โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ทรัมป์-เบสเซนต์’ เชื่อ สงครามการค้ามะกัน-จีนจ่อตึงเครียดลดลง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 07.44 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 07.44 น.
AP

‘ทรัมป์-เบสเซนต์’ เชื่อ สงครามการค้ามะกัน-จีนจ่อตึงเครียดลดลง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 22 เมษายน ว่าเขาเชื่อว่าความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะคลี่คลายลง แต่การเจรจากับทางการจีนนั้นยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้น รวมถึงอาจต้องมีการทำงานอย่างหนักและยาวนาน ตามรายงานของแหล่งข่าวที่ทราบการแถลงของนายเบสเซนต์ต่อนักลงทุนในการประชุมของธนาคารเจพี มอร์แกน

เบสเซนต์ชี้ว่าสถานการณ์การค้าระหว่างทั้งสองประเทศในตอนนี้มีการคว่ำบาตรจากทั้งสองฝ่ายและไม่มีฝ่ายใดเห็นว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้จะเป็นความยั่งยืน พร้อมกับกล่าวเสริมว่าเป้าหมายของรัฐบาลสหรัฐไม่ได้อยู่ที่การแบ่งแยกเศรษฐกิจโลกที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 และ 2 ออกจากกัน

ทั้งนี้ เบสเซนต์กล่าวว่าเขาหวังว่าจะมีการปรับความสมดุลทางเศรษฐกิจจีนครั้งใหญ่ให้มีการบริโภคมากขึ้นและเศรษฐกิจของสหรัฐปรับไปสู่การเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจีนพร้อมที่จะทำเช่นนั้น

นอกจากนั้น เบสเซนต์กล่าวว่าสถานการณ์ตอนนี้ที่สหรัฐคิดภาษีศุลกากรแก่สินค้าจีน 145% และจีนคิดภาษีศุลกากรต่อสินค้าสหรัฐ 125% นั้นไม่มีความยั่งยืน โดยการลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ซึ่งจะเป็นความโล่งใจต่อตลาดการเงิน

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวว่า เขายังคงมองในแง่ดีว่าหากมีการบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนก็อาจนำมาซึ่งการลดภาษีศุลกากรอย่างมากต่อสินค้าจีน ซึ่งแม้จะไม่ได้สูงเท่ากับอัตราภาษีศุลกากรสินค้าจีนในปัจจุบันที่ 145% แต่ก็จะไม่ลดลงเหลือ 0% อย่างแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ทรัมป์-เบสเซนต์’ เชื่อ สงครามการค้ามะกัน-จีนจ่อตึงเครียดลดลง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...