โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ประกาศตั้ง Meta Superintelligence Labs ดึงทีม AI ตัวท็อปร่วมพัฒนา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 01.21 น.

“มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ประกาศตั้งหน่วยงาน AI ใหม่ “Meta Superintelligence Labs” รวบรวมทีมนักพัฒนาและนักวิจัยระดับหัวกะทิจาก OpenAI, Google, DeepMind และ Scale AI หวังเร่งพัฒนาโมเดล AI ขั้นสูง เพื่อก้าวสู่ยุคซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์และส่งมอบ AI ส่วนบุคคลให้กับคนทั่วโลก

วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เวลา 05.32 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meta เปิดเผยว่า บริษัทกำลังจัดตั้งหน่วยงานใหม่ชื่อว่า Meta Superintelligence Labs (MSL) ซึ่งจะนำโดยบุคลากรระดับแถวหน้าที่เพิ่งเข้าร่วมกับบริษัท อาทิ Alexandr Wang อดีตซีอีโอของ Scale AI และ Nat Friedman อดีตซีอีโอของ GitHub

ตามบันทึกภายในที่ CNBC ได้รับมา หน่วยงาน MSL จะรวมศูนย์ทีมที่พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นพื้นฐาน (foundation models) ของ Meta ทั้งหมดไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นทีมที่พัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส Llama, ผลิตภัณฑ์ AI ต่าง ๆ และโครงการวิจัยพื้นฐานด้าน AI (FAIR)

การเคลื่อนไหวของ Meta ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันอย่างเข้มข้นกับยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI และ Google โดย Meta ได้ว่าจ้าง Wang ให้ดำรงตำแหน่ง Chief AI Officer พร้อมทั้งดึงตัวทีมงานจาก Scale AI เข้ามา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนกว่า 14.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในด้าน AI

นอกจากนี้ Meta ยังดึงตัว Nat Friedman และหุ้นส่วนทางธุรกิจของเขา Daniel Gross เข้ามาร่วมทีมด้วย โดย Gross เคยเป็นซีอีโอของ Safe Superintelligence สตาร์ทอัพด้าน AI ที่ก่อตั้งโดยหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI คือ Ilya Sutskever ซึ่ง Meta เคยพยายามเข้าซื้อกิจการดังกล่าวแต่ถูกปฏิเสธ

ขณะเดียวกัน Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ได้เปิดเผยผ่านพอดแคสต์ว่า Meta กำลังทุ่มข้อเสนอพิเศษเพื่อดึงนักวิจัย AI จาก OpenAI โดยเสนอเงินโบนัสเซ็นสัญญาสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์

ด้าน Andrew Bosworth ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Meta ให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ว่า OpenAI ก็กำลังโต้กลับด้วยข้อเสนอที่แข่งขันได้เช่นกัน พร้อมกล่าวว่า “ตลาดนี้กำลังตั้งมาตรฐานใหม่สำหรับการแย่งชิงบุคลากรที่มีทักษะระดับสูง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตลอด 20 ปีในวงการเทคโนโลยีของผม”

เนื้อหาจากบันทึกภายในของซักเคอร์เบิร์ก ระบุว่า การพัฒนา AI กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และเขาเชื่อว่ายุคของ“ปัญญาประดิษฐ์ระดับซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ (Superintelligence)” กำลังจะมาถึง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่สำหรับมนุษยชาติ และเขามุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะทำให้ Meta เป็นผู้นำในเส้นทางนี้ โดยวิสัยทัศน์คือการสร้าง “ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ส่วนบุคคลสำหรับทุกคน”

ซักเคอร์เบิร์กกล่าวว่า MSL จะรวบรวมทุกทีม ทั้งด้านพื้นฐาน ผลิตภัณฑ์ และ FAIR รวมถึงตั้งห้องปฏิบัติการใหม่เพื่อพัฒนารุ่นโมเดล AI รุ่นถัดไป โดยAlexandr Wang จะเป็นหัวเรือใหญ่ของ MSL ซึ่งซักเคอร์เบิร์กยกย่องว่าเป็นผู้ก่อตั้งที่น่าประทับใจที่สุดในรุ่นของเขา เพราะมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับความสำคัญของ Superintelligence

Nat Friedman จะเข้าร่วมเพื่อร่วมดูแลการพัฒนา AI Products และ Applied Research และมีทีมวิศวกร AI ระดับท็อปจาก OpenAI, Google DeepMind, Anthropic, และบริษัทชั้นนำอื่น ๆ เข้าร่วมกับ Meta หลายคน เช่น

  • Trapit Bansal ผู้บุกเบิก RL on chain of thought และผู้ร่วมสร้าง o-series ของ OpenAI
  • Shuchao Bi ผู้ร่วมสร้าง GPT-4o voice mode และ o4-mini
  • Huiwen Chang ผู้ร่วมสร้างระบบสร้างภาพ GPT-4o และผู้คิดค้น MaskGIT, Muse ที่ Google Research
  • Ji Lin, Jack Rae, Hongyu Ren, Johan Schalkwyk, Pei Sun, Jiahui Yu, Shengjia Zhao ฯลฯ ซึ่งมีผลงานระดับแนวหน้าในวงการ LLM และ AI หลายโครงการ

ซักเคอร์เบิร์กยังระบุว่า Meta กำลังพัฒนา Llama 4.1 และ 4.2 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ของโมเดล AI ที่ขับเคลื่อน Meta AI ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 1 พันล้านคนต่อเดือน และยังมีแผนเริ่มวิจัยเพื่อพัฒนารุ่นโมเดล AI ที่ก้าวล้ำที่สุดในอุตสาหกรรมภายในปีหน้า

พร้อมทิ้งท้ายว่า Meta มีข้อได้เปรียบเหนือบริษัท AI ขนาดเล็ก เพราะมีธุรกิจที่แข็งแกร่ง สามารถลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ได้ อีกทั้งยังมีประสบการณ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงผู้คนนับพันล้าน และกำลังบุกเบิกด้าน AI Wearables อย่างรวดเร็ว

ซักเคอร์เบิร์กสรุปว่า เขาเชื่อว่าการรวมบุคลากรระดับท็อปและแนวทางพัฒนา AI แบบขนาน จะช่วยให้ Meta ส่งมอบซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ส่วนบุคคลให้กับทุกคนได้ในอนาคตอันใกล้

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...