โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บลจ.” เคาะซื้อตราสารหนี้ไทย 2.2 หมื่นล้าน “ต่างชาติ” เทขาย 1.1 พันล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 90,120 ล้านบาท โดยประเภทของนักลงทุนที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก ได้แก่ 1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มียอดซื้อสุทธิที่ 22,512 ล้านบาท และ 2. กลุ่มบริษัทประกัน มียอดซื้อสุทธิที่ 827 ล้านบาท ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 1,121 ล้านบาท สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield) อายุ 5 ปี ปิดตลาดที่ระดับ 1.65% ปรับตัวลดลง 0.03% เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า

สำหรับภาพรวมของตลาดตราสารหนี้ในวันนี้ เส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve) ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 0.02% - 0.05% ด้านปัจจัยต่างประเทศ เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) ได้รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของประเทศจีนประจำเดือนมีนาคม ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 52.1 ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 53.6 ขณะที่รายงานตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐอเมริกา ปรับตัวลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 202,000 ราย ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 212,000 ราย

ทางด้านกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ในวันนี้ มีเงินทุนไหลออกสุทธิ (Net Outflow) จำนวน 1,121 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากยอดขายสุทธิ (Net Sell) 1,121 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติครบกำหนดอายุ (Expired)

ทั้งนี้ ส่งผลให้ยอดการถือครองตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ (Holding) ณ สิ้นสัปดาห์นี้ ปรับตัวลดลง 10,256 ล้านบาท โดยลดลงจาก 943,398 ล้านบาท ในสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 933,142 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม นักลงทุนในตลาดต่างเฝ้าติดตามรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐอเมริกา ประจำเดือนมีนาคม ที่จะมีการประกาศในคืนนี้อย่างใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...