เปิดอนาคตรัฐบาลอิ๊งค์ ไปไม่รอด-ตื้ออยู่ต่อ
เปิดอนาคต "นายกฯอิ๊งค์" กับบทบาทผู้นำประเทศ หลังมีคลิปเสียงหลุด ของ 2 ผู้นำไทยกับกัมพูชา ภายใต้การเดินเกมรุกของ "ฮุน เซน"
เปิดอนาคต "นายกฯ อิ๊งค์" แพทองธาร ชินวัตร กับบทบาทผู้นำประเทศ หลังมีคลิปเสียงหลุด ของ 2 ผู้นำไทยกับกัมพูชา ภายใต้การเดินเกมรุกของ "สมเด็จฮุน เซน" ที่ออกมาแฉอดีตนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร" จนนำไปสู่กระแสสังคมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี "ลาออก" หรือ "ยุบสภา"
ล่าสุด สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.คุยกับ "รศ.สุขุม นวลสกุล" อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถึงอนาคตรัฐบาลภายใต้การนำของ "นายกฯแพทองธาร ชินวัตร" โดย "รศ.สุขุม" มองว่า รัฐบาลจะตื้ออยู่ต่อไป เพราะว่าวันนี้ยังไม่มีนโยบายอะไรที่จะไปหาเสียงเลย ดังนั้นต้องเร่งทำผลงาน
"ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก เพราะว่าที่ตื้อ เพราะว่ายังไม่มีอะไรออกไปหาเสียง ต้องทำผลงานอะไรสักอย่าง"
รศ.สุขุม กล่าวอีกว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไปไม่รอดอยู่แล้ว แต่ที่ยังไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งใหม่ ก็เพราะว่า ต้องการให้สถานการณ์ต่างๆดีขึ้น ขณะเดียวกันมองว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้นั้น ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ 1.กระแส และ 2.คือกระสุนทางการเงิน
"ทุกวันนี้ไปไม่รอดอยู่แล้ว แต่ทำไมถึงยังถูลู่ถูกังอยู่ ตื้ออย่างเดียว จนกว่าจะมี จนกว่าคิดว่าสถานการณ์ดีกว่านี้ ถึงจะยอมเปิดให้มีการเลือกตั้ง"
ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีที่กำลังเกิดขึ้นนั้น รศ.สุขุม กล่าวว่า ดูจากรายชื่อแล้วไม่ได้หนุนความเชื่อมั่นอะไรเลย เพราะการปรับครม.ครั้งนี้ เหมือนเป็นการแบ่งเค้กกันมากกว่า ไม่ได้จัดตามความรู้ ความสามารถ
"ดูจากรายชื่อที่แพมๆออกมา เป็นการตั้งครม.เพื่อให้รวมกันได้ เพราะฉะนั้น 8 ตำแหน่งที่ว่างลง ก็เลยมาแบ่งเค้กกัน ไม่ได้แบ่งตามความเชี่ยวชาญอะไรหลอก"
ด้าน ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่า หลังจากรัฐบาลชุดปัจจุบันเดินหน้าปรับ ครม. ทำให้ประเด็นการเมืองในสภาผ่อนคลายระดับหนึ่ง ซึ่งหลังจากนี้สิ่งที่ต้องติตตาม สำหรับประเด็นการเมือง คือ
1) วันที่ 1 ก.ค. 2568 ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณารับ-ไม่รับ คำร้องถอดถอนนายกฯ พร้อมสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
2) วันที่ 3 ก.ค. 2568 เปิดประชุมสภา พรรคภูมิใจไทยเตรียมยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ
3) วันที่ 4-30 ก.ค. 2568 ศาลฯ นัดไต่สวนเรียกพยาน 20 ปากเข้าสู่การไต่สวน คดี "ทักษิณ" ชั้น 14 และวันที่13-15 ส.ค. 2568 พิจารณาร่างงบประมาณปี 2569 วาระที่ 2-3
ขณะเดียวกันมีผลสำรวจที่น่าสนใจของ "นิด้าโพล"เกี่ยวกับมุมมองของประชาชน ต่อการสนับสนุนให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ โดยอันดับ 1 ร้อยละ 31.48 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ที่กล้าแสดงออก มีแนวคิดที่ชัดเจนและทันสมัย อีกทั้งยังแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา อันดับ 2 ร้อยละ 19.88 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
อันดับ 3 ร้อยละ 12.72 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเป็นบุคคลที่พูดจริงทำจริง ตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบอันดับ 4 ร้อยละ 9.64 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพราะมีความกล้าตัดสินใจ และมีประสบการณ์ในการบริหารประเทศ อันดับ 5 ร้อยละ 9.20 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตรเพราะมีความตั้งใจในการทำงาน แม้จะมีข้อจำกัดด้านประสบการณ์ และต้องการเปิดโอกาสให้ได้แสดงศักยภาพในการบริหารประเทศ
จากนี้ต่อไปจะต้องติดตามประเด็นทางการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะท่าทีของนายกรัฐมนตี "แพทองธาร ชินวัตร" ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาที่เข้มข้น รวมไปถึงโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เพราะทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจไทยนั่นเอง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews