โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

ต้นเชอรี่เป็นเพื่อนกับต้นซากุระ?! และเหตุผลที่เชอรี่กลายเป็นของดีประจำจังหวัดยามากาตะ

conomi

อัพเดต 29 เม.ย. 2568 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 12.00 น. • conomi.co

ที่ญี่ปุ่นในช่วงเดือนสิงหาคม เป็นช่วงเวลาที่คนญี่ปุ่นจะได้กินลูกเชอรี่อร่อย ๆ วันนี้เลยอยากพูดเกี่ยวกับเชอรี่กันสักหน่อย เชอรี่ลูกเล็ก ๆ สีแดง รสชาติหวานที่เป็นที่คุ้นเคยดีของคนญี่ปุ่นนี้ เป็นผลจากต้นSweet cherry (西洋実桜) ค่ะ ซึ่งผลจากต้นนี้ไม่ได้โตแค่ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังโตในแถบเอเชียตะวันตก ยุโรป และแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือด้วย เป็นผลไม้ที่จะไม่เร่งให้สุกเร็ว เพราะฉะนั้นพอถึงช่วงที่กินได้ก็จะเก็บเกี่ยวและส่งออกขายเลย

จริง ๆ แล้วต้นเชอรี่เป็นเพื่อนกับต้นซากุระ?!

โดยปกติต้นเชอรี่จะถูกแยกว่าเป็นคนละประเภทกับต้นซากุระ แต่จริง ๆ แล้วเชอรี่เป็นเพื่อนกับต้นซากุระหลายสายพันธุ์ Yoshino Cherry (染井吉野) หรือ Yamazakura ซึ่งอยู่ในสกุล Prunus วงศ์ Rosaceae อันที่จริงต้นซากุระมีก็มีผลคล้ายเชอรี่เหมือนกัน แต่เนื่องจากมีรสเปรี้ยวและขม จึงไม่เหมาะแก่การนำมารับประทานค่ะ

Yoshino Cherry (染井吉野)

เชอรี่มีต้นกำเนิดอยู่ทางเอเชียตะวันตก โดยประเทศตุรกีเป็นแหล่งผลิตอันดับ 1 ของโลก รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ส่วนญี่ปุ่นเป็นแหล่งผลิตอันดับ 19 ในปี 2016

เชอรี่เริ่มเข้ามาในญี่ปุ่นในช่วงต้นสมัยเมจิ โดยชาวเยอรมันที่ชื่อ Gaertner นำไปปลูกที่ฮอกไกโด หลังจากนั้น เหล่าคนที่บุกเบิกฮอกไกโดก็ได้นำต้นกล้า 25 พันธุ์จากอเมริกามาปลูกที่โตเกียว และแจกจ่ายต้นกล้าเชอรี่ไปทั่วประเทศ แต่นอกจากโทโฮคุและฮอกไกโดแล้ว ที่อื่น ๆ ก็ไม่ค่อยจะออกผลเท่าไรค่ะ

สาเหตุไม่ค่อยออกผลก็คือ น้ำค้างแข็ง ฤดูฝน และไต้ฝุ่นค่ะ น้ำค้างแข็งทำให้ต้นอ่อนของเชอรี่ตายและไม่ออกผล สาเหตุต่อมาคือ ฤดูฝน ฤดูเก็บเกี่ยวของเชอรี่ตรงกับฤดูฝนพอดี ทำให้ผลลูกเชอรี่ที่ออกมาแล้วเปียกฝน แตก เน่า และกินไม่ได้ เมื่อไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ จะเพาะปลูกก็ยาก ส่วนความเสียหายจากไต้ฝุ่นนั้นเป็นเพราะว่าต้นเชอรี่ไม่ทนแรงลม หากเจอลมแรง ๆ ในระดับหนึ่งก็ล้มแล้ว

เชอรี่กลายเป็นของดีประจำจังหวัดยามากาตะได้อย่างไร?

ปัจจุบัน จังหวัดยามากาตะ เป็นแหล่งผลิตเชอรี่หลักของญี่ปุ่น การที่จังหวัดยามากาตะกลายเป็นแหล่งผลิตเชอรี่ได้ขนาดนี้ เพราะพื้นที่ในจังหวัดเป็นแผ่นดินรูปแอ่งที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงนั่นเองค่ะ

เนื่องจากพื้นที่แอ่งมุระยามะในจังหวัดยามากาตะเต็มไปด้วยภูเขา ทำให้เป็นพื้นที่ที่ได้รับการปกป้องจากภูเขา ปริมาณน้ำฝนในหน้าฝนน้อย บวกกับความเสียหายจากไต้ฝุ่นก็น้อยเป็นพิเศษ หน้าร้อนร้อน หน้าหนาวหิมะตกเยอะ สภาพอากาศที่ไม่เหมือนใครของจังหวัดยามากาตะนี้เองเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ปลูกเชอรี่ได้ดี

อีกทั้ง เชอรี่ยังเป็นพืชที่ต้องการหน้าหนาวที่มีอุณหภูมิต่ำ (การจำศีลของพืช) ต้นเชอรี่จะไม่ออกดอกจนกว่าจะผ่านฤดูหนาวไป เพราะฉะนั้นเชอรี่จึงมีลักษณะพิเศษตรงที่ต้องเพาะปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวในระดับหนึ่ง

นอกจากลักษณะพิเศษของจังหวัดยามากาตะนี้แล้ว ยังมีความพยายามของคนสมัยก่อนที่พยายามปลูกเชอรี่ที่ยามากาตะแห่งนี้อีกด้วย เพราะมีพื้นที่ที่ดี และกำลังคนที่ดี จังหวัดยามากาตะจึงกลายเป็นแหล่งผลิตเชอรี่อันน่าภาคภูมิใจอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ

ขอแทรกความรู้ภาษาญี่ปุ่นสักเล็กน้อยค่ะ

เชอรี่ ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า さくらんぼ อ่านว่า ซากุรันโบะ ออกเสียงคล้าย ๆ กับซากุระ ซึ่งคำว่า ซากุรันโบะนี้ ว่ากันว่ามาจากคำว่า 桜の坊 (ซากุระ โนะ โบ) ซึ่งหมายถึง ลูกของต้นซากุระ หากดูตามชื่อแล้วก็จะเห็นว่าเชอรี่กับต้นซากุระในภาษาญี่ปุ่นมีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่ค่ะ

คนไทยเราอาจจะไม่ค่อยได้กินลูกเชอรี่กันเท่าไร แต่หากมีโอกาส คราวหน้าก็ลองชิมเชอรี่อร่อย ๆ ที่ญี่ปุ่นกันดูนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก : mag.japaaan
ผู้เขียน :cottoncandy

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...