โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCGD ทุ่มงบ 1.6 พันลบ. อัปเกรดโรงงาน “ไทย-เวียดนาม” เพิ่มศักยภาพผลิต-รับมือต้นทุนพลังงาน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการลงทุนที่สำคัญจำนวน 2 โครงการของบริษัทย่อย ภายใต้กลยุทธ์การบริหารฐานการผลิตในระดับภูมิภาคแบบองค์รวม (Regional Optimization) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรับมือกับสภาวะความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานไปทั่วโลก โดยมุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้ธุรกิจในประเทศเวียดนาม และรักษาความเป็นผู้นำตลาดอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

สำหรับโครงการแรก เป็นการลงทุนปรับปรุงเทคโนโลยีและเครื่องจักรพร้อมระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อขยายกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน (Glazed Porcelain) ของบริษัท PRIME Pho Yen Joint Stock Company ("Pho Yen") ในประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ PRIME Group Joint Stock Company ("PRIME") ที่ SCGD ถือหุ้นทั้งหมด โดยใช้งบลงทุนรวมประมาณ 660 ล้านบาท จากแหล่งเงินทุนภายในของ PRIME และมีกำหนดแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2570 โครงการนี้จะปรับเปลี่ยนสายการผลิตกระเบื้องเซรามิกเดิมขนาด 6 ล้านตารางเมตรต่อปี เป็นสายการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนขนาด 6.6 ล้านตารางเมตรต่อปี เพื่อรองรับความต้องการในประเทศเวียดนามและเพิ่มโอกาสขยายตลาดส่งออกในอาเซียน โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนของ PRIME เป็นร้อยละ 40 หรือแตะระดับ 33.4 ล้านตารางเมตรต่อปี ภายในปี 2570

ส่วนโครงการที่สอง เป็นการลงทุนของ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGCE ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SCGD ถือหุ้นร้อยละ 99 ในการรวมศูนย์สายการผลิตกระเบื้องเซรามิกและเกลซพอร์ซเลน พร้อมลงทุนติดตั้งสายการผลิตใหม่ด้วยระบบ Automation ในประเทศไทย ภายใต้งบลงทุนรวมประมาณ 957 ล้านบาท โดยใช้แหล่งเงินทุนภายในของ SCGD และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2570 การรวมศูนย์การผลิตดังกล่าวจะช่วยให้สามารถเดินกำลังการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อการลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย ลดค่าใช้จ่าย และยกระดับผลิตภาพ (Productivity)

รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Products) ที่มีขนาดใหญ่และหลากหลาย เพื่อแข่งขันกับสินค้านำเข้าได้อย่างครอบคลุม ซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จ SCGCE จะมีกำลังการผลิตรวม 44.5 ล้านตารางเมตรต่อปี

จากการดำเนินโครงการรวมศูนย์การผลิตในประเทศไทย คาดว่า SCGCE จะมีการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องรวมประมาณ 679 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (One-time expense) และส่วนใหญ่ไม่ใช่รายการเงินสด (Non-cash transaction) อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลตอบแทนของโครงการหลังหักค่าใช้จ่ายดังกล่าวแล้ว พบว่ายังมีระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) และอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับเกณฑ์การลงทุนของบริษัท

ทั้งนี้ การลงทุนของทั้งสองโครงการมีขนาดรายการเท่ากับร้อยละ 4.42 ของมูลค่าสินทรัพย์รวมตามงบการเงินของ SCGD สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 และเมื่อนับรวมกับรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ในช่วง 6 เดือนก่อนหน้า จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 5.5 ของสินทรัพย์รวม ซึ่งไม่เข้าข่ายเกณฑ์การรายงานการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และไม่ใช่รายการที่เกี่ยวโยงกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...