ซวยแล้ว!"
ตูมมม!!!
เสียงกระแทกดังสนั่นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงปลุกทุกคนในห้องโดยสารให้ตื่นจากภวังค์ สัญญาณเตือนภัยดังลั่นแข่งกับเสียงกรีดร้องของผู้คน
ธารามลรู้สึกเหมือนร่างถูกเหวี่ยงไปมาอย่างควบคุมไม่ได้ ไฟบนเพดานกะพริบถี่ก่อนจะดับมืดลง ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลและเสียงร้องระงมที่ค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับสติของเธอ
ท่ามกลางความเป็นความตายนั้น ธารามลไม่ได้รู้เลยว่า…การตัดสินใจเดินทางเพื่อไปรักษาแชมป์ขนมหวานในครั้งนี้ จะกลายเป็นเที่ยวบินสุดท้ายในชีวิตเดิมของเธอ และเป็นจุดเริ่มต้นที่พาวิญญาณของเธอทะลุมิติไปยังโลกในนิยายที่เธอเพิ่งอ่านจบ…ในร่างของ นางร้าย ผู้มีจุดจบอันน่าอนาถ ที่เธอรู้บทสรุปของมันเป็นอย่างดี!
สติสัมปชัญญะสุดท้ายของธารามลดับวูบลงพร้อมกับเสียงโครมครามสนั่นหวั่นไหว…และกลับคืนมาอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงร้องไห้และเสียงอึกทึกฟังดูสับสนวุ่นวาย
ธารามลรู้สึกถึงความเปียกชื้นและเหน็บหนาวไปทั่วทั้งร่าง เสื้อผ้าที่สวมอยู่แนบเนื้อหนักอึ้งราวกับฟองน้ำเปียกชุ่ม ร่างกายนี้…มันเล็กและเบาโหวงอย่างน่าประหลาด
เครื่องบินตก…แต่ทำไมถึงเปียกแบบนี้? หรือเราตกลงไปในทะเล? เธอพยายามนึกทบทวน ก่อนสมองจะว่างเปล่า เพราะ ความทรงจำสุดท้ายคือความโกลาหลในห้องโดยสารที่กำลังดิ่งลงสู่พื้นดิน
"โถ…น่าสงสารเด็กเสียจริง" เสียงของป้าคนหนึ่งดังลอดเข้ามาในโสตประสาท "ยังไม่ฟื้นอีกรึ นานแล้วนะ" "บุญรักษาที่น้าชัดแกอยู่แถวนั้นพอดี ไม่งั้นแย่แน่ น้ำในคลองถึงจะไม่ลึกก็เถอะ"
เสียงจอแจของชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบนอกทำให้ธารามลสับสนวุ่นวายไปหมด
ผู้คนกำลังแสดงความเห็นใจระคนตำหนิเล็กน้อยต่อชะตาของเด็กน้อยคนหนึ่งที่พลัดตกลงไปในน้ำคลอง แม้ว่าช่วงนี้น้ำจะไม่ลึก อีกทั้งยังมีผู้หวังดีกระโดดลงไปช่วยขึ้นมาได้ทันท่วงที แต่ทว่า…เด็กน้อยคนนั้นกลับยังไม่ได้สติ
ธารามลพยายามจะลืมตาหรือขยับปากพูด แต่ร่างกายนี้กลับไม่ยอมทำตามคำสั่งของเธอเลยแม้แต่น้อย เหมือนเธอเป็นเพียงวิญญาณที่ถูกจองจำอยู่ในร่างของคนอื่น
และแล้ว…เสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นที่ดังที่สุด ใกล้ที่สุด และเจ็บปวดที่สุดก็กรีดลึกเข้ามาในใจของเธอ
"ปลากริม ปลากริมลูกแม่!" เสียงนั้นเรียกชื่อที่กระแทกเข้าสู่ศูนย์กลางความทรงจำของธารามลอย่างจัง! มันคือชื่อของเด็กหญิงผู้อาภัพ…เด็กที่จะเติบโตไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว นางร้าย ในนิยายเรื่อง "รักร้ายแห่งยุคพระนคร 2500" ที่เธอเพิ่งอ่านจบไป!
