โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจญี่ปุ่นเสี่ยง “ถดถอย” หากทรัมป์ ขึ้นภาษีรถยนต์นำเข้า 25% เร่งเจรจาสหรัฐ หลีกเกมย้ายฐานผลิต

Thairath Money

อัพเดต 28 มี.ค. 2568 เวลา 04.58 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 04.56 น.
ภาพไฮไลต์

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2568 ที่ผ่านมา ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ออกมายืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อเจรจาต่อรองให้สหรัฐฯ ยกเว้นการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่น หลังเมื่อวันพุธ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษี 25% กับรถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย คาดว่าจะทำให้รัฐบาลมีรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น มากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยอัตราภาษีศุลกากรใหม่จะถูกเรียกเก็บเพิ่มเติมจากภาษีที่มีอยู่แล้ว เป็น 27.5% และ 50% ตามลำดับ จากอัตราภาษีปัจจุบันที่ 2.5% สำหรับรถยนต์โดย และ 25% สำหรับรถกระบะนอกจากนี้การขึ้นภาษีดังกล่าว ยังรวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

อย่างไรก็ตาม ผู้นำเข้ารถยนต์ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี “USMCA” ซึ่งสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดาลงนามร่วมกัน จะได้รับโอกาสในการรับรองว่าชิ้นส่วนใดผลิตในสหรัฐฯ เพื่อให้มั่นใจว่าการเรียกเก็บภาษี 25% นั้นจะถูกใช้กับชิ้นส่วนที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ เท่านั้น

จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจากรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ชิ้นส่วนรถยนต์ที่อยู่ภายใต้ข้อตกลง USMCA จะยังคงได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากร

การประกาศขึ้นภาษีครั้งนี้ของทรัมป์ สร้างความประหลาดใจให้กับญี่ปุ่นไม่น้อย เนื่องจากญี่ปุ่นมองว่าเป็นการทำลายข้อตกลงทวิภาคีในปี 2019 ระหว่างทรัมป์กับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ โดยข้อตกลงการค้าดังกล่าวเปิดทางให้สินค้าเกษตรของสหรัฐฯ เข้ามาขายในตลาดญี่ปุ่นมากขึ้น ภายใต้ข้อตกลงทั้งสองประเทศระบุว่าจะงดเว้นจากการใช้มาตรการที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของข้อตกลงเหล่านี้

ด้านค่ายผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นออกแถลงการณ์อย่างระมัดระวังหลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีรถยนต์นำเข้า โดยบริษัทโตโยต้า ซูบารุ มาสด้า และฮอนด้า ระบุว่าพวกเขากำลังประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

โยชิมาสะ ฮายาชิ (Yoshimasa Hayashi) หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะเจรจาเรื่องการยกเว้นภาษีกับสหรัฐฯ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าจะเจรจาอย่างไร

ญี่ปุ่นงัดทุกท่า ต่อรองภาษีรถยนต์สหรัฐฯ

โคอิจิ ฟูจิชิโร (Koichi Fujishiro) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสแห่งสถาบันวิจัย Dai-ichi Life ให้ความเห็นว่า ในบรรดาตัวเลือกที่ญี่ปุ่นน่าจะใช้เป็นข้อต่อรองในการเจรจาภาษีรถยนต์กับสหรัฐฯ อาจมีทั้งการจำกัดการส่งออกรถยนต์ที่ผลิตในญี่ปุ่นโดยสมัครใจ, การเพิ่มการนำเข้าสินค้า เช่น ก๊าซธรรมชาติ ธัญพืชและเนื้อสัตว์ โดยนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐฯ แทนรัสเซีย ข้อมูลล่าสุดในปี 2023 ญี่ปุ่นนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย 8.9% มากกว่าสหรัฐฯ ที่ 7.2%

“ญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะพิจารณาทางเลือกทั้งหมดเหล่านี้”

