โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มกุฎราชกุมารซาอุฯ ยุยง ทรัมป์ ทำสงครามต่อไป โค่นรัฐบาลอิหร่านเปลี่ยนแปลงตะวันออกกลาง

แนวหน้า

เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

25 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมา (Prince Mohammed bin Salman) หรือ MBS มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ได้ผลักดันให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ดำเนินการทำสงครามกับอิหร่านต่อไป โดยให้เหตุผลว่าปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็น "โอกาสครั้งประวัติศาสตร์" ในการเปลี่ยนแปลงตะวันออกกลาง

โดยแหล่งข่าวออกมาเปิดเผยว่า ในการสนทนาหลายครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ได้ทรงสื่อสารกับ 'ทรัมป์' ว่า เขาต้องผลักดันให้เกิดการทำลายล้างรัฐบาลสายแข็งของอิหร่าน พร้อมบอกว่า อิหร่าน เป็นภัยคุกคามระยะยาวต่อภูมิภาค ซึ่งจะกำจัดได้ก็ต่อเมื่อโค่นล้มรัฐบาลอิหร่านเท่านั้น

ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ก็มองว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามในระยะยาวเช่นกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเจ้าหน้าที่อิสราเอลอาจมองว่าการที่อิหร่านล้มเหลวและติดอยู่ในความวุ่นวายภายในจนไม่สามารถคุกคามอิสราเอลได้นั้นเป็นเรื่องดี ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียมองว่าอิหร่านที่ล้มเหลวเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ร้ายแรงและโดยตรง

แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอเมริกาต่างกังวลว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อออกไป อิหร่านอาจโจมตีโรงงานผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น และสหรัฐอเมริกาอาจติดอยู่ในสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น

'ทรัมป์' ได้แสดงท่าทีที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเป็นอย่างมาก ระหว่างการบอกเป็นนัยว่าสงครามอาจจะจบลงในเร็ววัน และการส่งสัญญาณว่าสงครามจะทวีความรุนแรงขึ้นในวันจันทร์ ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า รัฐบาลของเขากับอิหร่านได้มีการสนทนาที่สร้างสรรค์เกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งอย่างสมบูรณ์และเด็ดขาด แม้ว่าอิหร่านจะโต้แย้งว่าการเจรจาไม่ได้ดำเนินอยู่ก็ตาม

ผลกระทบจากสงครามต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติซาอุดีอาระเบียนั้นมหาศาล การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งเป็นการตอบโต้การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้สร้างความปั่นป่วนอย่างมากในตลาดน้ำมันแล้ว

ต่อมา ทางการของประเทศซาอุดีอาระเบีย ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดทรงผลักดันให้สงครามยืดเยื้อออกไป รัฐบาลซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ทันทีว่า ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียสนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งนี้อย่างสันติมาโดยตลอด แม้กระทั่งก่อนที่ความขัดแย้งจะเริ่มต้นขึ้น โดยระบุว่ารัฐบาลยังคงติดต่ออย่างใกล้ชิดกับฝ่ายบริหารของทรัมป์ และความมุ่งมั่นของเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ความกังวลหลักของเราในวันนี้คือการปกป้องตนเองจากการโจมตีประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของเราในแต่ละวัน อิหร่าน เลือกที่จะใช้กลยุทธ์เสี่ยงอันตรายแทนที่จะใช้ทางออกทางการทูตที่จริงจัง ซึ่งส่งผลเสียต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มีใครได้รับผลกระทบมากไปกว่าอิหร่านเอง

แหล่งข่าวที่ได้รับรู้รายละเอียดการสนทนาเปิดเผยว่า บางครั้ง 'ทรัมป์' ดูเหมือนจะเปิดกว้างต่อการยุติสงคราม แต่ เจ้าชายโมฮัมเหม็ดแย้งว่านั่นจะเป็นความผิดพลาด และทรงเรียกร้องให้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเพื่อบั่นทอนอำนาจรัฐบาลในเตหะราน

ส่วน แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ฝ่ายบริหารจะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการสนทนาส่วนตัวของประธานาธิบดี

เรียบเรียงจาก : Saudi Leader Is Said to Push Trump to Continue Iran War in Recent Calls

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...