ด้วยความตกใจ ธารามลได้เค้นแรงเฮือกสุดท้ายที่หลงเหลือจากเจ้าของร่าง จึงทำให้เปลือกตาอันหนักอึ้งของเด็กหญิงจึงค่อย ๆ ปรืออย่างเชื่องช้า
ภาพแรกที่เห็นไม่ใช่ทีมกู้ภัยหรือเพดานโรงพยาบาล แต่เป็นใบหน้าซูบซีดอาบน้ำตาของผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอจำได้แม่นจากคำบรรยายในนิยาย…นี่ต้องเป็นบัว แม่ของนางร้ายแน่ รอบ ๆ ตัวคือชาวบ้านในชุดมอซอและพื้นไม้กระดานเก่า ของชานบ้านริมคลอง
ไม่ใช่แล้ว…นี่มันไม่ใช่ความฝัน! อุบัติเหตุของเครื่องบินไม่ได้จบลงแค่ความตาย แต่มันกลับส่งเธอมายังจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม…ในร่างของตัวละครที่เธอรู้ดีว่าจะต้องพบจุดจบอย่างไร้ค่าและน่าเวทนามากที่สุด!
ความคิดนั้นทำให้ร่างเล็กของปลากริมแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตที่ยังพร่าเลือนเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าอาบน้ำตาของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็น แม่ ในภพชาตินี้อย่างว่างเปล่า
เมื่อบัวเห็นว่าบุตรสาวของตนฟื้นแล้ว และกำลังมองมาที่ตน สองแขนของหล่อนก็โผเข้ากอดร่างของบุตรสาวแน่น ราวกับกลัวว่าแก้วตาดวงใจของตนจะสลายหายไป
ความอบอุ่นจากร่างกายที่ซูบผอมและแรงสั่นเทาจากเสียงสะอื้น ทำให้ธารามลในร่างปลากริมรู้สึกถึงความจริงอันหนักอึ้งที่กำลังเผชิญ
"โถ…ลูกแม่ ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูก อย่าเป็นอะไรไปนะ" เสียงของบัวพร่าสั่นเคลืออยู่ข้างหู
ในเวลาเดียวกันนั่นเอง ฝูงไทยมุงที่ยืนล้อมอยู่ก็มีเสียงฮือฮาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแหวกทางให้ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เสียงทุ้มต่ำของชายคนนั้นพลันดังขึ้นด้วยความร้อนรน
ในอ้อมแขนของเขาได้มีร่างเล็กจ้อยของเด็กชายคนหนึ่งนุ่งแต่เสื้อไม่สวมกางเกงอีกทั้งน้ำมูกยังเกรอะกรัง เด็กชายปั้นขลิบกำลังใช้กำปั้นเล็ก ๆ ขยี้ตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้ตามผู้เป็นพ่อ
"บัว! ลูกล่ะ ลูกเป็นยังไงบ้าง" สิงห์ครูมวย ผู้ที่แต่ก่อนเป็นนักมวยเลื่องชื่อ ถามภรรยาเสียงสั่น แววตาที่ปกติมักจะหม่นหมองด้วยความสิ้นหวัง บัดนี้ฉายชัดถึงความตื่นตระหนกและห่วงใยบุตรสาวสุดหัวใจ
เขาทรุดตัวลงนั่งข้างกายของลูกกับเมีย ยื่นมือที่หยาบกร้านจากการฝึกมวยมาแตะหน้าผากเล็ก ของบุตรสาว อย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าร่างนั้นจะบุบสลาย
ธารามล…ไม่สิ…ปลากริมนิ่งงันไป เธอถูกโอบล้อมไว้ด้วยความรักและความเป็นห่วงที่แท้จริงจากครอบครัวที่เธอไม่เคยรู้จัก ครอบครัวที่ตามบทประพันธ์แล้วมีแต่โชคร้ายรออยู่เบื้องหน้า
ภาพของแม่ผู้ร้องไห้ปานจะขาดใจ พ่อผู้ยอมละทิ้งความอมทุกข์ของตัวเองเพื่อวิ่งมาดูอาการของเธอ และน้องชายตัวน้อยที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้แต่ก็ยังร้องไห้หาพี่สาว…นี่น่ะหรือครอบครัวของ นางร้าย ในอนาคต?
