โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

DSI รอเอกสารชี้แจง 5 หน่วยงาน ไขปม รันเวย์วีไอพี หลังนิคมฯลำตะคอง แจ้งความ

Khaosod

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 07.08 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 06.34 น.

DSI รอเอกสารชี้แจง 5 หน่วยงาน ไขปม รันเวย์วีไอพี หลัง “นิคมสร้างตนเองลำตะคอง” ส่งคนแจ้งความ สภ.ปากช่อง อ้างสนามบินทับถนนนิคมยังไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2568 คณะพนักงานสอบสวน กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยผลการตรวจสอบพื้นที่สนามบินส่วนบุคคลในบริเวณพื้นที่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หลังจากดีเอสไอได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ โดยปรากฏภาพข่าวว่าถนนสาธารณะดังกล่าว อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขนงพระ ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นการใช้ถนนสาธารณะเพื่อเป็นทางวิ่งอากาศยานส่วนบุคคล ความยาวระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร

เนื่องจากเป็นทางสาธารณะที่ประชาชนใช้สัญจรร่วมกันมาเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดความเดือนร้อนและความไม่ปลอดภัยต่อคนในพื้นที่ ว่า 1.พื้นที่บริเวณทางวิ่งของอากาศยานในสนามบินขนงพระตามข้อร้องเรียน อยู่ในความดูแลของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของ อบต.ขนงพระ

ดังนั้น การขออนุญาตใช้พื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นอำนาจของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง แต่กรณีการขออนุญาตก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงทางวิ่งของอากาศยาน (Ranway) อำนาจการอนุญาตเป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งในส่วนนี้ อบต.ขนงพระ เกี่ยวข้องในขั้นตอนการอนุญาตอย่างไรก็ดี อบต.ขนงพระได้ขอตรวจสอบข้อมูลและจะส่งมอบเอกสารให้ดีเอสไอในภายหลัง

2.กรณีทางวิ่งของอากาศยานในสนามบินดังกล่าว จะสร้างทับทางสาธารณประโยชน์หรือไม่นั้น ในเรื่องขั้นตอนการขออนุญาต เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในอำนาจของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ทำให้อบต.ขนงพระ ไม่ทราบเรื่อง แต่ในส่วนของสนามบิน จากการตรวจสอบข้อมูลโดยกองช่าง ไม่พบว่ามีการขออนุญาตย้อนหลังไปถึงปี พ.ศ.2550 ก็ไม่พบข้อมูลการขออนุญาตในการก่อสร้างทางวิ่งของอากาศยานต่อ อบต.ขนงพระ แต่อย่างใด

คณะพนักงานสอบสวน กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยอีกว่า จากการเข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่บริเวณทางสาธารณะที่อยู่ในบริเวณทางวิ่งสนามบิน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ทางสาธารณะดังกล่าวมีความกว้างประมาณ 3.5 เมตร ยาวประมาณ 450 เมตร และมีทางวิ่งอากาศยาน หรือรันเวย์ (Runway) ตามข้อร้องเรียนจริง โดยรันเวย์มีความกว้างประมาณ 19 เมตร ยาวประมาณ 1,000 เมตร พาดผ่านทางสาธารณะ

ทั้งนี้ ทางสาธารณะดังกล่าวเมื่อผ่านรันเวย์แล้วจะไปสิ้นสุดบริเวณสนามกอล์ฟเอกชน ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดเขตพื้นที่รับผิดชอบของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง แต่ปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่กองช่าง อบต.ขนงพระ ชี้แจงว่า จุดสิ้นสุดของเส้นทางสาธารณะดังกล่าว มีทางสาธารณะเชื่อมต่อเข้าไปในสนามกอล์ฟ แต่สภาพไม่ได้เป็นทาง โดยมีการปลูกเป็นสนามหญ้าใช้ประโยชน์ในสนามกอล์ฟ ส่วนสำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ ดีเอสไออยู่ระหว่างรอเอกสารการชี้แจงจาก 5 หน่วยงาน

