โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BGRIM ขยายโอกาส LNG

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ท่ามกลางปัจจัยลบที่รุมเร้าหุ้นโรงไฟฟ้าในกลุ่ม SPP ไม่ว่าจะเป็นกรณีค่าไฟฟ้า หรือค่า Ft ที่ถูกกดให้อยู่ในระดับต่ำ โดยงวด พ.ค.-ส.ค.2569 ถูกตรึงไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ตามด้วยความต้องการไฟฟ้า(ดีมานด์)ในลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม (IU) ที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มสูงขึ้นจากภาวะสงคราม

โอเค…สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ยากจะควบคุม แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการทำได้ คือ ต้องเดินหน้าสร้างโอกาสการเติบโตต่อไป

มิน่าล่ะ…ล่าสุดเห็นบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเกมรุกขยายธุรกิจ LNG ด้วยการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ในประเทศมาเลเซีย ภายใต้ชื่อบริษัท B.Grimm LNG Sdn. Bhd. วัตถุประสงค์เพื่อจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และก๊าซธรรมชาติให้แก่ผู้ผลิตไฟฟ้าและผู้ประกอบการอุตสาหกรรม

ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ…ส่วนหนึ่งเป็นการจัดหา LNG เพื่อป้อนให้กับโรงไฟฟ้าในเครือของ BGRIMที่อยู่ในประเทศมาเลเซียแหละ ซึ่ง BGRIM ปูทางไปซื้อโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซพลังงานความร้อนร่วมที่มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,500 เมกะวัตต์ ในประเทศมาเลเซียไว้แล้ว โดยตั้งเป้าจัดหา LNG อยู่ที่ประมาณ 500,000–1,000,000 ตันต่อปี มีแผนเริ่มนำเข้าตั้งแต่ปี 2571

แต่ไฮไลต์คงอยู่ที่ข้อมูลสถิติในปี 2567-2568ที่พบว่า ปริมาณการผลิตไฟฟ้าของมาเลเซียมีการเติบโตขึ้นตามความต้องการใช้พลังงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากภาคอุตสาหกรรมและ Data Center โดยในเดือนก.ค. 2568 มาเลเซียทำสถิติผลิตไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 16,534 Gwh (Gigawatt-hours) และในเดือนธ.ค.2568 อยู่ที่ประมาณ 16,056 Gwh

ด้านสัดส่วนเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้า (Energy Mix 2568) แม้จะเร่งขยายสัดส่วนพลังงานสะอาดเต็มสูบ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาเลเซียยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก ได้แก่ ถ่านหิน (Coal) ประมาณ 44% โดยในปี 2567 ผลิตได้ราว 82.22 TWh (Terawatt-hours), ก๊าซธรรมชาติ (Gas) ประมาณ 33%, พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด (Low-Carbon) ประมาณ 19 – 22% ส่วนใหญ่มาจากพลังน้ำ (Hydro) ประมาณ 16 – 18%

ส่วนที่เหลือเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) และชีวมวล ซึ่งปัจจุบันยังมีสัดส่วนน้อยประมาณ 2% แต่มีโครงการใหม่ๆ ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติในปี 2025 อีกกว่า 1,975 เมกะวัตต์

ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าในมาเลเซียพุ่งสูงขึ้นจากการลงทุนใน Data Center โดยเฉพาะในรัฐยะโฮร์และกะลังวัลเลย์ ซึ่งคาดการณ์ว่าความต้องการจากส่วนนี้อาจสูงถึง 5,000 MW ภายในปี 2578

ต้องย้ำหัวหมุดตรงสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติ (Gas) ประมาณ 33% นี่แหละที่จะเป็นโอกาสของ BGRIMในการจัดหา LNG ป้อนให้กับโรงไฟฟ้าในมาเลเซีย ซึ่งยังไม่นับรวมกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมอีกนะ …

แล้วต้องไม่ลืมว่า BGRIM ถือใบอนุญาตเป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (LNG Shipper) รายที่ 5 ของไทยเพื่อป้อนโรงไฟฟ้าในเครืออยู่แล้ว โดยได้สิทธิในการนำเข้าสูงสุด 1.2 ล้านตันต่อปี ซึ่งในปี 2569 บริษัทวางแผนนำเข้า LNG ไม่เกิน 9 ลำ เพื่อนำเข้าสู่ระบบ Pool Gas…

ดังนั้น การจัดหาและค้าส่ง LNG ในประเทศมาเลเซียเพิ่มอีกหนึ่งประเทศ จะทำให้เกิดอีโคโนมีออฟสเกล หรือการประหยัดต่อขนาด…เมื่อมีการสั่งซื้อปริมาณเยอะ ๆ จะทำให้สามารถต่อรองราคาได้ ต้นทุนก็จะถูกลง

เรียกว่าการฉวยจังหวะในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวน ก๊าซ LNG กำลังเป็นขาขึ้น จากเดิมBGRIM เป็นแค่ผู้ใช้ขยับไปเป็นผู้จัดหาและค้าส่ง ซึ่งนอกจากช่วยซีเคียว LNG ให้กับโรงไฟฟ้าในเครือแล้ว ยังสามารถขายให้กับลูกค้ารายอื่น ๆ ได้ด้วย…เป็นการสร้างรายได้ได้อีกขา

นั่นจะทำให้ BGRIM ไม่ได้เป็นแค่ผู้ผลิตไฟฟ้า (Power Producer) เท่านั้น แต่กำลังยกระดับไปสู่การเป็นผู้ให้บริการพลังงานครบวงจร (Energy Solutions Provider) เต็มตัว

สิ่งที่ตามมาจะทำให้ BGRIM มีโครงสร้างรายได้ที่หลากหลายขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงของธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ตอนนี้มีหลายปัจจัยลบกดดัน…

ส่วนเรื่องราคาหุ้น ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจละกัน…

ไม่อยากพูดเยอะ..เรื่องมันเศร้า..!!

…อิ อิ อิ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...