โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทูตอิหร่าน ย้ำอิหร่านมีสิทธิในการปกป้องตนเอง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 15.45 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 12.41 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 20 มิ.ย.- เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยย้ำว่า อิหร่านมีสิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเองจากการรุกราน ขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกไม่เพิกเฉย อิหร่านยังคงยึดมั่นต่อการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพ และไม่ต้องการมีอาวุธนิวเคลียร์

นายนอเศเรดดีน ฮัยแดรี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในการเสวนาหัวข้อ “สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จากกาซ่าสู่เตหะราน” ที่มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทยในวันนี้ โดยได้บรรยายถึงสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในภูมิภาคว่า ระบอบไซออนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไขจากมหาอำนาจโดยเฉพาะสหรัฐได้ก่ออาชญากรรม ด้วยการโจมตีอย่างไร้เป้าหมาย ไร้มนุษธรรม และขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศในอิหร่าน สังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ผู้นำทหาร และนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ มีพลเรือนเสียชีวิต 60 ราย เป็นเด็กและสตรีมากถึง 35 ราย

ข้ออ้างที่ใช้โจมตีอิหร่าน คือ โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ทั้งที่โครงการนี้อยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวดของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศหรือไอเออีเอ (IAEA) การโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของไอเออีเอจึงเป็นการละเมิดกฎหมายสากลอย่างร้ายแรง อิหร่านได้เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอสซี (UNSC) จัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อยุติการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพทางดินแดนของอิหร่านโดยทันที แต่ยูเอ็นเอสซีกลับไม่สามารถออกมติหรือดำเนินการใด ๆ เพื่อลงโทษผู้รุกราน อิหร่านจึงต้องใช้สิทธิปกป้องตนเองอย่างชอบธรรม ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และตามบทบัญญัติแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรฯ

อิหร่านขอเรียกร้องนานาประเทศให้ประณามและไม่เพิกเฉยต่อการรุกราน และจำเป็นต้องตั้งกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อหยุดยั้งการรุกราน ให้ความคุ้มครองประชาชนที่อยู่ภายใต้การยึดครอง และป้องกันไม่ให้วิกฤตลุกลามขยายวงกว้างในภูมิภาค

ขณะเดียวกันอิหร่านยังคงยึดมั่นอย่างมั่นคงต่อหลักการกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรแห่งสหประชาชาติ และการดำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

ต่อข้อถามเรื่องจะทำให้ประชาคมโลกมั่นใจได้อย่างไรว่า โครงการนิวเคลียร์อิหร่านเป็นไปเพื่อสันติตามที่อิหร่านยืนยัน เอกอัครราชทูตอิหร่านฯ กล่าวว่า อิสราเอลเป็นประเทศที่มีอาวุธเคมี อาวุธชีวภาพและอาวุธนิวเคลียร์ แต่ไม่ได้เป็นภาคีของสนธิสัญญาปลดอาวุธใด ๆ ขณะที่อิหร่านเป็นภาคีของสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์หรือเอ็นพีที (NPT) สถานที่ตั้งทางนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกไอเออีเอตรวจพิสูจน์อย่างเข้มงวดอย่างที่ไม่มีประเทศใดถูกตรวจพิสูจน์เช่นนี้มาก่อน ทั้งที่มีวัตถุประสงค์ทางสันติเท่านั้น นอกจากนั้นบันทึกของไอเออีเอยังระบุด้วยว่า ไม่พบสัญญาณใด ๆ ว่ามีการดัดแปลงสถานที่ตั้งทางนิวเคลียร์ไปเพื่อการทำอาวุธนิวเคลียร์

เอกอัครราชทูตอิหร่านฯ กล่าวว่า มีหลายเหตุผลที่อิหร่านไม่ปรารถนาที่จะมีอาวุธนิวเคลียร์ แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุด คือ ฟัตวาของผู้นำสูงสุดที่สั่งห้ามเอาไว้ ส่วนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นสิ่งที่ได้รับอนุญาตจากไอเออีเอ และการมีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ใช่สิ่งรับประกันความปลอดภัย

ต่อข้อถามว่า จะมีสิ่งใดช่วยลดทอนความตึงเครียดของสถานการณ์ในขณะนี้ได้ เอกอัครราชทูตอิหร่านฯ ตอบว่า อิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มสงครามนี้ก่อน และเป็นฝ่ายถูกรุกราน หากยูเอ็นเอสซีและประเทศคนกลางการเจรจาจะทำให้มีการหยุดยิง อิหร่านก็พร้อมยอมรับ แต่หากไม่มีการหยุดยิง อิหร่านก็ต้องปกป้องประเทศตนเอง.-814.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...