ได้แก่ 1.อบต.ขนงพระ เรื่องการขออนุญาตสร้างสนามบิน และมีการทำประชาพิจารณ์เพื่อขออนุญาตจัดตั้งสนามบินส่วนบุคคลที่ขึ้นลงชั่วคราว ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หรือไม่ 2.กรมที่ดิน เรื่องโฉนดที่ดินว่า เป็นที่ดินที่อยู่ในเขต-นอกเขตอย่างไรบ้าง

3.นิคมสร้างตนเองลำตะคอง เรื่องไทม์ไลน์วันที่เวลาที่ปรากฏการก่อสร้างสนามบินขนงพระ การสร้างทางวิ่งอากาศยาน หรือรันเวย์ (Runway) 4.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่องการสร้างสนามบิน และ

5.สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา เรื่องพื้นที่คาบเกี่ยวที่ดิน ส.ป.ก. โดยถ้าหากทาง อบต.ขนงพระ ชี้แจงเอกสารว่าได้อนุญาตให้สร้างสนามบินจริงตามคำขอ ก็ต้องดูประกอบข้อเท็จจริงกับสิ่งที่นิคมสร้างตนเองลำตะคองชี้แจงมาด้วย

เนื่องจากทางสาธารณะแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง อย่างไรก็ต้องมีการขออนุญาตมาทางนิคมสร้างตนเองลำตะคองก่อน ดังนั้น หากนิคมสร้างตนเองลำตะคองมีการอนุญาต จากนั้นจึงจะไปยื่นขออนุญาต อบต.ขนงพระ ในการสร้างทางวิ่งอากาศยาน หรือรันเวย์ (Runway) ได้ เนื่องด้วยมีพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กำกับดูแลอยู่

อย่างไรก็ตาม นิคมสร้างตนเองลำตะคองมีการไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา วันที่ 4 มิ.ย.68 ระบุ “การสร้างสนามบินทับถนนนิคม บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 12 ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ยังไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ตามมาตรา 15 จำนวนเนื้อที่ 0-2-94 ตารางวา"

ทั้งนี้ หากได้รายละเอียดชี้แจงครบทั้ง 5 หน่วยงานแล้ว ดีเอสไอจึงจะลงพื้นที่อีกครั้ง เพื่อไปพบกับบุคคล 2 ส่วน คือ

1.เจ้าของสนามบินขนงพระ ซึ่งตามการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า สนามบินแห่งนี้ปรากฏเอกสารมีชื่อนักการเมืองเป็นคนขอสร้างสนามบินภายหลังจากที่สนามบินสร้างเสร็จนานแล้ว (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ตามแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ) ทั้งยังมีการทำประชาพิจารณ์ภายหลังอีกด้วย และจะได้ไปพบกับ

2.เจ้าของสนามกอล์ฟเอกชน ซึ่งตามเอกสารปรากฏชื่อหญิงไทยรายหนึ่ง มีสถานะเป็นน้องสาวของนักการเมือง เพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่อไป ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่กองช่าง อบต.ขนงพระ ชี้แจงว่า จุดสิ้นสุดของเส้นทางสาธารณะดังกล่าว มีทางสาธารณะเชื่อมต่อเข้าไปในสนามกอล์ฟ แต่สภาพไม่ได้เป็นทาง โดยมีการปลูกเป็นสนามหญ้าใช้ประโยชน์ในสนามกอล์ฟนั้น

จุดนี้ถือเป็นข้อสังเกต เพราะเหมือนเป็นการใช้ที่สาธารณะเป็นสนามกอล์ฟไปเลย อีกทั้งมีพยานบุคคลให้ข้อมูลว่า จริงๆ แล้ว เป็นทางที่สามารถเข้า-ออกได้ แต่ปัจจุบันกลับไม่ใช่ทางเดินปกติ กลายเป็นพื้นหญ้าใช้ในพื้นที่สนามกอล์ฟ แต่อย่างไรในประเด็นนี้จะต้องรอการตรวจสอบก่อนว่ามีการขออนุญาตหรือไม่ หรือว่าทำเป็นทางสาธารณะให้ประชาชนผ่าน ซึ่งต้องเป็นการชี้แจงโดยกรมที่ดิน

