โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก IFBH บริษัทน้ำมะพร้าวไทย ไม่มีโรงงาน แต่มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท!

Amarin TV

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 08.56 น.
รู้จัก IFBH บริษัทน้ำมะพร้าวไทย พนักงาน 46 คน ไม่มีโรงงาน แต่กำไรพันล้าน มูลค่าแตะ 5 หมื่นล้านบาท!

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา หุ้นของ IFBH บริษัทน้ำมะพร้าวสัญชาติไทย เปิดซื้อขายวันแรกในตลาดหุ้นฮ่องกงด้วยกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 42% จากราคา IPO ที่ 27.80 ดอลลาร์ฮ่องกง ปิดวันแรกที่ 39.50 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น โดยนักลงทุนแห่จองซื้อจนหุ้นถูกจองเกินกว่า 2,600 เท่า

ล่าสุด (3 กรกฎาคม 2568) ราคาหุ้นยังแรงไม่หยุด ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 48.80 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น ดันมูลค่าตลาดของบริษัทขึ้นไปแตะ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 53,600 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่ปัจจุบันขึ้นแท่นน้ำมะพร้าวขายดีอันดับหนึ่งในจีนและฮ่องกง ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรทะลุ 1,000 ล้านบาท

ด้วยตัวเลขที่เติบโตแรงขนาดนี้ หลายคนอาจคิดว่า IFBH ต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีโรงงานและคลังสินค้าขนาดมหึมา แต่ความจริงน่าทึ่งกว่านั้น เพราะจากข้อมูลหนังสือชี้ชวนที่บริษัทยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ปัจจุบัน IFBH มีพนักงานเพียง 46 คนเท่านั้น แถมยังไม่มีโรงงาน และไม่มีโกดังเป็นของตัวเอง

IFBH ทำธุรกิจแบบไหน? โมเดลธุรกิจเป็นอย่างไร? ทำไมบริษัทเล็กที่ไม่มีโรงงานถึงเติบโตเร็วขึ้นมาเป็นบริษัทมูลค่าหลายหมื่นล้านได้? SPOTLIGHT จะพาไปหาคำตอบ

IFBH: บริษัทน้ำมะพร้าวไทยรายได้พันล้าน

บริษัท IFBH จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารพร้อมบริโภคที่มีรากฐานในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 โดยมีเป้าหมายในการสร้างแบรนด์เครื่องดื่มที่สามารถแข่งขันในตลาดโลก ภายใต้แบรนด์ "if" (อีฟ) ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดน้ำมะพร้าวธรรมชาติพร้อมดื่ม (RTD) ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่

IFBH เริ่มต้นจากการเป็นสายธุรกิจระหว่างประเทศของบริษัท General Beverage ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในปัจจุบัน โดย General Beverage รับผิดชอบผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ if และ Innococo ไปยังต่างประเทศ (ยกเว้นประเทศไทย)

ทั้งนี้ ในเดือนธันวาคม 2565 General Beverage ได้ปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ โดยแยกสายธุรกิจระหว่างประเทศออกมาก่อตั้งเป็น IFBH เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจระดับสากล หลังการปรับโครงสร้าง General Beverage ยังคงดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตและผู้รวบรวมวัตถุดิบรายสำคัญของ IFBH

เดิมที General Beverage ใช้โมเดลธุรกิจแบบ Asset-Heavy คือเป็นผู้ผลิตและกระจายสินค้าเอง แต่หลังจากการแยกธุรกิจ IFBH ได้เปลี่ยนมาใช้โมเดล Asset-Light อย่างเต็มรูปแบบ โดยไม่มีการถือครองโรงงานผลิต คลังสินค้า หรือระบบขนส่งเป็นของตนเอง แต่เน้นการสร้างแบรนด์ การขยายตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริหารพันธมิตรในเครือข่ายซัพพลายเชนทั่วโลก แทนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นสูง

ปัจจุบัน IFBH มีตลาดหลักในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญ และยังได้รับความนิยมในฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน พร้อมเร่งขยายสู่ตลาดใหม่ เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี 2567 IFBH มีสินค้าทั้งหมด 32 รายการ ภายใต้แบรนด์ If และ Innococo รวมถึงสินค้าพิเศษตามฤดูกาลและลิมิเต็ดเอดิชัน

