สัมผัสเสน่ห์ เรียนรู้วัฒนธรรม อาหาร เทศกาล ที่มาของชื่อ และเรื่องราวน่ารู้ของฮอกไกโด
ฮอกไกโดเป็นอีกหนึ่งจังหวัดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แม้จะตั้งยู่ทางเหนือสุดของหมู่เกาะญี่ปุ่นแต่ก็อุดมไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม ทั้งภูเขาสูงตระหง่าน พื้นที่ชุ่มน้ำกว้างใหญ่ ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟ และจุดถ่ายรูปสวย ๆ อีกมากมายสำหรับสายธรรมชาติโดยเฉพาะ นอกจากธรรมชาติ วันนี้เราก็จะมาแนะนำเสน่ห์ของฮอกไกโด ไม่ว่าจะเป็นด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร เทศกาล สถาปัตยกรรม และอื่น ๆ อีกมากมาย ให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักเกาะแห่งนี้ให้มากขึ้นค่ะ
ฮอกไกโดคืออะไร ?
ที่ตั้งของฮอกไกโด
ฮอกไกโดเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น อยู่ระหว่างเส้นลองจิจูดประมาณ 139°-148° องศาตะวันออก และเส้นละติจูดประมาณ 41°-45° องศาเหนือซึ่งเป็นละติจูดเดียวกับเมืองใหญ่ทั่วโลก เช่น ชิคาโก มอนทรีออล โรม และบาร์เซโลนา มีพื้นที่มากกว่า 20% ของหมู่เกาะญี่ปุ่น ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลญี่ปุ่น และทะเลโอค็อตสค์ มีเทศบาล 179 แห่ง และหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น 14 แห่ง
ที่มาของชื่อและระบบการปกครองของฮอกไกโด
ก่อนที่จะได้ชื่อว่าฮอกไกโด ในอดีตพื้นที่นี้ถูกเรียกในชื่อ “เอโซจิ” (蝦夷地 : แผ่นดินเอโซ) หรือ “เอโซงาชิมะ” (蝦夷が島 : เกาะเอโซ) ชื่อนี้ถูกเปลี่ยนในปี 1869 (ปีเมจิที่ 2) โดยทาเคชิโร มัตสึอุระ นักสำรวจในปลายยุคบาคุมัตสึ มีการเสนอชื่อใหม่ถึง 6 ชื่อ แต่ชื่อที่ได้รับเลือกคือ “ฮอกไกโด” (北加伊道) และเปลี่ยนตัวคันจิคำว่า “ไค” (加伊) เป็นตัว “海” ที่แปลว่าทะเลซึ่งออกเสียงเหมือนกัน จึงกลายเป็น “ฮอกไกโด” (北海道) อย่างที่เราคุ้นตากันในทุกวันนี้
ก่อนที่จะเข้าเรื่องระบบการปกครองของฮอกไกโด เรามาดูเรื่องเขตการปกครองของญี่ปุ่นเป็นพื้นฐานก่อนนะคะ ประเทศญี่ปุ่นมีเขตการปกครองระดับจังหวัดทั้งหมด 47 จังหวัดโดยแบ่งเป็นรูปแบบการปกครอง 4 ประเภท เรียกว่า “โทโดฟุเค็ง” (都道府県) ได้แก่
– 1 มหานคร ลงท้ายด้วยโตะ (都) คือกรุงโตเกียว (東京都)
– 1 เขตภูมิภาคหรือมณฑล ลงท้ายด้วยโด (道) คือฮอกไกโด (北海道)
– 2 นครหรือจังหวัดเขตเมือง ลงท้ายด้วยฟุ (府) คือนครโอซาก้า (大阪府) และนครเกียวโต (京都府)
– 43 จังหวัดทั่วไป ลงท้ายด้วยเคน (県)
แล้วทำไมฮอกไกโดจึงเป็นเพียงที่เดียวที่ลงท้ายด้วยโด (道) ? เราจะค่อย ๆ ดูกันไปทีละส่วนนะคะ ในปลายศตวรรษที่ 7 ญี่ปุ่นกำหนดใช้กฎหมายริตสึเรียว ซึ่งเป็นระบบกฎหมายโบราณที่มีต้นกำเนิดมาจากจีน แบ่งการปกครองออกเป็น 5 แคว้น (จังหวัดในสมัยโบราณ) 7 ภูมิภาค เรียกว่า “โกะคิชิจิโด” (五畿七道)
โดย 5 แคว้น (国) จะหมายถึง 5 แคว้นที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงมากที่สุด ได้แก่
– ยามาโตะ (大和国) (ปัจจุบันคือนารา)
– คาวาจิ (河内国) (ปัจจุบันคือทางตะวันออกของโอซาก้า)
– ยามาชิโระ (山城国) (ปัจจุบันคือทางใต้ของเกียวโต)
– อิซูมิ (和泉国) (ปัจจุบันคือทางตะวันตกเฉียงใต้ของโอซาก้า)
– เซ็ตสึ (摂津国) (ปัจจุบันคือทางเหนือของโอซาก้าและบางส่วนของเฮียวโงะ)
ส่วนอีก 7 ภูมิภาค (道) จะหมายถึงพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมหลายแคว้น ได้แก่
– ไซไคโด (西海道)
– ซันโยโด (山陽道)
– ซันอินโด (山陰道)
– นันไคโด (南海道)
– โฮคุริคุโด (北陸道)
– โทไคโด (東海道)
– โทซันโด (東山道)
เมื่อเกาะเอโซเปลี่ยนชื่อเป็นฮอกไกโด จึงถูกรวมเข้าไปด้วยและเรียกรูปแบบการปกครองนี้ใหม่เป็น 5 แคว้น 8 ภูมิภาค เรียกว่า “โกะคิฮาจิโด” (五畿八道)
