โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุดประกายเด็กไฟ-ฟ้า ผ่านคลาสร้องเพลง

เดลินิวส์

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 01.21 น. • เดลินิวส์
จุดประกายเด็กไฟ-ฟ้า ผ่านคลาสร้องเพลง เปิดมุมมองใหม่ พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้มองเห็นคุณค่าในตัวเอง

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี มุ่งจุดประกายให้เยาวชนเกิดมุมมองใหม่ในชีวิตของตนเอง พร้อมนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปพัฒนาชุมชนและสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้าได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเด็ก ๆ หลายคนค้นพบศักยภาพในตัวเอง ซึ่งวิชาร้องเพลง เป็นหนึ่งในทักษะวิชาที่ได้รับความสนใจสูงสุดอันดับต้น ๆ จากเด็กส่วนใหญ่ แต่ครอบครัวไม่มีเงินทุนสนับสนุน ในขณะที่ศูนย์ฯ เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนฟรี โดยมีเงื่อนไขเดียว คือ เด็ก ๆ ต้องเอาความรู้ที่ได้คืนสู่ชุมชนด้วย

น.ส.ศรวณีย์ พรพิทักษ์พงศ์ หรือ คุณครูลักยิ้ม ที่สอนร้องเพลงให้กับเด็ก ๆ มายาวนานถึง 14 ปี เล่าว่า เรียนจบจากคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันเปิดสตูดิโอสอนร้องเพลงและเต้นของตัวเอง เข้ามาเป็นครูอาสาสมัครจากการชักชวนของรุ่นพี่ รู้สึกว่าไฟ-ฟ้าเป็นโครงการที่น่าสนใจ เพราะต้องเข้ารับการอบรมเรื่องจิตวิทยาก่อน ซึ่งนอกจากความผูกพันกับเด็กที่สอนกันมาแบบใกล้ชิดกันตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่เรียนจบ ก็ยังได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็ก ๆ ในทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้ประทับใจในความมุ่งมั่นของเด็ก ๆ ที่ต้องการคว้าโอกาสจากการเรียน แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้สอนที่ศูนย์ ฯ มาอย่างยาวนาน คือ การรู้สึกว่าได้ทำในสิ่งที่มีคุณค่าให้สังคม เด็ก ๆ รวมถึงตัวครูเองด้วย

“โมเมนต์ที่ทำให้เราประทับใจจนน้ำตาไหล คือ ทุกครั้งที่มีกิจกรรมหรือเวทีการแสดง จะได้เห็นพัฒนาการของเด็ก ๆ หลายคนเฉิดฉายมาก ได้เห็นผู้ปกครองหยิบมือถือมาถ่ายคลิปด้วยความภาคภูมิใจ เพราะโดยพื้นฐานแล้ว เด็ก ๆ เหล่านี้มีโอกาสน้อยมากที่จะได้โชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่ ซึ่งพ่อแม่บางคนไม่เคยรู้เลยว่าลูกทำได้ดีแค่ไหน ทำให้เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการมาเป็นเด็กไฟ-ฟ้า ทั้งเรื่องการร้องและการเต้น หันมาให้การสนับสนุนลูกมากขึ้น ครูเองก็ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสานฝันให้กับเด็ก ๆ และสร้างความสุขให้ผู้ปกครอง ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้ทำเพื่อเงินอย่างเดียว”

ครูลักยิ้มกล่าวสรุปว่า “ขอบคุณทีทีบีที่ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้าขึ้นมา เพื่อจุดประกายและสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเด็ก ๆ ซึ่งเป็นการชี้นำทางเดินอย่างสร้างสรรค์ และทำให้เด็กเติบโตมาอย่างดี โดยมีเด็กหลายคนในคลาสร้องเพลงที่ตอนแรกเข้ามาไม่กล้าสบตาใคร หรือร้องเพลงไม่เป็น แต่วันนี้กลายเป็นคนที่กล้าแสดงออก กลายเป็นคนที่โดดเด่น และที่สำคัญมากกว่า คือ เด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าในตัวเองและรู้ว่าทำได้ พร้อมทั้งยังปลูกฝังให้เด็กเห็นคุณค่าของการให้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เปลี่ยนให้น้อง ๆ คิดถึงคนรอบข้างจากที่บางคนอาจมองตัวเองเป็นหลัก ส่วนในฐานะครู นอกจากได้รับความสุขจากการสอนเด็กแล้ว ยังได้เรียนรู้เยอะมาก เช่น วิธีคิดของเด็กยุคใหม่ ที่มีไอเดียใหม่ ๆ และสร้างสรรค์มาก”

น้องโอเค หรือ นายพลศิริ พัฑฒนะ เด็กไฟ-ฟ้า ปี 3 คลาสร้องเพลง ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า นนทบุรีกล่าวว่า ชอบร้องเพลง แต่ไม่เคยมีโอกาสเรียนมาก่อน เพราะฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวย จึงทำได้แค่ฝึกฝนด้วยตัวเอง ซึ่งพอเข้ามาเรียนมีครูแนะนำ ทำให้รู้ถึงพื้นฐานการร้องเพลงที่ถูกต้อง ทักษะการร้องเพลง และเทคนิคในการปรับเปลี่ยนเพื่อนำไปใช้กับทุกเพลง ทำให้สามารถพัฒนาตัวเองได้เป็นอย่างดี มองเห็นเป้าหมายที่จะเดินไปข้างหน้าบนเส้นทางสายร้องเพลงชัดขึ้น โดยก่อนหน้านี้ มีความฝันอยากจะเป็นศิลปินนักร้อง แต่หลังจากได้มีโอกาสมาเรียนร้องเพลงอย่างจริงจัง ตอนนี้มองไปไกลถึงขั้นอยากเป็นครูสอนร้องเพลง เพราะอยากถ่ายทอดความรู้ที่เรียนมาให้คนอื่น ๆ ที่ชอบร้องเพลง ซึ่งวางแผนเตรียมสอบเข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรี ในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ที่เป็นสถาบันสอนแนวศิลปวัฒนธรรมไทย เนื่องจากชอบร้องเพลงลูกทุ่งและเพลงไทยเดิม

“การได้รับโอกาสเข้าเรียนที่ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า แห่งนี้ รู้สึกประทับใจกับการสอนของครู รวมถึงการปลูกฝังเรื่องการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และการเป็นผู้ให้คืนต่อสังคมหรือชุมชนด้วยการเป็นครูสอนร้องเพลง โดยอยากมีความรู้ด้านแนวศิลปวัฒนธรรมไทยมากขึ้น เพราะเป็นคนชอบร้องเพลงลูกทุ่งและเพลงไทยเดิม นอกจากนี้ ยังได้ฝึกทักษะด้านอื่น ๆ อีกด้วย เช่น การเข้าสังคม การทำงานเป็นทีม การทำกิจกรรมทำให้ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้เรียนรู้และทดลองในสิ่งที่ไม่เคยทำ ผมขอขอบคุณทีทีบีที่ให้โอกาสได้เข้ามาเรียนรู้ เสริมทักษะของตัวเอง สนับสนุนให้ได้ทำความฝันและค้นพบตัวเอง ตลอดจนเป็นสถานที่ที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก” น้องโอเค กล่าวทิ้งท้าย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...