ด้านส่วนแบ่งตลาด น้ำมะพร้าวของ IFBH ครองยอดขายอันดับ 1 ในตลาดเครื่องดื่มน้ำมะพร้าวในจีนต่อเนื่อง 5 ปีตั้งแต่ปี 2563 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 34% ในปี 2567 นอกจากนี้ ยังครองอันดับ 1 ในตลาดฮ่องกงติดต่อกัน 9 ปีตั้งแต่ปี 2559 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 60% ในปี 2567 และยังเป็นบริษัทอันดับ 2 ของโลกในตลาดเครื่องดื่มที่เกี่ยวข้องกับน้ำมะพร้าวในปีเดียวกัน

ด้านผลประกอบการ ปี 2567 IFBH มีรายได้ 157.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,097 ล้านบาท) และมีกำไร 33.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,077 ล้านบาท) สะท้อนศักยภาพของโมเดลธุรกิจ Asset-Light ที่สามารถสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและทำกำไรได้ในระดับสูง

โมเดล Asset-Light: หัวใจของธุรกิจ IFBH

โมเดล Asset-Light ของ IFBH ช่วยให้บริษัทมีความยืดหยุ่นสูง ขยายกำลังการผลิตได้รวดเร็ว และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว IFBH ไม่ถือครองโรง งานผลิต คลังสินค้า หรือระบบขนส่งเป็นของตนเอง แต่ใช้พันธมิตรบุคคลที่สามในทุกกระบวนการหลัก ได้แก่

  • ผู้ผลิตบุคคลที่สาม (Co-packers):

IFBH ทำงานร่วมกับผู้ผลิตที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานคุณภาพของบริษัท ผู้ผลิตเหล่านี้รับผิดชอบในการจัดหาน้ำมะพร้าวจากเกษตรกรและผู้รวบรวมที่ IFBH อนุมัติ รวมถึงจัดซื้อวัตถุดิบอื่น ๆ และบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวด PET กระป๋องอลูมิเนียม และกล่อง Tetra Pak ที่ IFBH เป็นผู้กำหนดมาตรฐาน โดยปัจจุบัน IFBH ทำงานร่วมกับเกษตรกรและผู้รวบรวมน้ำมะพร้าวในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ทำให้ IFBH มีความมั่นคงด้านซัพพลายวัตถุดิบและได้เปรียบในตลาดน้ำมะพร้าวไทยในระดับโลก

นอกจากนี้ แม้จะไม่ได้เป็นผู้ผลิตเอง แต่ IFBH ยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดสูตรสินค้า ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ควบคุมคุณภาพการผลิต และตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้ายในทุกขั้นตอน เพื่อรักษามาตรฐานที่สม่ำเสมอและความน่าเชื่อถือของแบรนด์

  • ระบบโลจิสติกส์:

ด้านการขนส่ง IFBH ใช้บริการผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่สาม (Third-party logistics providers) เพื่อขนส่งสินค้าจากผู้ผลิตไปยังตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก โดยใช้ รูปแบบ FOB (Free on Board) ซึ่งกรรมสิทธิ์สินค้าจะเปลี่ยนมือทันทีที่ถึงท่าเรือที่กำหนดในสัญญา

ปัจจุบัน สินค้าของ IFBH ถูกจัดส่งไปยังท่าเรือที่ลูกค้ากำหนด ผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์ของผู้ผลิต และผ่านผู้ให้บริการขนส่งบุคคลที่สามที่ IFBH จัดหา

หากผู้ผลิตเป็นผู้จัดส่งสินค้าเอง ค่าขนส่งจะรวมอยู่ในราคาสินค้า และความเสี่ยงในกระบวนการขนส่งจะอยู่ที่ผู้ให้บริการขนส่ง IFBH ได้จัดทำประกันคุ้มครองสินค้าตลอดกระบวนการจัดส่งเรียบร้อยแล้ว

  • การขายและการกระจายสินค้า:

IFBH พึ่งพา ตัวแทนจัดจำหน่ายบุคคลที่สาม (Third-party distributors) ที่ได้รับการคัดเลือกจาก IFBH โดยพิจารณาจากคุณสมบัติบริษัท ขนาดองค์กร ความแข็งแกร่งของเครือข่ายการจัดจำหน่าย ประสบการณ์ในตลาดท้องถิ่น ความครอบคลุมของจุดจำหน่าย และศักยภาพในการให้บริการลูกค้า

พันธมิตรตัวแทนจำหน่ายของ IFBH มีบทบาทสำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่กระจายสินค้า แต่ยังเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบกลยุทธ์การตลาดในแต่ละประเทศ และการสร้างแบรนด์ในระดับท้องถิ่น IFBH สร้างความสัมพันธ์ในรูปแบบ พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partnership) ที่เติบโตไปพร้อมกันในระยะยาว

