โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เศรษฐกิจซบหนัก! รัฐไม่กระตุ้นช่วงวิกฤต SME เสี่ยงล้มละลาย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 03.09 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 22.18 น.

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช เจ้าของร้านอาหารในเครือสตีฟ คาเฟ่ และประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร เปิดเผยข้อมูลกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การจัดสรรงบประมาณที่เดิมจะเน้นไปที่งบสำหรับน้ำ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งใจจะกระจายงบประมาณไปยังท้องถิ่นเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้จากโครงการต่างๆ แต่ล่าสุดรัฐบาลได้ปรับลดงบประมาณสำหรับการบริหารจัดการน้ำเหลือเพียง 30,000 ล้านบาทเท่านั้น จากที่เคยวางแผนไว้ที่ตัวเลขที่สูงกว่า

ในส่วนของงบประมาณสำหรับถนนก็เช่นกัน ที่จะจัดสรรไว้ 40,000 ล้านบาท แต่ปัญหาคือรายละเอียดของการใช้จ่ายยังไม่มีความชัดเจน โดยไม่มีการชี้แจงว่าคงจะใช้เงินเหล่านี้ไปกับโครงการใด และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นได้อย่างไร

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช

“การจัดสรรงบประมาณแบบนี้อาจไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทันที เพราะส่วนใหญ่เป็นโครงการระยะยาวที่ต้องใช้เวลานานในการดำเนินการ แต่ในระยะยาวอาจช่วยในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน” แต่การกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจในระยะสั้นกลับไม่ได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้

แม้ภาครัฐจะมีแผนงานที่ดีในระยะยาว แต่ในเวลานี้สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศตกต่ำ และการบริโภคภายในประเทศหายไปเกือบ 50% ซึ่งหากไม่มีการกระตุ้นในระยะสั้น ผู้ประกอบการรายเล็กจะไม่สามารถรอดจากวิกฤตเศรษฐกิจนี้ได้

รัฐบาลควรแบ่งงบประมาณประมาณ 5,000 ล้านบาท มาจัดทำโครงการเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งอาจจะทำได้โดยการขยายโครงการ “คนละครึ่ง” ให้มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และสามารถขยายวงเงินเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นการจับจ่ายได้เร็วและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าได้โดยตรง

ในส่วนของการท่องเที่ยว รัฐบาลควรเร่งดำเนินโครงการท่องเที่ยวที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว เช่น โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ที่เคยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และอยากเสนอให้ปรับโครงการนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องรอการแก้ไขหรือปฏิรูปอย่างเชื่องช้า

ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำ เห็นด้วยว่าเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมและการขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ เช่น ภาคเหนือและภาคกลางที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในช่วงฤดูฝน ซึ่งการบริหารจัดการน้ำในระดับท้องถิ่นนั้นควรได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณที่มีการจัดสรรให้

ในช่วงเวลานี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศในระยะสั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะในภาคธุรกิจขนาดเล็กหรือSME ที่ยังคงเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ และการที่รัฐบาลไม่จัดสรรงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น อาจทำให้ปัญหาความยากจนและการขาดแคลนเงินหมุนเวียนในท้องถิ่นยืดเยื้อไปถึงอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...