โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เจาะลึกภาพแรกจากหอดูดาว Vera C. Rubin เปิดศักราชใหม่แห่งการสำรวจจักรวาล

THE STANDARD

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 03.47 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 03.45 น. • thestandard.co
เจาะลึกภาพแรกจากหอดูดาว Vera C. Rubin เปิดศักราชใหม่แห่งการสำรวจจักรวาล

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นักดาราศาสตร์ได้เผยโฉมภาพถ่ายห้วงจักรวาลชุดแรกจากหอดูดาว Vera C. Rubin แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกล้องโทรทรรศน์ขนาด 8.4 เมตร ที่เตรียมทำภารกิจบันทึกวิดีโอ Time-lapse ของจักรวาลแบบคมชัด ในช่วงเวลาหนึ่งทศวรรษต่อจากนี้

หอดูดาว Vera C. Rubin ตั้งอยู่บนยอดเขา Cerro Pachón ในประเทศชิลี ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะสมต่อการสังเกตการณ์วัตถุในอวกาศที่สุดในโลก จากการมีความชื้นในอากาศน้อย มีท้องฟ้ามืดไร้แสงไฟรบกวนจากเมือง จึงทำให้กล้องโทรทรรศน์สามารถบันทึกภาพจักรวาลแบบมุมกว้างได้อย่างต่อเนื่องเกือบทุกคืน จนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเทหวัตถุต่าง ๆ ได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน

กล้องถ่ายภาพ LSST ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหอดูดาว Rubin ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘กล้องดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก’ ด้วยความละเอียด 3,200 เมกะพิกเซล มีน้ำหนักมากกว่า 2,800 กิโลกรัม และขนาดใหญ่เทียบเท่ากับรถยนต์คันหนึ่ง ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพห้วงอวกาศมุมกว้างเทียบเท่าพื้นที่ดวงจันทร์เต็มดวง 45 ดวงได้ในหนึ่งครั้ง พร้อมกับความสามารถในการปรับตำแหน่งการเล็งได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถบันทึกภาพทุกจุดของซีกฟ้าใต้ได้ในช่วงเวลาทุก ๆ 4 คืน

ภาพถ่ายชุดแรกที่มีการเปิดเผยโดยมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation) หรือ NSF และกระทรวงพลังงานสหรัฐ แสดงให้เห็นกาแล็กซีมากกว่า 10 ล้านแห่ง ในห้วงเวลาการสำรวจเพียง 10 ชั่วโมง นับเป็นข้อมูลเพียงแค่ 0.05% ของจำนวนกาแล็กซีที่นักดาราศาสตร์คาดว่ากล้องโทรทรรศน์ของหอดูดาวแห่งนี้จะบันทึกได้ หรือมากกว่า 20,000 ล้านแห่งในเอกภพ ตลอดช่วงการทำงานนาน 10 ปี ภายใต้โครงการสำรวจ ‘Legacy Survey of Space and Time’

นอกจากการบันทึกภาพกาแล็กซีที่อยู่ไกลโพ้น หอดูดาว Rubin ยังสามารถตรวจพบดาวเคราะห์น้อยในระบบสุริยะ จากการบันทึกภาพท้องฟ้ามุมกว้างได้อีกเช่นกัน โดยจากภาพถ่ายชุดแรกที่มีการเปิดเผยมา นักดาราศาสตร์ยืนยันการพบดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ได้มากถึง 2,104 ดวง จากการสำรวจเพียง 10 ชั่วโมงเท่านั้น

ปกติแล้ว นักดาราศาสตร์พบดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ประมาณ 20,000 ดวง จากการค้นหาและสำรวจโดยกล้องโทรทรรศน์ต่าง ๆ ทั่วโลกในหนึ่งปี นั่นทำให้ในเวลาเพียงหนึ่งคืน กล้องของหอดูดาว Rubin ได้พบดาวเคราะห์น้อยไปแล้วถึง 10% ของจำนวนที่ตรวจเจอตลอดทั้งปี และนักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าจะมีการพบดาวเคราะห์น้อยได้มากกว่าล้านดวง ในช่วงสองปีแรกของการเริ่มสำรวจท้องฟ้าอีกด้วย

Brian Stone ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการ NSF เปิดเผยว่า “หอดูดาว Rubin จะบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับจักรวาล ได้มากกว่าที่กล้องโทรทรรศน์ในช่วงคลื่นที่ตามองเห็นทุกแห่ง จากตลอดช่วงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมารวมกันเสียอีก ซึ่งจะทำให้เราได้สำรวจปริศนาต่าง ๆ ของเอกภพ ทั้งสสารมืดและพลังงานมืดในจักรวาลแห่งนี้”

หอดูดาวแห่งนี้ได้รับการตั้งชื่อตามคุณ Vera C. Rubin นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน ผู้พบหลักฐานบ่งชี้ถึงการมีอยู่ของสสารมืดในจักรวาล และได้บุกเบิกการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมสสารมืด ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์เดียวกันกับการทำงานของหอดูดาวแห่งนี้ ที่อาศัยการถ่ายภาพมุมกว้างของจักรวาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจดูและทำความเข้าใจถึงคุณสมบัติของสสารมืดกับพลังงานมืด อันเป็นองค์ประกอบมากกว่า 95% ในห้วงเอกภพแห่งนี้

ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นการค้นพบกาแล็กซี ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง รวมถึงวัตถุผู้มาเยือนจากนอกระบบสุริยะ ที่ไม่เคยมีการตรวจพบได้มาก่อน จากการสำรวจท้องฟ้าของหอดูดาว Rubin รวมไปถึงบทบาทการ ‘พิทักษ์โลก’ ด้วยการสอดส่องหาดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกที่อาจเป็นภัย เพื่อวางแผนป้องกันและรับมือได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย

Michael Kratsios ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำเนียบขาว ได้กล่าวไว้ในงานแถลงข่าวเปิดภาพชุดแรกอย่างน่าสนใจว่า “หอดูดาว Rubin คือการลงทุนในอนาคตของพวกเรา เป็นการวางรากฐานขององค์ความรู้ในวันนี้ เพื่อให้ลูกหลานของเราได้สานต่อไปในวันพรุ่งนี้”

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการถามถึงนโยบายและการสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์จากรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งมีการตัดลดงบของหน่วยงานต่าง ๆ ลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงทาง NSF หน่วยงานหลักของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในการให้งบประมาณสนับสนุนการปฏิบัติงานของหอดูดาว Rubin ที่เตรียมถูกลดงบปี 2025 ลงถึง 56% ทางคณะผู้แถลงข่าวปฏิเสธให้คำตอบในเรื่องนี้ โดยกล่าวเพียงว่า “เราจะตอบแค่คำถามเชิงวิทยาศาสตร์เท่านั้น”

ภาพ: NSF–DOE Vera C. Rubin Observatory

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...