ความอบอุ่นที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับในสถานการณ์เช่นนี้ กลับจุดประกายความมุ่งมั่นบางอย่างขึ้นในหัวใจที่สับสนอลหม่านของวิญญาณหญิงสาว
ไม่ว่าชะตากรรมในนิยายจะเลวร้ายแค่ไหน เธอจะไม่มีวันยอมให้ครอบครัวที่รักตัวเองอย่างสุดหัวใจนี้ ต้องพบกับจุดจบตามเนื้อหาต้นฉบับอย่างเด็ดขาด ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสฉันมีชีวิตอยู่ ฉันจะเปลี่ยนแปลงมันทั้งหมดเอง
พระเอกในเรื่องนะหรือ ฉันจะเตะมันไปให้ไกล ส่วนนางเอกผู้ใสซื่อประดุจดอกบัวขาว เธอก็จะไม่เอาตัวเองไปเฉียดใกล้ ส่วนตัวร้ายที่หวังหลอกนางร้าย เหอะ ๆ มาดูกันว่าใครจะร้ายกว่า ธารามลในร่างของปลากริมคิดอย่างหมายมาด
#### หึ นี่ขนาดน้องเพิ่งหกขวบนะ 55 โปรดกดหัวใจและติดตามน้องปลากริมด้วยนะคะ กราบค่ะ
มิติกับพี่สาวตานี
หลังจากผ่านเหตุการณ์อันแสนวุ่นวายและน่าตื่นตระหนกจนแทบจะทำให้คนในครอบครัวเสียสติ ธารามลก็ได้ถูกคนเป็นพ่ออุ้มมาที่บ้าน ส่วนคนเป็นแม่ก็รีบหาเสื้อผ้าแห้งมาผลัดเปลี่ยนให้บุตรสาวอย่างทนุถนอม
ก่อนที่เธอจะถูกบอกให้นอนพักผ่อนอยู่บนเสื่อผืนเก่าในมุมหนึ่งของบ้านไม้ กลิ่นหอมขมของยาสมุนไพรที่คนเป็นแม่กำลังต้มให้ลอยอบอวลไปทั่ว เป็นกลิ่นที่ยืนยันว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้คือความจริงอันโหดร้าย
ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาที่บ้าน พ่อได้พาเธอไปหาหมอยา ประจำท้องที่แห่งนี้ หมอคนนั้นบอกว่าเธอแค่ตกใจและสำลักน้ำไปมาก ให้พักผ่อนเยอะ ๆ เดี๋ยวก็หายเป็นปกติ…เป็นปกติอย่างนั้นหรือ? ธารามลถอนหายใจในร่างเล็กจ้อย เธอน่ะไม่ปกติอย่างแรงเลยต่างหาก
ธารามลคนเดิม…เชฟสาวอนาคตไกลได้ตายไปแล้วพร้อมกับอุบัติเหตุเครื่องบินตก ตอนนี้มีเพียง เด็กหญิงปลากริมลูกสาวคนโตวัยหกขวบของอดีตนักมวยตกอับกับแม่ค้าหาบเร่ขายขนม ที่ต้องดิ้นรนเพื่อไม่ให้ตัวเองและครอบครัวต้องพบกับจุดจบอันน่าอนาถตามบทประพันธ์
ขณะที่เธอกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่นั้น ความคิดก็ล่องลอยกลับไปหาชีวิตเก่าที่เธอจากมา…ภาพของห้องครัวสแตนเลสที่สะอาดเอี่ยม เตาอบดิจิทัลที่ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ เครื่องผสมแป้งอย่างดี และที่สำคัญที่สุดคือ อุปกรณ์ขนมต่าง ๆ ของตัวเอง ที่เธอเลือกสรรและทะนุถนอมราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า
เธอกำลังนึกถึงห้องทำขนม และอุปกรณ์เหล่านั้นอย่างละเอียด…พายซิลิโคนด้ามไม้ที่จับถนัดมือ หัวบีบครีมลายกุหลาบที่ใช้ประจำ มีดเล็ก ๆ สำหรับแกะสลักผลไม้ที่คมกริบ…
ในตอนนั้นเอง ความรู้สึกประหลาดก็เกิดขึ้น! ขณะที่เธอกำลังนึกถึงภาพพายซิลิโคนอันโปรดอยู่นั้น เธอกลับรู้สึกเหมือนได้ สัมผัส ถึงน้ำหนักและผิวสัมผัสเรียบลื่นของมันในความคิด…เป็นความรู้สึกที่ชัดเจนจนน่าขนลุก
อะไรกัน? ปลากริมขมวดคิ้วทั้งที่ยังหลับตา
เธอเปลี่ยนไปนึกถึงมีดแกะสลักผลไม้เล่มเล็กที่เก็บไว้ในลิ้นชักอย่างดี นึกถึงด้ามจับโลหะเย็น ๆ และความคมของใบมีด…และอีกครั้ง! เธอรู้สึกเหมือนกำลังกำด้ามมีดเล่มนั้นไว้ในมือ…แต่เป็นมือในจินตนาการ
เป็นไปได้ยังไง…สิ่งที่อยู่ในความคิดจะสัมผัสได้ ด้วยอย่างนั้นเหรอ?
