โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เลขาฯ ป.ป.ช. ปัดเร่งรัดคดีคลิปเสียงนายกฯ กรอบเวลา 10 วัน เพียงตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่ถึงขั้นเชิญนายกฯ

THE STANDARD

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 06.35 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 06.35 น. • thestandard.co
เลขาฯ ป.ป.ช. ปัดเร่งรัดคดีคลิปเสียงนายกฯ กรอบเวลา 10 วัน เพียงตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่ถึงขั้นเชิญนายกฯ

วันนี้ (25 มิถุนายน) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติรับสอบคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

สาโรจน์ระบุว่า เรื่องดังกล่าวมีการร้องเรียนมาที่ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มีคนร้องเรียนคดีสำคัญเป็นที่สนใจของประชาชน และที่สำคัญคือ ป.ป.ช.จะต้องรายงาน และสรุปรายงานว่า มีการกล่าวหาใครว่าอย่างไรบ้างต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ส่วนกรณีที่มีการกำหนดระยะเวลาการสอบประเด็นดังกล่าวภายใน 10 วันนั้น สาโรจน์กล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังจากที่ประชุมรับทราบแล้ว จะมีการกำหนดประเด็น และสิ่งที่จะต้องไปดำเนินการในเบื้องต้น รวมถึงระยะเวลา และเมื่อดำเนินการเสร็จ ที่ประชุมมอบหมายมีมติแล้ว ก็จะต้องกลับมารายงานที่ประชุมเพื่อพิจารณาในขั้นตอนต่อไป ไม่ได้หมายความว่าเสร็จ 10 วัน และจะต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตามที่ปรากฏในข่าว พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้เร่งรัดอะไรขนาดนั้น

สำหรับความคืบหน้าในการตรวจสอบ สาโรจน์กล่าวว่า ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการรับมาตรวจสอบ ซึ่งตามปกติหากมีคนร้องเรียนเข้ามา สำนักงาน ป.ป.ช. ก็จะพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขหรืออยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.หรือไม่ ถ้าอยู่ในอำนาจหน้าที่ก็จะรับมาตรวจสอบ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริยธรรมกับการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ ก็เป็นกระบวนการตรวจสอบเหมือนเรื่องอื่นปกติทั่วไป

“ถ้ามีประเด็นหรือรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบน้อย ก็อาจจะใช้เวลาไม่นาน แต่หากมีรายละเอียดมากนั้น ส่วนใหญ่แล้วกรอบระยะเวลาทั่วไป หากไม่เสร็จภายใน 6 เดือน ก็จะต้องรายงานกลับมาว่ามีข้อขัดข้องอย่างไร”

ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า คดีนี้ทำไมถึงมีความเร่งรีบในการตรวจสอบนั้น สาโรจน์ยืนยันว่า ไม่ได้เร่งรีบ เป็นเรื่องที่มอบหมายให้ไปดำเนินการ และกลับมารายงานว่าการดำเนินการตามประเด็นที่ได้รับมอบหมายมีความคืบหน้าอย่างไร ก็เป็นการเร่งรัดในคดีสำคัญทั่วไปอยู่แล้ว และปราศจากข้อจำกัดทางการเมือง

สำหรับการเรียกสอบพยานหลักฐานในคดีนี้ สาโรจน์ระบุว่า ต้องไปดูพยานหลักฐานที่ปรากฏ เรื่องของคลิปเสียงก็จะต้องไปตรวจสอบความถูกต้องของข้อความ เนื่องจากมีการสนทนา 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ ต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนว่า มีความถูกต้องในการแปลหรือไม่ เบื้องต้นจะต้องตรวจสอบเรื่องนี้ก่อน เพราะต้องถอดบทข้อความสนทนาให้มีความชัดเจน เพราะสาระสำคัญอยู่ที่ข้อความ

ส่วนจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาหรือไม่นั้น ก็สามารถทำได้หลายมิติ ซึ่งในชั้นตรวจสอบจะเข้าสู่สำนวนเป็นพยานหลักฐานต่อเนื่องไปถึงในชั้นไต่สวน แต่หากจำเป็นต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาโดยตรง ต้องยอมรับว่า ในเบื้องต้นในช่วงระยะเวลาตรวจสอบสั้นๆ มีหลายวิธี หรืออาจจะเชิญคนไทยที่มีความรู้ สามารถพูด ฟังหรือสื่อสารภาษาดังกล่าวได้ ก็เอามาให้ข้อมูลในประเด็นดังกล่าวได้ ไม่ต้องถึงขั้นผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบ

ส่วนจะต้องเรียกแพทองธารมาให้ข้อมูลด้วยหรือไม่ สาโรจน์กล่าวว่า ถ้ามีความชัดเจนอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเรียก และหากข้อมูลเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหา ก็จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

สื่อมวลชนถามถึงกรอบจริยธรรมว่ามีความกว้างมาก สาโรจน์ยืนยันว่า กรอบจริยธรรมมีหลักชัดเจนในเรื่องต่างๆ ว่าอย่างไรถึงจะผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง และมีบรรทัดฐานในการดำเนินคดี เพราะคดีนี้ไม่ใช่คดีแรก รวมถึงศาลก็กรอบในการวินิจฉัยในเรื่องจริยธรรมเช่นกัน

ส่วนประเด็นในการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น สาโรจน์กล่าวว่า จำรายละเอียดไม่ได้ แต่ที่สำคัญจะเป็นเรื่องของความชัดเจนของคลิปเสียง เพราะถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญ ต้องไปตรวจสอบหลักฐานนี้ก่อน และกลับมารายงานว่าผลเป็นอย่างไร เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ส่วนเรื่องนี้หากศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณา ป.ป.ช. จะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น สาโรจน์ชี้แจงว่า ในเบื้องต้นไม่จำเป็น โดยเข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาในส่วนของคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ แต่ของ ป.ป.ช. เป็นเรื่องการฝ่าฝืนจริยธรรมซึ่งเป็นเรื่องของพฤติกรรม การกระทำ เป็นคนละส่วนกัน แต่ก็จะทำควบคู่กันไป ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

“ไม่ได้หนักใจ เพราะ ป.ป.ช. มีหน้าที่ทำคดีเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่แล้ว รวมไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองครอบคลุมไปหมด ก็เป็นไปตามที่ปรากฏเป็นข่าว มีเรื่องเข้ามาเยอะไปหมด แต่เราก็ต้องตั้งหลักให้ดี ยึดหลักกฎหมาย ไม่ว่าผลจะออกมาซ้ายหรือขวา ก็จะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เราจึงต้องอธิบายเหตุผลให้ได้” เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...