แม้ว่านายกรัฐมนตรีอิชิบะยืนยันว่าจะใช้ตัวเลือกทั้งหมดที่มีในการต่อรองภาษี แต่ก็ยังมีวิเคราะห์ส่วนน้อยที่คาดหวังว่าญี่ปุ่นจะหันไปใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ ณ จุดนี้

"ญี่ปุ่นจะได้รับประโยชน์น้อยมากหากใช้มาตรการภาษีตอบโต้กับสหรัฐฯ"

ญี่ปุ่นเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย หากย้ายฐานการผลิตตามเกมทรัมป์

รถยนต์เป็นสินค้าที่ญี่ปุ่นส่งออกไปสหรัฐฯ มากที่สุด โดยมีมูลค่ารวม 6 ล้านล้านเยน (4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) และคิดเป็น 28% ของการส่งออกทั้งหมดของญี่ปุ่นในปี 2024 ซึ่งมูลค่าดังกล่าวเทียบเท่ากับ 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของญี่ปุ่น

ทาคาฮิเดะ คิอูจิ (Takahide Kiuchi) จากสถาบันวิจัยโนมูระ ประเมินว่าภาษี 25% จะทำให้การส่งออกรถยนต์ญี่ปุ่นไปยังสหรัฐฯ ลดลง 15% ถึง 20% ส่งผลให้ GDP ของญี่ปุ่นลดลง 0.2%

หากผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นพยายามรับมือมาตรการขึ้นภาษี ด้วยการย้ายฐานการผลิตมายังสหรัฐฯ จะทำให้การจ้างงานภายในประเทศลดลงและส่งผลให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นถดถอยในระยะยาว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกหันมาผลิตในประเทศมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการค้า ดังนั้น รถยนต์ญี่ปุ่น 60% ที่ขายในสหรัฐอเมริกาจึงผลิตในสหรัฐอเมริกา ตามรายงานของสถาบันวิจัยมิตซูบิชิ ส่วนแบ่งลดลงเหลือ 40% สำหรับรถยนต์เกาหลี มีส่วนแบ่งสูงถึง 70% สำหรับแบรนด์ยุโรป

มาซาโนริ คาตายามะ (Masanori Katayama) ประธานสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่น ให้ความเห็นว่า

“การส่งออกรถยนต์จากญี่ปุ่นมีความจำเป็นเพื่อเสริมการผลิตในประเทศของผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น และเพื่อจัดทำกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ที่น่าดึงดูด เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าชาวอเมริกันผ่านทางตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในแต่ละรัฐของสหรัฐฯ”

เมื่อสหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้มาตรการภาษี คาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ

“อุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่นไม่ได้ประกอบด้วยเพียงผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนและแรงงานจำนวน 5.5 ล้านคนด้วย” เขากล่าวเสริม

นอกจากนี้คาตายามะยังเน้นย้ำว่าภาคอุตสาหกรรมและรัฐบาลญี่ปุ่นควรร่วมมือกันเพื่อรักษาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศให้คงอยู่

การขึ้นภาษีรถยนต์นำเข้าครั้งนี้ ไม่เพียงแต่กระทบผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติ แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ ด้วย เนื่องจากผู้ผลิตเหล่านี้จัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์และดำเนินการผลิตในต่างประเทศเพื่อลดต้นทุนและทำให้ราคารถยนต์สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

General Motors อาจประสบภาวะขาดทุนจากการดำเนินงานเป็นประจำทุกปีเนื่องจากการพึ่งพาโรงงานในเม็กซิโก ในขณะที่โตโยต้าอาจมีกำไรจากการดำเนินงานลดลง 30%

ที่มา

https://asia.nikkei.com/Economy/Trade-war/Trump-tariffs-prompt-Japan-to-consider-all-options?utm_campaign=GL_asia_daily&utm_medium=email&utm_source=NA_newsletter&utm_content=article_link

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐกิจญี่ปุ่นเสี่ยง “ถดถอย” หากทรัมป์ ขึ้นภาษีรถยนต์นำเข้า 25% เร่งเจรจาสหรัฐ หลีกเกมย้ายฐานผลิต

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...