โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

8 ชาเลนจ์สำคัญในการคบกันต่อ หลังจับได้ว่าคนรักนอกใจ แต่เรายังไม่พร้อมเลิก

Mirror Thailand

อัพเดต 17 เม.ย. 2568 เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2568 เวลา 08.42 น.
ภาพไฮไลต์

ขณะที่หลายคนมักตัดสินใจเลิกราทันทีเมื่อถูกคนรักนอกใจ แต่อีกหลายๆ คนก็อาจเลือกที่จะให้โอกาสคนรักของตัวเอง ซึ่งก็มีสารพัดเหตุปัจจัยที่ทำให้บางคนไม่เลิก หรือยังไม่เลิก

บางคนอาจยังต้องพึ่งพาคนรักที่นอกใจคนนั้นไม่ด้านในก็ด้านหนึ่ง เลยต้องยอมทน บางคนอาจถูก gaslight คนเชื่อว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ดีพอจนทำให้อีกฝ่ายต้องไปมีคนอื่น บางคนกลัวการไม่มีใคร หรือกลัวการเริ่มใหม่ จนไม่อยากเลิกกับแฟน บางคนอาจได้รับการชดเชยความผิดและเชื่อว่าเขาจะไม่ทำอีก บางคนอาจไม่ได้มองว่าการนอกใจเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์ หรือง่ายกว่านั้นคือ บางคนก็ยังคงรักและผูกพันกับเขาอยู่จนทำให้การเลิกราเป็นเรื่องยาก

ดังนั้น แม้ชาวบ้านรอบข้างจะรู้สึกเป็นหมาได้ง่ายๆ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด หากใครจะตัดสินใจคบกับแฟนต่อแม้จะถูกนอกใจ มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เอามากๆ ขณะเดียวกัน การตัดสินใจที่จะคบกันต่อก็ไม่ได้เรื่องง่ายๆ เพราะเมื่อคนในความสัมพันธ์ได้เผชิญความเจ็บปวดไปแล้ว ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ถูกทำลายลงไปแล้ว จะให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็คงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นการคบกันต่อให้เฮลตี้จึงไม่ใช่การที่ฝ่ายหนึ่งต้องก้มหน้ารับความจริงและจัดการตัวเองแต่ฝ่ายเดียว แต่เป็นสิ่งที่ต้องพยายามทำงานร่วมกันทั้งคู่

และ 8 ข้อเหล่านี้ก็แต่เป็นชาเลนจ์สำคัญ ที่อาจนำไปสู่ความสัมพันธ์หลังการนอกใจที่เฮลตี้ขึ้นมาได้บ้าง ซึ่งแม้ไม่มีอะไรรับประกันว่าการนอกใจจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง แต่อย่างน้อย ก็พอจะช่วยให้ความสัมพันธ์หลังผ่านความเจ็บปวดพอจะพบเจอความสงบสุขได้

1. การพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา: บางคนอาจถนัดกว่าที่จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้เรื่องที่ผ่านแล้วก็ให้มันผ่านไป ไม่ต้องฟื้นฝอยหาตะเข็บ ไม่ต้องไปสะกิดแผลให้เจ็บอีกรอบ แต่แน่นอนว่าหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยังคง ‘คาใจ’ เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก็คงยากที่จะตัดเรื่องความระแวงออกไปจากความสัมพันธ์ ดังนั้นการเปิดหน้าคุยกันตรงๆ ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร ปัญหาเริ่มจากตรงไหน ช่องโหว่ในความสัมพันธ์อยู่ที่ใด พฤติการณ์นอกใจนั้นใช้กลเม็ดแบบไหน หรือกระทั่ง ทำไมเราถึงยังไม่เลิกกัน เมื่อความโปร่งใสเกิดขึ้นแล้ว ทุกๆ ฝ่ายรับรู้ข้อมูลที่ตรงกันแล้ว นั่นแหละที่น่าจะเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์เฟสใหม่ได้เฮลตี้ที่สุด

2. ยอมรับร่วมกันก่อน ว่าจริงๆ แต่ละฝ่ายเป็นคนแบบไหน: บางครั้งการนอกใจอาจเกิดจากฝ่ายหนึ่งทำงานในความสัมพันธ์ได้ไม่มากพอ แต่อีกหลายๆ ครั้งก็เกิดจากฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าไม่พอไปเอง และใช้สัญชาตญาณทางเพศนำหน้าไปเรื่อยๆ ดังนั้นหลังการพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา อาจต้องขยับมาดูกันอีกหน่อยว่า จริงๆ แล้ว แต่ละฝ่ายในความสัมพันธ์เป็นคนยังไงกันแน่ เพื่อดูกันว่าสิ่งที่เป็นปัญหาจริงๆ นั้นปรับได้หรือไม่ได้ เพราะหากเป็นนิสัยฝังลึกที่ปรับไม่ได้ ในวันหนึ่งปัญหาเดิมๆ ก็อาจวนมาเกิดอีกรอบอยู่ดี