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนตื่นเต้น ปลากริมจึงลองรวบรวมสมาธิทั้งหมด เพ่งความคิดไปที่ หัวบีบครีมลายกุหลาบ ชิ้นเล็ก ๆ ที่ทำจากสแตนเลสเงาวับอันนั้น เธอคิดอย่างมุ่งมั่น…อยากเห็นมัน…อยากจับมันอีกครั้ง…ออกมาสิ…จะเอาออกมาได้ไหมนะ
สิ้นความคิดนั้นเอง เธอก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างถูกดึงออกจากห้วงความคิดของเธอเบา ๆ และปรากฏขึ้นในมือเล็ก ของตนที่กำแน่นอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง!
ปลากริมสะดุ้งสุดตัว! ลืมตาโพลงด้วยความตกใจ!
เธอค่อย ๆ คลี่มือของตัวเองออกอย่างเชื่องช้า…และบนฝ่ามือนั้น ก็มีหัวบีบครีมสแตนเลสรูปทรงคุ้นตาวางอยู่จริง ๆ! ไม่เพียงแค่นั้น เพราะว่าสิ่งที่เธอนึกขึ้นก่อนหน้าก็ปรากฏอยู่ตรงนี้ด้วย
หัวใจดวงน้อยของเด็กหญิงเต้นระรัว! ซึ่งในตอนนี้เธอกำลังตกใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังรีบกำมือและซ่อนมันไว้ใต้ผ้าห่มอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองไปรอบ ๆ และเห็นว่าคนเป็นแม่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาถ่าน ส่วนน้องชายก็นอนหลับอยู่ไม่ไกล โชคดีที่ไม่มีใครเห็น
เธอสูดหายใจลึก พยายามทำใจให้สงบ แล้วลองอีกครั้ง… หายไป สิ้นความคิด สิ่งของในมือ ก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย!
กลับมา หลังจากเธอคิดแบบนี้ ของทั้งหมดก็ได้กลับมาอยู่ในมือของเธออีกครั้ง!
คราวนี้ไม่ใช่แค่ความตกใจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความตื่นเต้นจนแทบจะหยุดหายใจอีกด้วย ปลากริมกำหัวบีบครีมไว้แน่น สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว…ทะลุมิติ…มีของติดตัวมาจากโลกเก่า…
นี่มัน…หรือว่าสิ่งนี้จะเรียกว่ามิติ ตามที่เคยอ่านนิยายมาใช่ไหม
ไม่ใช่แค่ความทรงจำในฐานะเชฟที่ติดตัวมา แต่เธอยังมี คลังสมบัติ ส่วนตัวที่สามารถหยิบเอาอุปกรณ์จากโลกเก่าของเธอออกมาใช้ได้อีก
จากความสิ้นหวังเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความหวังที่สว่างวาบขึ้นในดวงตากลมโตของเด็กหญิงวัยหกขวบ…สวรรค์ไม่ได้แค่ส่งเธอมาตาย แต่ยังส่งเครื่องมือทำมาหากิน ชั้นเลิศมาให้เธออีกต่างหาก
ปฏิบัติการพลิกชะตาของชีวิตในร่างนางร้าย ซึ่งตอนนี้ยังเป็นเพียงเด็กหญิงฟันน้ำนมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ ริมคลองบางกอกน้อยแห่งพระนครยุค 2500
หลังจากธารามลเริ่มจะยอมรับในชะตากรรมของตัวเองได้แล้วว่าเธอต้องใช้ชีวิตใหม่ในฐานะ ปลากริม วิญญาณของเธอในร่างเด็กน้อยที่กำลังนั่งนิ่ง เพื่อนึกทบทวนถึงเส้นเรื่องเดิม ของครอบครัวนางร้ายที่ตัวเองได้มาสิงร่าง…
