โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัญเชิญ'พระอุปคุต'กลับสะดือทะเลหลังปกปักรักษาคุ้มครองงานนมัสการพระธาตุพนม

แนวหน้า

เผยแพร่ 19 ก.พ. 2568 เวลา 17.00 น.

นครพนมอัญเชิญ"พระอุปคุต"กลับสะดือทะเลหลังปกปักรักษาคุ้มครองงานนมัสการพระธาตุพนมครบ 9 วัน 9 คืน

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เมื่อเวลา 08.00 น.ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พระครูพนมปรีชากร หรือ คูบาไก่ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ ประกอบพิธีอัญเชิญพระอุปคุตกลับสู่สะดือทะเล ซึ่งเป็นสถานที่จำพรรษาของท่านตามคติความเชื่อมาแต่บรรพกาล โดยสมมติว่าริมแม่น้ำโขง บริเวณท่าเทียบเรือโดยสารข้ามฟากไทยลาว อ.ธาตุพนม เป็นสะดือทะเล โดยมี นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนม น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (ผบ.นรข.เขตนครพนม) พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และศาสนิกชนชาวพุทธ ร่วมในพิธีดังกล่าว

ทั้งนี้ วัดพระธาตุพนมฯได้จัดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2568 ชาวอีสานเรียกงานนี้ว่าบุญเดือนสาม ระหว่างวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ (ขึ้น 8 ค่ำ-แรม 1 ค่ำ เดือน 3) รวม 9 วัน 9 คืน โดยก่อนเริ่มงานตามความเชื่อแต่โบราณ ต้องอัญเชิญพระอุปคุตจากสะดือทะเล ให้ขึ้นมาช่วยปกปักรักษาคุ้มครองงานให้ดำเนินไปด้วยดี อย่ามีอุปสรรคและสิ่งชั่วร้ายบังเกิดขึ้นในขณะทำบุญและการจัดงาน หลังจบงานนมัสการก็ต้องประกอบพิธีอัญเชิญท่านกลับไปยังสถานที่ท่านจำพรรษา

ตำนานพระมหาเถระอุปคุตผู้จำพรรษาที่สะดือทะเล เกิดในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช หรือหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว 200 ปี เป็นพระอรหันต์ที่เปี่ยมด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ มักน้อยชอบสันโดษ จึงเนรมิตเรือนแก้วขึ้นในสะดือทะเล ลงไปจำพรรษาในที่นั้นตลอดอายุขัยของท่าน เมื่อพระเจ้าอโศกฯ ทรงสร้างพระวิหารและพระสถูปเจดีย์ 84,000 องค์ โดยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่ทรงขุดหาจากเจดีย์ต่างๆ นำมารวมไว้ที่สถูปเจดีย์นี้

จากนั้นให้มีการฉลองสมโภช 7 ปี 7 เดือน 7 วัน เพื่อให้การฉลองสมโภชเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงใคร่จะอาราธนาพระสงฆ์ที่ทรงอิทธิฤทธิ์มาคุ้มครองงาน ให้ปราศจากการรบกวนของพวกมารร้ายต่างๆ โดยเฉพาะภัยจากพญาวัสสวดีมาร ผู้มีฤทธิ์ยิ่งกว่าภูตผีปีศาจทั้งหลาย แต่พระสงฆ์ในนครปาตลีบุตร ไม่มีรูปใดสามารถเป็นผู้คุ้มครองงานได้ มีแต่พระอุปคุตเถระรูปเดียวเท่านั้น จึงตั้งพระตัวแทน 2 รูป ลงไปนิมนต์พระอุปคุตจากใต้สะดือทะเลขึ้นมาคุ้มครอง ซึ่งการอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นมาช่วยรักษาความสงบ ไม่ให้พญามารมารบกวนในครั้งกระนั้น กลายเป็นประเพณีปฏิบัติมาถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ในความเชื่อทางพุทธศาสนามีอยู่ว่า การทำบุญวันพระใหญ่ ในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งตรงกับวันพุธ จะมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น นั่นคือพระอุปคุตท่านจะออกมาบิณฑบาตโปรดสัตว์ หลังจากบำเพ็ญฌานสมาบัติเสวยวิมุตติสุข ณ โลกใต้สมุทรภายในปราสาทแก้วที่เนรมิตขึ้น เหนือรัตนบัลลังก์ในค่ำคืนวันนั้น

โดยท่านจะแปลงกายเป็นสามเณร ออกจากสมาบัติขึ้นมาบิณฑบาตบนโลกมนุษย์ โปรดสัตว์ผู้ทุกข์ยาก นับจากนั้นมาชาวพุทธจึงนำมาซึ่งความเชื่อ เกิดเป็นประเพณีตักบาตรเที่ยงคืน ตามวัดต่างๆ ในประเทศที่นับถือศาสนาพุทธ โดยได้ยึดถือปฏิบัติสืบมาหลายร้อยปี ซึ่งการตักบาตรในเวลาเที่ยงคืนกับพระสงฆ์ ที่สมมติว่าเป็นพระอุปคุต ว่ากันว่าหากใครได้ตักบาตร และอธิษฐานขอพรสิ่งใดไว้ จะสำเร็จผลโดยง่ายกว่าการอธิษฐานในเวลาปรกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...