3. สร้างข้อตกลงพร้อมกำหนดขอบเขตใหม่ให้ชัดเจน: หลายๆ การนอกใจทำให้เส้นแบ่งเรื่องความเป็นส่วนตัวนั้นหายไปโดยปริยาย เพราะการเปิดให้เช็คทุกอย่างได้นั้นเป็นทางที่ง่ายที่สุดในการยืนยันความบริสุทธิ์ใจ หลายคู่ที่ตัดสินใจคบกันต่อยังสร้างกฎขึ้นมาอีกมากมาย ซึ่งแรกๆ ก็อาจจะทำได้ แต่เมื่อนานๆ ไปกฎและการทลายขอบเขตความเป็นส่วนตัวก็กลับสร้างความอึดอัดขึ้นมา จนกลายเป็นปัญหาระลอกใหม่ๆ ดังนั้นกาจตั้งข้อตกลงร่วมกันโดยพิจารณาเรื่องขอบเขตของแต่ละคนก็เป็นเรื่องสำคัญ ฝ่ายที่นอกใจเอง หากรู้ว่าในระยะยาวจะไม่สามารถทนกับการถูกล่วงเข้ามาในขอบเขตของตัวเองได้ก็อาจต้องยอมรับแต่เนิ่นๆ ว่ายอมไม่ได้ อีกฝ่ายก็จะได้เก็บไว้พิจารณาด้วยเช่นกันว่าควรไปต่อด้วยกันจริงหรือเปล่า

4. ยอมให้อารมณ์ด้านลบได้ทำงานบ้าง: หลายคนคาดหวังว่าเมื่อคนรักให้อภัยหรือยอมคบกันต่อแล้วก็เท่ากับจบเรื่อง หากยังหยิบเรื่องเก่าๆ มาพูด หรือยังแอบร้องไห้ หรือยังโกรธค้างอยู่ แปลว่างี่เง่า ทั้งที่จริงแล้วการผ่านความเจ็บปวดขั้นร้ายแรงอย่างการถูกนอกใจนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะสามารถฮีลตัวเองให้กลับมาเป็นปกติได้ในระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้นการยอมให้อารมณ์ด้านลบของแต่ละฝ่ายได้ทำงานบ้างก็อาจช่วยลดความตึงเครียดสะสมในความสัมพันธ์ได้มากกว่าการแสร้งทำเป็นไม่คิดอะไรแล้วแต่แอบเจ็บคนเดียวอยู่ประจำ ส่วนคนที่ต้องร่วมดีลกับอารมณ์ด้านลบเหล่านั้นให้ได้ด้วยก็ไม่ใช่ใคร นอกจากคนที่นอกใจนั่นเอง

5. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นปัญหา: เมื่อพูดคุยและเข้าใจตรงกันแล้วว่าช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการนอกใจนั้นเกิดจากพฤติกรรมแบบไหนบ้าง ก็จำเป็นที่จะต้องลด ละ เลิก พฤติกรรมต่างๆ เหล่านั้นเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการนอกใจซ้ำอีกรอบ

6. ดีลกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง: บางครั้งคนรอบข้างก็มีส่วนในความสัมพันธ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนที่ชอบชวนออกไปสังสรรค์ ชอบยุให้เจ้าชู้ กลุ่มที่ชอบชงให้คนได้กัน คอมมิวนิตี้ที่มองว่าคนรัก (โดยเฉพาะผู้หญิง) ห้ามมีบทบาทเหนือกว่าในความสัมพันธ์ หรือกระทั่งเพื่อนที่เคยเป็นที่ให้คำปรึกษาแล้วเคยหมาไปแล้ว สำหรับทั้งสองฝ่ายที่ตัดสินใจจะไปกันต่อก็จำเป็นต้องสื่อสารกับคนรอบข้างที่ส่งอิทธิพลเหล่านี้ด้วย

7. ให้อภัย ที่แปลว่าให้อภัยจริงๆ : ข้อนี้อาจจะยากที่สุดแล้ว สำหรับคนที่ถูกนอกใจ แต่หากคนรักของเราตั้งใจจะปรับปรุงแก้ไขตัวเองจริงๆ แต่กลับเจอกำแพงหนาๆ กั้นเอาไว้ตลอดเวลา คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ดังนั้นแล้ว หากตั้งใจจะให้อภัยก็อาจต้องให้เวลากับตัวเองมากๆ เพื่อจะสามารถให้อภัยอีกฝ่ายได้จากใจจริง และทำให้ความสัมพันธ์ในอนาคตข้างหน้าเป็นไปได้อย่างราบรื่นจริงๆ

8. สร้างข้อตกลงกับตัวเอง หากมีครั้งหน้า: อย่างที่บอกว่าไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่าคนที่เคยนอกใจแล้วจะไม่กลับไปทำเรื่องเดิมๆ อีก ดังนั้นแล้วลองกำหนดจำนวนครั้งเอาไว้ในใจได้เลย ว่าเกินจำนวนครั้งนี้ๆ เมื่อไหร่ (จริงๆ อย่างมากที่สุดก็ไม่ควรจะเกิน 2) ก็ควรต้องตัดใจและเลิกราให้ขาดจริงๆ เพราะการให้โอกาสแบบบุฟเฟต์อาจทำให้เรานั่นแหละที่กลายเป็นของตาย

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...