โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รัฐบาล ลุยแก้ปัญหาราคาปาล์มครบวงจร

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 11.17 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 04.17 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กทม. 7 มิ.ย.-รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาราคาปาล์มครบวงจร ยกระดับรายได้เกษตรกร-คุมราคาน้ำมันขวดไม่เกิน 50 บาท พร้อมดันกฎหมายใหม่วางรากฐานอุตสาหกรรมปาล์มอย่างยั่งยืน

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในรายการ เสียงจากใจ ไทยคู่ฟ้า ออกอากาศวันที่ 7 มิถุนายน 2568 ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเพื่อความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะ เรื่อง ปาล์มน้ำมัน ทั้งด้านราคาหน้าโรงงาน การควบคุมราคาขายปลีก และการวางรากฐานอุตสาหกรรมในระยะยาว

ล่าสุด คณะกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม มีมติให้โรงงานสกัดทั่วประเทศปรับราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมัน (ที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18%) จากเดิม 5.00 บาท เป็น 5.20 บาทต่อกิโลกรัม มีผลตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณสนับสนุนราคาหน้าโรงงานให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และช่วยให้ลานเทรับซื้อสามารถปรับราคาตามได้อย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดราคาขายปลีกน้ำมันปาล์มบรรจุขวดไม่ให้เกิน 50 บาทต่อลิตร โดยให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง พร้อมกำชับผู้ขายให้ติดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจนหากตรวจพบการฝ่าฝืน จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในระยะยาว รัฐบาลโดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมกันผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดกลไกการบริหารจัดการอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่จะปฏิรูประบบการผลิตและการตลาดของปาล์มน้ำมันทั้งระบบ

ทั้งนี้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ประธานคณะกรรมการเพื่อยกร่างกฎหมายส่งเสริมปาล์มนํ้ามัน กระทรวงพลังงาน และประธานคณะที่ปรึกษา รมว. อุตสาหกรรม ได้ยกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมทำประชาพิจารณ์ ก่อนเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรีและรัฐสภา คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ เร็วที่สุดประมาณกลางปี 2569

ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้นำรูปแบบจาก พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต มาปรับใช้กับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน โดยมุ่งหวังให้เกิดการเติบโตอย่างเป็นระบบ ช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถอยู่รอดและเติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุล โดยเปลี่ยน “ปาล์ม” จากพืชเศรษฐกิจราคาผันผวน ให้กลายเป็นพืชที่มีรายได้มั่นคงโดยจะจัดตั้ง “สำนักงานอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน” ขึ้นมาดูแลทั้งระบบ พร้อมวางกลไก “ประกันรายได้” ให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอน ไม่ต้องเร่งตัดปาล์มขายในช่วงราคาตกต่ำ และยังมีโอกาสได้รับส่วนแบ่งจากผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปต่อจากน้ำมันปาล์ม

ส่วนผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์จากระบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงวัตถุดิบที่มีคุณภาพ มาตรฐานการแข่งขันที่เป็นธรรม และต้นทุนการผลิตที่มีเสถียรภาพมากขึ้น

“รัฐบาลขอยืนยันเจตนารมณ์ในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในทุกมิติ การปฏิรูปแก้ปัญหาเรื่องปาล์มน้ำมัน จึงต้องปฏิรูปทั้งระบบเพื่อวางรากฐานระยะยาว ให้ทุกฝ่ายได้เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” นางสาวศศิกานต์ กล่าว.-319.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...