ตามเนื้อเรื่องเดิม…จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมคือหลังจากที่พ่อสิ้นหวังกับการล้มมวยของศิษย์รัก ท่านก็เริ่มดื่มเหล้าเมามายจนไปมีเรื่องกับนักเลงเจ้าถิ่น…ส่วนแม่ก็ตรากตรำทำงานหนักจนล้มป่วยลงในที่สุด…หลังจากนั้น
ความคิดอันซับซ้อนของผู้ใหญ่ในร่างเด็กต้องหยุดชะงักลง เมื่อมีเสียงเล็ก ๆ ใส ๆ ดังขึ้นข้างตัว
"พี่จ๋า…หนูหิว"
เสียงใสแจ๋ว ของปั้นขลิบทำให้เด็กหญิงร่างผอมที่กำลังผูกผมแกละสองข้าง โดยฝีมือแม่ ต้องบ่ายหน้าไปมองเขา น้องชายตัวน้อยกำลังยืนมองเธอตาแป๋ว เจ้าตัวกำลังเอามือใส่ปาก ตามความเคยชินของเด็กวัยสี่ขวบ น้ำมูกใส ๆ ที่เกรอะกรังอยู่ใต้จมูกทำให้ปลากริมนึกเอ็นดูระคนสงสาร
จริงสิ…จะมัวแต่วางแผนอนาคตอย่างเดียวไม่ได้ ปากท้องของเราในปัจจุบันสำคัญที่สุด
"ไป…เดี๋ยวพี่หาอะไรให้กินนะ" ปลากริมพูดด้วยเสียงเล็ก ๆ ของตัวเองที่ยังไม่คุ้นชิน ก่อนจะจูงมือน้องชายเดินลงบันได
ทั้งสองคนชวนกันไปยังดงกล้วยข้างบ้านที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา แต่กลับมีสภาพอย่างที่เธอเห็นจากความทรงจำเดิม…ที่มีแต่ใบกล้วยหาลูกแทบไม่เจอ คงเพราะดินไม่ดีและขาดการดูแล มีเพียงเครือเล็ก ๆ ที่ยังเขียวอื๋ออยู่เพียงเครือเดียวเท่านั้น
ขณะที่ปลากริมกำลังใช้สายตาของเชฟประเมินว่ากล้วยดิบเครือนั้นจะพอเอาไปทำอะไรได้บ้าง ในจังหวะนั้นเอง ดวงตาของเด็กหญิงวัยหกขวบก็มองเห็นบางสิ่งที่ทำให้เธอต้องหยุดนิ่ง…
ใต้ร่มเงาของกอกล้วยตานีที่ใหญ่ที่สุด มีหญิงงามนางหนึ่งในชุดสไบผ้าแถบสีเขียวตองยืนมองเธอกับน้องชายด้วยรอยยิ้มเอ็นดู หญิงผู้นั้นมีรูปโฉมงดงามราวกับนางในวรรณคดี ผมยาวสลวย ผิวพรรณผุดผ่อง แม้จะยืนอยู่ในที่ร่มสลัวแต่กลับดูเหมือนมีรัศมีอ่อน ๆ รอบกาย
ทางฝั่งนางตานีเองนั้น นางคุ้นเคยกับการเฝ้ามองเด็กทั้งสองคนนี้วิ่งเล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่สายตาของมนุษย์จะมองเห็นตนได้…นางจึงไม่คิดว่าปลากริมจะเห็นตัวเอง และยังคงส่งยิ้มให้อย่างที่เคยทำ ทว่า…นางพลันรู้สึกแปลกใจขึ้นมาเล็กน้อย ที่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าดวงตากลมโตของเด็กน้อยคนนั้นจะไม่ได้มองทะลุผ่านร่างของตนไปเหมือนทุกที แต่กลับจ้องตรงมาที่นางอย่างชัดเจน
ปลากริมเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน เธอกะพริบตาปริบ ๆ ผู้หญิงคนนั้น…สวยเหลือเกิน แต่ทำไมถึงดูโปร่งแสงนิด ๆ นะ? แล้วทำไมถึงมายืนยิ้มอยู่ตรงกอกล้วยตานีที่ใคร ๆ ก็ว่าเจ้าที่แรงนักหนา…
วินาทีนั้นเองที่เด็กหญิงผู้มีวิญญาณเป็นผู้ใหญ่ กับภูตผีสาวเจ้าที่ผู้ใจดี ได้สบตากันเป็นครั้งแรก…และต่างก็รับรู้ได้ถึงความ ไม่ธรรมดา ของอีกฝ่าย
#### อืม ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ธรรมดาล่ะนะ 55 เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อโปรดติดตามในตอนหน้าค่ะ