โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก “De Minimis” กฎหมายที่ควรเอื้อการค้าแต่กลับถูกใช้เป็นช่องโหว่ให้แอปช้อปจีนไม่ต้องเสียภาษี

Thairath Money

อัพเดต 23 มี.ค. 2568 เวลา 04.55 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2568 เวลา 04.55 น.
ภาพไฮไลต์

แม้ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดอีคอมเมิร์ซในสหรัฐฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้บริโภคเพลิดเพลินกับสินค้านำเข้าราคาประหยัดจากแพลตฟอร์มอย่างShein, AliExpress และ Temu แอปช็อปปิ้งจากเมืองจีนที่กลายเป็นกระแสไปทั่วโลกซึ่งผู้ใช้งานชาวอเมริกันเพิ่มขึ้นกว่า 100 ล้านราย ในขณะที่ Shein มีผู้ใช้งานในสหรัฐฯ อยู่ที่ 13.7 ล้านคนในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ความง่ายในการได้มาซึ่งสินค้าราคาถูก กำลังทำให้ธุรกิจอเมริกันต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้น คือ “มาตรการการยกเว้นภาษีขั้นต่ำ” (De Minimis Exemption)

“De Minimis Exemption” เป็นมาตรการทางศุลกากรของสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้สินค้านำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 26,600 บาท) สามารถเข้าสู่ประเทศได้โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าและแทบไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจากศุลกากร เดิมที กฎนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระงานของหน่วยงานภาครัฐและส่งเสริมการค้าขนาดเล็ก แต่ในยุคอีคอมเมิร์ซ กฎนี้กลับกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้สินค้าต่างชาติทะลักเข้าสหรัฐฯ โดยไม่มีมาตรการควบคุมที่เพียงพอ

โดยก่อนหน้านี้ข้อมูลจากงานวิจัยของนักเศรษฐศาสตร์ที่ Nomura Holdings พบว่า การขนส่งที่มีมูลค่าต่ำ (De Minimis) คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 10 ของมูลค่าการส่งออกของจีนไปยังสหรัฐฯ โดยปริมาณการขนส่งแบบ De Minimis สหรัฐฯ อยู่ที่ 1.4 พันล้านชิ้นในปีงบประมาณ 2024 ตามข้อมูลของสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ ซึ่งจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากปี 2022 ขับเคลื่อนโดยบริษัทค้าปลีกออนไลน์เจ้าใหญ่ ที่เน้นกลยุทธ์ให้ส่วนลดราคาถูกเพื่อดึงดูดลูกค้า โดยเฉพาะ Temu และ Shein

สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2024 นักช้อปและบริษัทในสหรัฐฯ นำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำที่ได้รับการยกเว้นภาษีไปแล้ว ประมาณ 48,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Temu ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐฯ กลายเป็นอีคอมเมิร์ซทางเลือกแทน Amazon รวมถึงเครือร้านค้าปลีก เช่น Hobby Lobby, Party City และ Dollar Store

แบรนด์อเมริกันกำลังตกที่นั่งลำบาก

ผลกระทบในช่วงที่ผ่านมาเริ่มชัดเจนขึ้นว่า ธุรกิจอเมริกันต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง แบรนด์ดังหลายเจ้าที่เคยเป็นผู้นำตลาดกลับต้องเผชิญปัญหาทางการเงิน ตัวอย่างเช่น Forever 21 ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นยอดนิยมของอเมริกา ยื่นล้มละลายในปี 2019 และล่าสุดอีกครั้งในปีนี้เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าราคาถูกจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติได้ แม้จะมีการปรับโครงสร้างธุรกิจ แต่แบรนด์ก็ยังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจาก Shein และ Temu ที่ใช้กฎ De Minimis ส่งเสื้อผ้าราคาถูกเข้าสหรัฐฯ

อ่านเพิ่มเติม Forever 21 ยื่นล้มละลายอีกครั้งในรอบ 6 ปี เตรียมปิดกิจการหลังพ่ายศึก Shein-Temu สงครามราคา

American Eagle และ Gap รายงานว่ายอดขายลดลงอย่างต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าราคาประหยัด เนื่องจากผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มที่มีต้นทุนต่ำกว่าจากจีน นอกจากนี้ยังมีแบรนด์เครื่องสำอางและสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น Revlon และ Morphe ต่างได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าจากจีนที่สามารถขายได้ในราคาถูกกว่าผ่านช่องทางออนไลน์เช่นเดียวกัน

ผลกระทบจาก De Minimis Exemption

แม้ว่าผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากสินค้าราคาถูก แต่ข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรม สมาคมการค้า และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนโยบายบ่งชี้ว่ามีธุรกิจจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ ทั้งในแง่ของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและอุปสรรคทางการค้า ทำให้ภาคธุรกิจและนักการเมืองในสหรัฐฯ กำลังถกเถียงกันอย่างหนักว่าควรแก้ไขมาตรการ De Minimis Exemption

  • การหลั่งไหลของสินค้าปลอมแปลงและไม่มีมาตรฐาน เนื่องจากสินค้านำเข้าภายใต้กฎ De Minimis ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบทางศุลกากรอย่างเข้มงวด จึงเพิ่มความเสี่ยงในการนำเข้าสินค้าปลอมแปลง สินค้าที่ไม่ปลอดภัย หรือสินค้าที่ละเมิดกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ความหละหลวมนี้เปิดโอกาสให้มีการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ผิดกฎหมายได้ง่ายขึ้น
  • การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากผู้ค้าต่างชาติ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีนอย่าง Temu และ Shein ได้ใช้ประโยชน์จากกฎ De Minimis ในการจัดส่งสินค้าโดยตรงไปยังผู้บริโภคในสหรัฐฯ โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ซึ่งทำให้เกิดความได้เปรียบเหนือแบรนด์อเมริกันที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และกฎระเบียบด้านภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่ผู้ค้าต่างชาติสามารถหลีกเลี่ยงต้นทุนเหล่านี้ได้
  • รายได้ที่ลดลงของธุรกิจอเมริกัน ผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกในสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความยากลำบากในการแข่งขันกับสินค้านำเข้าต้นทุนต่ำที่ปลอดภาษี ส่งผลให้แบรนด์อเมริกันจำนวนมากประสบปัญหายอดขายลดลง กำไรหดตัว และต้องเผชิญกับแรงกดดันให้ปรับลดราคาสินค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และมาตรฐานอื่นๆ เช่น การจ้างงานที่อาจลดลงนำไปสู่การปิดตัวของธุรกิจและการสูญเสียงานภายในประเทศ
  • รายได้จากภาษีนำเข้าลดลง การเพิ่มขึ้นของปริมาณสินค้านำเข้าภายใต้กฎ De Minimis ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ สูญเสียรายได้จากภาษีนำเข้าจำนวนมหาศาล ซึ่งเดิมควรเป็นรายได้ที่สามารถนำไปใช้ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศ แต่กลับถูกแทนที่ด้วยสินค้านำเข้าที่ไม่ต้องเสียภาษี

จุดสมดุล ช่องโหว่ทางการค้าหรือภัยคุกคาม

ปัจจุบัน ธุรกิจและนักการเมืองในสหรัฐฯ กำลังถกเถียงกันอย่างหนักว่าควรแก้ไขกฎ De Minimis Exemption หรือไม่ เพราะแม้มาตรการนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการค้าเสรีและช่วยให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าราคาถูก แต่ผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจของกฎนี้กลับทำให้แบรนด์อเมริกันเสียเปรียบ

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ล่าสุด หลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศพิจารณายกเลิกมาตรการ De Minimis ร่วมกับการลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร กำหนดให้เก็บภาษีศุลกากรอัตรา 25% จากแคนาดาและเม็กซิโกรวมถึงขึ้นภาษีศุลกากรอีก 10% กับสินค้าที่มาจากจีนในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล กล่าวว่า ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ต้องสูญเสียรายได้ภาษีศุลกากรมูลค่ามหาศาล และช่องโหว่จากข้อยกเว้นภาษีดังกล่าวยังเป็นอุปสรรคต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรในการตรวจจับสารเสพติดเฟนทานิลที่ถูกลักลอบเข้ามาในสหรัฐฯ

ทั้งนี้แม้ว่ามีข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปและออกคำสั่งใหม่ แต่การเปลี่ยนแปลงกฎนี้เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกทางการค้าและความเป็นธรรมในการแข่งขันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่และบริษัทขนส่งระหว่างประเทศอาจคัดค้านการเปลี่ยนแปลงนี้ เนื่องจากพวกเขาได้รับประโยชน์จากระบบปัจจุบัน และนั่นทำให้เราอาจได้เห็นแบรนด์อเมริกันที่เคยโด่งดัง ณ ยุคหนึ่ง ประกาศล้มละลายและทยอยปิดตัวอีกในไม่ช้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิงข้อมูลจาก Vogebusiness , Glossy ,Supplychaindive

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก “De Minimis” กฎหมายที่ควรเอื้อการค้าแต่กลับถูกใช้เป็นช่องโหว่ให้แอปช้อปจีนไม่ต้องเสียภาษี

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...