คณะพนักงานสอบสวน กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยอีกว่า สนามบินขนงพระมีอยู่แล้ว แต่ไปทับทางสาธารณะ ขณะที่ทางสาธารณะดังกล่าวก็มีความยาวเข้าไปในสนามกอล์ฟเอกชน แต่สนามกอล์ฟเอกชนกลับเหมือนมีการปิดทาง โดยที่ อบต.ขนงพระ ยังระบุด้วยว่า สนามกอล์ฟคือทางสาธารณะที่ทะลุเข้าไป แต่สภาพตอนนี้คือสนามหญ้าของสนามกอล์ฟไปแล้ว แต่ก็มีบ้างที่ให้รถสัญจร แต่รถก็ไม่กล้าเข้าไปสัญจร เพราะลักษณะคือสนามกอล์ฟ จึงต้องตรวจสอบดูว่ามีการขอใช้ประโยชน์หรือไม่ หรือไม่มีการขอใช้ประโยชน์ จึงย้ำว่าดีเอสไอต้องรอคำชี้แจงจากกรมที่ดิน

หากไปย้อนดูภาพถ่ายทางอากาศปี พ.ศ.2517 และพ.ศ.2542 จะพบว่าเป็นถนนชัดเจน แม้รู้ว่าเป็นถนนก็ปล่อยให้ใช้ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ 3 เรื่อง คือ การสร้างสนามบินทับที่นิคมฯ ทำสนามกอล์ฟทับที่สาธารณะ และไม่มีการขออนุญาตสร้างสนามบิน แต่กลับปรากฏไปอยู่ในพื้นที่นิคมฯ ที่บวมขึ้นมา สำหรับการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 17 ก.ค.68 ยังพบว่ามีการจอดเครื่องบินไว้อยู่ 1 ลำ แต่ไม่มีการใช้

นอกจากนี้ หากดูตามข่าวสื่อมวลชนที่มีการรายงานที่ผ่านมา พบภาพและคลิปวิดีโอว่ามีเครื่องบินขึ้น-ลงจริง ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการร้องเรียนถึงผลกระทบไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มีความคืบหน้าชัดเจน ซึ่งดีเอสไอก็รอดูหนังสือชี้แจงจาก อบต.ขนงพระ ในเรื่องนี้ด้วยว่า ชาวบ้านร้องเรียนขอให้ตรวจสอบอย่างไรบ้าง และ อบต.ขนงพระ ชี้แจงผลอย่างไรกับผู้ร้องเรียน

คณะพนักงานสอบสวน กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยอีกว่า กรณีนี้หากมองภาพรวมคนที่เสียหาย คือ นิคมสร้างตนเองลำตะคอง เพราะทางสาธารณะนี้อยู่ในพื้นที่ของนิคมฯ โดยหากพิจารณากรอบขอบเขตข้อกฎหมายที่จะต้องดูนั้น ได้แก่ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 , พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 , พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 , พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ.2497 และ พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 เป็นต้น

โดยเฉพาะกฎหมายเกี่ยวกับ ส.ป.ก. เพราะบริเวณสนามบินและสนามกอล์ฟเอกชนดังกล่าวเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวกับที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งจะต้องดูว่ามีการรุกล้ำที่ดิน ส.ป.ก.หรือไม่ ส่วนนิคมสร้างตนเองลำตะคอง มีอำนาจในการออกเอกสารสิทธิ์ให้ชาวบ้าน เพราะต้องจัดสรรที่ทำกินให้ชาวบ้าน หลังมีการสร้างเขื่อนลำตะคอง จึงต้องอพยพชาวบ้านบริเวณใต้เขื่อนที่น้ำท่วมขึ้นมาอยู่ที่นิคมฯ ดังกล่าว แต่ปัจจุบันที่มีปัญหาข้อร้องเรียนเรื่องการสร้างทางทับที่สาธารณะ อาจจะมีการขายหรือการให้เช่า หรือเปลี่ยนมือผู้ถือสิทธิ ส่วนนี้ก็ต้องนำไปตรวจสอบ ไม่ว่าจะเอกสารโฉนด หรือข้อมูลในสารบบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : DSI รอเอกสารชี้แจง 5 หน่วยงาน ไขปม รันเวย์วีไอพี หลังนิคมฯลำตะคอง แจ้งความ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...