โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดชื่อประเทศรวม "มิจฉาชีพ-สแกมเมอร์" ระดับโลก มีประเทศที่ "คุณก็รู้ว่าใคร" รวมอยู่ด้วย

sanook.com

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 10.43 น. • Sanook
UNODC เปิดรายชื่อประเทศรวมแหล่ง

UNODC เปิดรายชื่อประเทศที่เป็นรวมแหล่ง "มิจฉาชีพ-สแกมเมอร์" ระดับโลก มีประเทศที่คุณก็รู้ว่าใคร รวมอยู่ด้วย

สหประชาชาติ (UN) รายงานว่า สำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime - UNODC) เปิดเผยว่า กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังขยายตัวไปทั่วโลก เพื่อรับมือกับแรงกดดันจากการปราบปรามที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความตระหนักและการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น กลุ่มอาชญากรในเอเชียกำลังขยายปฏิบัติการลึกเข้าไปในพื้นที่ห่างไกล เปราะบาง และไม่พร้อมที่สุดในภูมิภาค — และกว้างไกลออกไป

นายเบเนดิกต์ โฮฟมันน์ ผู้แทนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกของ UNODC กล่าวว่า "เรากำลังเห็นการขยายตัวทั่วโลกของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" "สิ่งนี้สะท้อนทั้งการขยายตัวตามธรรมชาติเมื่ออุตสาหกรรมเติบโตและแสวงหาวิธีการและสถานที่ใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ แต่ยังรวมถึงกลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงในอนาคต หากการหยุดชะงักในภูมิภาคยังคงดำเนินต่อไปและทวีความรุนแรงขึ้น"

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยรายงานที่ชื่อว่า "Inflection Point: Global Implications of Scam Centres, Underground Banking and Illicit Online Marketplaces in Southeast Asia" (จุดเปลี่ยน: ผลกระทบระดับโลกของศูนย์หลอกลวง, การธนาคารใต้ดิน และตลาดออนไลน์ผิดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดการวิเคราะห์ภัยคุกคามระดับภูมิภาคและเอกสารนโยบายที่จัดทำโดย UNODC

การขยายตัวของศูนย์หลอกลวง-การปรับตัวของอาชญากร

เครือข่ายอาชญากร ที่อยู่อาศัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zones-SEZs) และพื้นที่ชายแดนอื่นๆ ทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศดังนี้

เปิดรายชื่อประเทศแหล่งรวมมิจฉาชีพ-สแกมเมอร์ ระดับโลก

  • กัมพูชา : มีความเสี่ยงสูงในการเป็นแหล่งหลอกลวงทางไซเบอร์
  • ลาว
  • เมียนมาร์
  • ฟิลิปปินส์

กำลังถูกย้ายถิ่นฐาน เนื่องจากแรงกดดันจากการบังคับใช้กฎหมายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของภูมิภาค แม้การปราบปรามจะก่อกวนการดำเนินงานเดิม แต่เครือข่ายเหล่านี้ก็กลับโผล่ขึ้นใหม่ในนิคมธุรกิจที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับและสนับสนุนการดำเนินอาชญากรรมออนไลน์เพิ่มเติม

นายโฮฟมันน์ กล่าวว่า "มันแพร่กระจายเหมือนมะเร็ง" "ทางการปราบปรามในพื้นที่หนึ่ง แต่รากเหง้าไม่เคยหายไป พวกมันแค่ย้ายที่อยู่เท่านั้น ผลคือ ทั้งภูมิภาคกลายเป็นระบบนิเวศเชื่อมโยงถึงกัน โดยอาชญากรข้ามชาติที่เชี่ยวชาญใช้ประโยชนืจากช่องโหว่ต่างๆ ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยของรัฐ บิดเบือนกระบวนการนโยบาย และทำให้ระบบราชการ และสถาบันต่างๆ ต้องเสื่อมเสีย

ผลกระทบทางการเงินและการฟอกเงินระดับโลก

การขยายตัวของเครือข่ายอาชญากรรมที่ซับซ้อนเหล่านี้ในพื้นที่ที่การกำกับดูแลอ่อนแอที่สุด ได้ดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่ เอื้อประโยชน์และซ้ำเติมปัญหาการทุจริต และทำให้ธุรกิจผิดกฎหมายสามารถขยายตัวและรวมกลุ่มได้อย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การเกิดขึ้นของศูนย์ฉ้อโกงขนาดอุตสาหกรรมหลายร้อยแห่ง ซึ่งสร้างรายได้สูงเกือบ 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (หรือราว 1,310,079,852,000 บาท) ตามการประมาณการล่าสุดของ UNODC

ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของกลุ่มอาชญากร ได้รับแรงหนุนจากความสามารถในการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัลและระบบธนาคารใต้ดิน ก่อให้เกิดการสะสมผลประโยชน์ทางอาญาจำนวนมหาศาลที่แทรกซึมเข้าสู่ระบบการเงินทั่วโลก ในขณะที่ผู้กระทำผิดจากภูมิภาคนี้และอื่นๆ กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการฉ้อโกงทางไซเบอร์ การฟอกเงิน และระบบธนาคารใต้ดินในตลาดโลก ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงส่งสะท้อนไปทั่วทุกมุมโลก

อาชญากรรมไซเบอร์ขยายตัวไปทั่วโลก

แนวโน้มของกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่จะขยายฐานปฏิบัติการ (hedge beyond the region) ออกนอกภูมิภาคเอเชียนั้นสอดคล้องกับรายงานที่พบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการปราบปราม ศูนย์หลอกลวง (scam centres) ที่นำโดยกลุ่มชาวเอเชีย โดยศูนย์เหล่านี้ถูกพบว่าดำเนินการอยู่ในแอฟริกา เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และหมู่เกาะแปซิฟิกบางแห่ง นอกจากนี้ยังมีการฟอกเงินที่เกี่ยวข้อง การค้ามนุษย์ และบริการจัดหางานที่ถูกค้นพบว่าขยายวงกว้างไปไกลถึงยุโรป อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้

การเติบโตแบบอุตสาหกรรมและการใช้ประโยชน์จากเหยื่อ

กลุ่มอาชญากรเหล่านี้จำนวนมากสามารถขยายตัวจนมีขนาดเทียบเท่า ระดับอุตสาหกรรม ได้ด้วยการนำผลกำไรไป ลงทุนซ้ำ และใช้ประโยชน์จาก แรงงานขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลายทางภาษา ซึ่งประกอบด้วยเหยื่อจากการค้ามนุษย์หลายแสนคนและบุคคลที่สมรู้ร่วมคิด ผลลัพธ์ของเรื่องนี้สามารถเห็นได้ในช่วงไม่กี่เดือนแรกของปีนี้ในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ซึ่งมีผู้คนหลายพันคนต้องติดค้างหลังจากได้รับการปล่อยตัวจากศูนย์หลอกลวงที่ดำเนินการอยู่ตามพื้นที่ชายแดนของประเทศ

การร่วมมือกับกลุ่มอาชญากรอื่นและการขยายบริการ

จากรายงานยังแสดงให้เห็นว่า การมีส่วนร่วมของกลุ่มอาชญากรจากส่วนอื่นๆ ของโลกกำลังเพิ่มขึ้น สิ่งนี้ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นถึงการขยายตัวและเร่งความเร็วของปฏิบัติการฉ้อโกงทางไซเบอร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึง การก่อตัวของความร่วมมือใหม่ๆ ระหว่างกลุ่มอาชญากร และจำนวนผู้ให้บริการและนักนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องซึ่งเพิ่งเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นอีกด้วย

การฉ้อโกงทางไซเบอร์-การธนาคารใต้ดิน และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี

การขยายตัวของอาชญากรรมเหล่านี้ได้รับแรงผลักดันจาก ตลาดออนไลน์ผิดกฎหมายใหม่ๆ และ บริการอาชญากรรมแบบสำเร็จรูป (crime-as-a-service) กลุ่มอาชญากรได้พัฒนาไปสู่การเป็นผู้กระทำความผิดทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายฟอกเงินที่เชื่อมโยงกัน โบรกเกอร์ข้อมูล และบริการเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI หลากหลายรูปแบบ เช่น มัลแวร์และ Deepfake ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถปรับตัวรับมือกับการปราบปรามได้

นายโฮฟมันน์ กล่าวว่า "การบรรจบกันระหว่างความรวดเร็วและเป็นมืออาชีพของการปฏิบัติการเหล่านี้ในด้านหนึ่ง และการขยายตัวทางภูมิศาสตร์ไปยังส่วนใหม่ๆ ของภูมิภาคและที่อื่นๆ ในอีกด้านหนึ่ง แปลว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังมีความรุนแรงในรูปแบบใหม่ ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือ"

เปิด 3 รูปแบบการหลอกหลวงของ มิจฉาชีพ-สแกมเมอร์

  • การลงทุนออนไลน์: ควรระมัดระวังการลงทุนในธุรกิจหรือโครงการที่ไม่มีรูปแบบการทำงานที่ชัดเจน
  • การหลอกลวงให้โอนเงิน : ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลและบุคคลที่ขอให้โอนเงินให้ดีก่อนเสมอ
  • การหลอกลวงทางโทรศัพท์ : ควรระลึกไว้เสมอว่าหน่วยงานราชการหรือสถาบันการเงินจะไม่โทรศัพท์มาขอข้อมูลส่วนตัวหรือขอให้โอนเงิน

อ่านเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...