โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“คริส แบรดลีย์” แนะ 6 New S-Curve โอกาส “ไทย” ในเศรษฐกิจโลก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 15 มี.ค. 2568 เวลา 12.52 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายคริส แบรดลีย์ หุ้นส่วนอาวุโสจากบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก McKinsey & Company ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและโอกาสใหม่สำหรับประเทศไทยและอาเซียน ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีของ MFC ภายใต้แนวคิด "The World Next Opportunities and Beyond" ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับเนชั่น กรุ๊ป เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568

โดยแบรดลีย์ เริ่มต้นด้วยการย้อนมองประเทศไทยตั้งแต่ปี 2518 ซึ่งเป็นปีที่เขาเกิดและเป็นปีเดียวกับการก่อตั้ง MFC ในอดีต ประเทศไทยมีประชากรเพียง 40 ล้านคน โดย 80% ของประชากรอาศัยอยู่ในชนบท GDP ต่อหัวอยู่ในระดับต่ำ และระบบการศึกษายังไม่แพร่หลายอย่างทั่วถึง แต่ปัจจุบัน ประเทศไทยมีประชากรเพิ่มขึ้นเป็น 70 ล้านคน GDP ต่อหัวเติบโตขึ้นถึง 7 เท่า อัตราความยากจนลดลงเหลือเพียง 6% และการศึกษาขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาเชิงโครงสร้างของประเทศ

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกเห็นได้ชัดจากการจัดอันดับบริษัทชั้นนำในดัชนี S&P 500 โดยในปี 2548 บริษัทขนาดใหญ่ยังครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม เช่น น้ำมัน ธนาคาร และค้าปลีก โดยมีเพียง Microsoft เป็นตัวแทนของกลุ่มเทคโนโลยีเพียงรายเดียว แต่เมื่อมาถึงปี 2568 รายชื่อบริษัทเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียง Microsoft ที่ยังคงอยู่ในอันดับต้นๆ ขณะที่อีก 9 บริษัทที่เหลือเป็นบริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของธุรกิจและเศรษฐกิจโลก

สนามแข่งขันใหม่ หรือ "Arena of Competition" คือกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีพลวัตสูงและไม่ได้แข่งขันตามกฎเดิม ประกอบด้วย 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่:

1.มูลค่า (Value) ขนาดและความสำคัญของอุตสาหกรรม

2.ความเป็นพลวัต (Dynamism) ความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลง และการเกิดขึ้นของผู้เล่นรายใหม่

ขณะที่อุตสาหกรรมที่อยู่ในสนามแข่งขันใหม่นี้ ได้แก่ ซอฟต์แวร์, คลาวด์, รถยนต์ไฟฟ้า, เซมิคอนดักเตอร์ และอินเทอร์เน็ต ซึ่งแม้ว่าจะมีสัดส่วนรายได้เพียง 10% ของภาคเอกชนทั้งหมด แต่กลับสร้างมูลค่าตลาดถึง 50% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่รวดเร็วและศูนย์กลางของนวัตกรรม

โดยปัจจุบัน 80% ของสนามแข่งขันใหม่ถูกครอบครองโดยสหรัฐฯ และจีน ขณะที่อาเซียนยังมีบทบาทน้อยมาก โดยมีสัดส่วนเพียง 1% ของอุตสาหกรรมเหล่านี้ แบรดลีย์ ตั้งคำถามว่า อาเซียนจะสามารถเพิ่มบทบาทในเวทีนี้ได้หรือไม่ และจะต้องปรับตัวอย่างไรให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

สำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่คาดว่าจะมีบทบาทสำคัญ มี 6 กลุ่มหลัก ได้แก่

1.อีคอมเมิร์ซ (E-commerce) – ตลาดออนไลน์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอาเซียนที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนสู่ดิจิทัลมากขึ้น

2.โฆษณาดิจิทัล (Digital Advertising) – การใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สร้างโอกาสให้ธุรกิจด้านโฆษณาดิจิทัลเติบโตแบบก้าวกระโดด

3.วิดีโอเกม (Video Games) – อุตสาหกรรมเกมกำลังขยายตัวรวดเร็ว โดยเฉพาะ e-Sports และเกมมือถือ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มหาศาลในเอเชีย

4.การก่อสร้างแบบแยกส่วน (Modular Construction) – เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

5.เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors) – ไทยสามารถเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิปที่กำลังขยายตัวทั่วโลก

6.ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles - EVs) – ไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิต EV ในภูมิภาค โดยมีการลงทุนจากบริษัทชั้นนำระดับโลก

โดยอุตสาหกรรมเหล่านี้คาดว่าจะสร้างรายได้กว่า 29 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็น 1 ใน 3 ของ GDP โลกในอนาคต ขณะที่อาเซียนยังมีสัดส่วนเพียง 4% ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่ภูมิภาคนี้ต้องเร่งพัฒนา

ขณะที่ปัจจุบัน ไทย กำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม New Space, อินโดนีเซีย เป็นแหล่งสำคัญของแบตเตอรี่ EV เนื่องจากมีแหล่งแร่นิกเกิลที่ใหญ่ที่สุดในโลก, เวียดนาม ได้รับการลงทุนมหาศาลจากบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก เช่น Intel และ Samsung, สิงคโปร์ นำหน้าในธุรกิจ Space เทคโนโลยีเกษตรขั้นสูง และระบบโลจิสติกส์

พร้อมกันนี้ แบรดลีย์ ฝากข้อคิดสำคัญว่า "ประเทศไทยและอาเซียนต้องเร่งปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อสนามแข่งขันใหม่ หากต้องการก้าวเป็นผู้ชนะในเศรษฐกิจแห่งอนาคต เราจำเป็นต้องคิดล่วงหน้าและลงทุนในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต ท่ามกลางความท้าทายด้านประชากรและสิ่งแวดล้อมที่กำลังจะเกิดขึ้น"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...