โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

KTC ปันผลดีขึ้นดึงดูดนักลงทุนหรือไม่?

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 03.07 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 03.03 น. • The Bangkok Insight

KTC ปรับเพิ่มการจ่ายเงินปันผลเป็น 50% มากพอที่จะดึงดูดนักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผลสูงหรือไม่

ในอดีตหุ้น KTC หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน “Growth Stock” ที่มีความสามารถทำกำไรได้ต่อเนื่อง จากฐานธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่แข็งแกร่ง หากดูราคาหุ้นย้อนหลังในช่วงปี 2560-2564 ก็จะเห็นถึงการเติบโตอันร้อนแรง

แต่นับจากจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม 2564 ราคาหุ้น KTC ก็วิ่งเป็น Sideway โดยส่วนใหญ่ ในปี 2568 สถานการณ์ดูเปลี่ยนไปชัดเจน เมื่อนักวิเคราะห์ บล. เคจีไอ (ประเทศไทย) ปรับลดคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ขาย" พร้อมปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 39 บาทต่อหุ้น จากเดิม 52 บาทต่อหุ้น สะท้อนถึงความกังวลต่อการเติบโตของกำไรที่เริ่มชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ

KTC

ผลประกอบการของ KTC ไตรมาส 1 ปี 2568

ผลประกอบการของ KTC ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2568 เผยให้เห็นการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิเพียง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากสินเชื่อเติบโตจำกัด เพราะพอร์ตสินของบริษัทขยายตัวเพียง 1.7% ต่ำกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ 4-5%

ในขณะที่ต้นทุนการเงินลดช้า แม้อัตราดอกเบี้ยในระบบมีแนวโน้มลดลง แต่ KTC ยังแบกต้นทุนการเงินจากหุ้นกู้ระยะยาว ซึ่งมีสัดส่วนถึงกว่า 70% ของเงินทุน ทำให้ลดต้นทุนได้ไม่มากนัก ประกอบกับรายได้จากการเก็บหนี้ลดลง ซึ่งรายได้จากการทวงหนี้ที่เคยช่วยพยุงผลประกอบการในอดีตกลับชะลอตัวในปีนี้

นักวิเคราะห์จึงได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568F/2569F ลง 11% และ 10% ตามลำดับ สาเหตุหลักมาจากคาดว่าสินเชื่อจะโตเพียง 4.1% และ 5.6% (ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ราว 9%) และรายได้จากการเก็บหนี้ลดลงเหลือ 4,000 ล้านบาท

แม้ KTC จะพยายามลด Credit Cost ลงเหลือ 5.8% อย่างไรก็ตาม ถือว่ายังสูงเมื่อเทียบกับเป้าหมายการเติบโตเลขสองหลัก

ปรับเพิ่มการจ่ายเงินปันผลเป็น 50%

แม้ KTC จะประกาศปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็น 50% ของกำไรสุทธิในปี 2568 (จาก 45% ในปีก่อน) คิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 3.6% มากพอที่จะดึงดูดนักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผลสูงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มธนาคาร หรือการเงินอื่นๆ ที่ยังมี Upside และความเสี่ยงต่ำกว่า

บทสรุปแล้ว KTC อาจกลายเป็นหุ้นดีที่ไม่เติบโตเท่าเดิม เนื่องจากกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ ในการปรับตัวจากหุ้นที่เคยโตเร็วสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่รายได้และกำไรไม่ขยับแบบก้าวกระโดดอีกต่อไป โครงสร้างต้นทุนที่ไม่ยืดหยุ่น การเติบโตของสินเชื่อที่อ่อนแรง และรายได้เสริมที่ลดลง ล้วนเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

สำหรับนักลงทุนที่ถือหุ้นอยู่แล้ว อาจถึงเวลาทบทวนปรับพอร์ต ส่วนผู้ที่กำลังมองหาโอกาสครั้งใหม่ การรอดูจังหวะปรับกลยุทธ์ของทีมผู้บริหาร KTC ก่อน อาจจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าในช่วงนี้ ด้วยความเสี่ยงเรื่องรายได้โตน้อยลง รวมไปถึงโอกาสที่ NPL อาจเพิ่มขึ้นและตั้งสํารองเพิ่มขึ้น

KTC

ทั้งนี้ ปัจจุบัน (ณ เดือน มิถุนยาน 2568) สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) จากทั้งหมด 12 บทวิเคราะห์ที่ครอบคลุมหุ้น KTC ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยปี 2568 ที่ 47.08 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าเป็น Bullish 75% และ Bearish 25%

สำหรับนักวิเคราะห์ที่มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น KTC ให้เหตุผลว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัว หลังประกาศงบไตรมาส 1/2568 ตัวเลขหลายอย่างยังทำได้ต่ำกว่าเป้า แต่ KTC ยังคงเป้าหมายทางการเงินทุกอย่างไว้เหมือนเดิม โดยคาดว่าในไตรมาส 2/2568 สินเชื่อจะเร่งตัวขึ้นจากไตรมาส 1 ที่ปกติจะมีการชะลอตัวเป็น Seasonal อยู่แล้ว

นอกจากนี้ KTC ยังมีวงเงินเหลืออยู่มาก อาจจะทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยไม่ได้ลดลงเร็ว ถึงแม้ว่าทิศทางดอกเบี้ยจะเป็นขาลง แต่ก็ทำให้ไม่ขาดสภาพคล่อง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...