ด้วยโมเดล Asset-Light ที่เน้นการทำงานผ่านพันธมิตรภายนอก IFBH จึงสามารถบริหารธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ในระดับสากลด้วยทีมงานขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิผล โดยในปี 2567 บริษัทมีพนักงานเพียงประมาณ 46 คน แบ่งเป็นพนักงานในสำนักงานไทย 43 คน พนักงานในสำนักงานสิงคโปร์ 3 คน ในจำนวนนี้เป็นทีม Fulfillment 6 คน รับผิดชอบด้านการจัดซื้อ จัดหาวัตถุดิบ และควบคุมคุณภาพ ส่วนทีมขายและการตลาดมีเพียง 20 คน ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของโมเดลธุรกิจที่ช่วยลดต้นทุนคงที่และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน

ความสัมพันธ์กับ General Beverage: พันธมิตรสำคัญในซัพพลายเชน

ทั้งนี้ แม้ IFBH จะดำเนินธุรกิจภายใต้โมเดล Asset-Light แต่ General Beverage ยังคงเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่มีบทบาทสำคัญในซัพพลายเชนของบริษัท และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ IFBH ในปัจจุบัน

General Beverage ทำหน้าที่เป็น "ผู้รวบรวมหลัก" สำหรับน้ำมะพร้าววัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าของ IFBH ทั้งในกรณีที่ General Beverage เป็นผู้ผลิตโดยตรง และในกรณีที่จัดส่งวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตบุคคลที่สาม (Co-packers) ที่ IFBH เลือกใช้

ในเชิงปริมาณ ยอดซื้อสินค้าที่ IFBH สั่งซื้อจาก General Beverage มีสัดส่วนที่สำคัญ โดยในปี 2566 คิดเป็น 21.6% ของยอดซื้อรวม และในปี 2567 คิดเป็น 18.0% ของยอดซื้อรวม ของบริษัท

IFBH มีสัญญาผลิตสินค้าร่วมกับ General Beverage ในระยะยาว ซึ่งทั้งสองฝ่ายดำเนินงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดย IFBH มีแผนที่จะต่ออายุสัญญาดังกล่าวออกไปอีก 5 ปี หลังจากสัญญาปัจจุบันสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2570

นอกจากนี้ IFBH ยังได้ให้สิทธิ์ General Beverage เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ “if” ในประเทศไทย ภายใต้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าแบบไม่ผูกขาด โดย General Beverage ชำระค่าลิขสิทธิ์ให้ IFBH ในอัตรา 2.5% ของยอดขายรวมในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม แม้ความสัมพันธ์กับ General Beverage จะยังแข็งแกร่ง ในระยะต่อไป IFBH ยังมีการวางโครงสร้างการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน และได้วางแผนกระจายแหล่งจัดหาน้ำมะพร้าววัตถุดิบอย่างเป็นระบบ

แผนกระจายซัพพลายเชน: ลดการพึ่งพา General Beverage

เพื่อเสริมความมั่นคงของซัพพลายเชนและลดการพึ่งพา General Beverage ในระยะยาว IFBH ได้วางแผนกระจายแหล่งจัดหาน้ำมะพร้าววัตถุดิบอย่างจริงจัง

ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2568 IFBH ได้เริ่มทำงานกับผู้รวบรวมหลักอิสระรายแรก ซึ่งได้รับอนุมัติจาก IFBH และสามารถจัดหาน้ำมะพร้าวแปรรูปพร้อมบรรจุไปยังผู้ผลิต (Co-packers) ได้โดยตรงภายใต้สัญญาความร่วมมือที่มีข้อกำหนดด้านการรักษาความลับอย่างเข้มงวด โดย IFBH คาดว่าผู้รวบรวมอิสระรายแรกนี้จะจัดหาน้ำมะพร้าววัตถุดิบประมาณ 15% ของความต้องการทั้งหมดในปี 2568

นอกจากนี้ IFBH ยังวางแผนที่จะเพิ่มผู้รวบรวมอิสระอีกอย่างน้อย 2 ราย ภายในสิ้นปี 2568 และคาดว่าผู้รวบรวมอิสระทั้ง 3 รายนี้จะสามารถจัดหาน้ำมะพร้าวรวมกันประมาณ 35% ของความต้องการวัตถุดิบในปี 2568

เป้าหมายของ IFBH คือ ลดสัดส่วนการพึ่งพา General Beverage ให้เหลือไม่เกิน 70% ของความต้องการวัตถุดิบภายในปี 2568 และลดลงเหลือไม่เกิน 50% ภายในปี 2570

การกระจายแหล่งจัดหานี้จะช่วยให้ IFBH มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาซัพพลายเออร์รายใดรายหนึ่ง และสร้างเสถียรภาพในการเติบโตระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...