ทีนี้เรามาเจาะเข้าไปในฮอกไกโดกันค่ะ ในอดีตฮอกไกโดไม่ได้เป็นจังหวัดเดียวแบบในปัจจุบัน แต่มีการทดลองแบ่งเขตปกครองหลากหลายรูปแบบ เมื่อเปลี่ยนชื่อเป็นฮอกไกโดในปี 1869 ก็มีการแบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 11 แคว้น ได้แก่
– โอชิมะ (渡島国)
– อิบุริ (胆振国)
– ชิริเบชิ (後志国)
– อิชิคาริ (石狩国)
– เทชิโอะ (天塩国)
– คิตามิ (北見国)
– ฮิดากะ (日高国)
– โทกาจิ (十勝国)
– คุชิโระ (釧路国)
– เนมุโระ (根室国)
– จิชิมะ (千島国)
ต่อมารัฐบาลได้ยกเลิกไป และในปี 1882 ก็ได้พยายามจัดระบบแบบเดียวกับจังหวัดอื่นของญี่ปุ่น จึงแบ่งฮอกไกโดออกเป็น 3 จังหวัด (県) ได้แก่
– ฮาโกดาเตะ (函館県)
– ซัปโปโร (札幌県)
– เนมุโระ (根室県)
แต่เนื่องจากมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าไม่สามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้ยกเลิกระบบ 3 จังหวัดที่ใช้ได้เพียงแค่ 4 ปี จนในปี 1886 จึงรวมทั้งหมดเป็นหน่วยการปกครองเดียว จัดตั้งสำนักงานรัฐบาลฮอกไกโด (北海道庁) ขึ้นโดยมีอำนาจปกครองทั้งภูมิภาค นับแต่นั้นมาฮอกไกโดจึงกลายเป็นเหมือนจังหวัดเดียวทั้งเกาะ แต่ก็ยังคงเรียกว่าฮอกไกโดมาจนถึงปัจจุบัน
วัฒนธรรมของฮอกไกโด
1. วัฒนธรรมไอนุ
ฮอกไกโดมีชนพื้นเมืองดั้งเดิมคือชาวไอนุ มีภาษาไอนุเป็นของตนเองซึ่งต่างจากภาษาญี่ปุ่น มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ มีความเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณ และลวดลายแบบไอนุที่มีลายน้ำวน (モレル) และลายหนาม (アイウシ) เป็นพื้นฐาน อีกทั้งประมาณ 80% ของชื่อเมืองและหมู่บ้านในฮอกไกโดก็มาจากภาษาไอนุ เช่น เมืองวักกะไน มาจากภาษาไอนุว่า “ยามุ วักกะ ไน” โดยยามุหมายถึงเย็น วักกะหมายถึงน้ำดื่ม และไนหมายถึงแม่น้ำ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสและเรียนรู้วัฒนธรรมไอนุได้ที่
– Upopoy National Ainu Museum and Park ในเมืองชิราโออิ
– Nibutani Ainu Culture Museum ในเมืองบิราโทริ
– Akanko Ainu Kotan ในเมืองคุชิโร
2. มัตสึมาเอะ คางุระ
มัตสึมาเอะ คางุระ เป็นการแสดงพื้นเมืองประเภทคางุระ (การร่ายรำบูชาเทพเจ้า) ที่เก่าแก่ของฮอกไกโด ถือกำเนิดในเมืองมัตสึมาเอะซึ่งเป็นเมืองปราสาทเพียงแห่งเดียวในฮอกไกโด ผสมผสานระหว่างพิธีกรรมของชินโตกับศิลปะท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา ท่วงท่าการร่ายรำเข้มแข็งและสง่างาม โดดเด่นด้วยเสียงขลุ่ยและกลองประกอบจังหวะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ที่สำคัญของญี่ปุ่น นิยมแสดงในงานเทศกาลบวงสรวงเทพเจ้าและงานท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วฮอกไกโด ในเมืองมัตสึมาเอะจะจัดการแสดงมัตสึมาเอะ คางุระแบบสาธารณะเป็นประจำทุกปีในวันที่ 29 เมษายนที่ลานฮอนมารุในสวนมัตสึมาเอะ
อาหารขึ้นชื่อของฮอกไกโด
1. เจงกิสข่าน
เจงกิสข่านเป็นอาหารพื้นเมืองของฮอกไกโด โดยจะนำเนื้อแกะและผักมาย่างรวมกันในกระทะทรงโดมคล้ายหมูกระทะ ตรงกลางจะนูนและมีร่องเพื่อให้น้ำจากการย่างเนื้อแกะไหลลงมาที่ผัก หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ฮอกไกโดได้เปลี่ยนจากการเลี้ยงแกะเพื่อเอาขนมาเป็นการเลี้ยงเพื่อเอาเนื้อ และว่ากันว่าเหตุผลที่ชื่อเจงกิสข่านเกิดจากการที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าชาวมองโกลบริโภคเนื้อแกะกันเป็นส่วนใหญ่ จึงนำชื่อของเจงกิสข่านซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งจักรวรรดิมองโกลมาตั้งเป็นชื่อเมนู
2. แซลมอนจังจังยากิ
แซลมอนจังจังยากิเป็นอาหารพื้นเมืองของฮอกไกโด ทำโดยนำแซลมอนและผักมาย่างรวมกันบนแผ่นเหล็ก ที่มาของชื่อมีทฤษฎีหลายอย่าง เช่น
– หมายถึงการทำอาหารที่ทำได้ “ง่าย ๆ เร็ว ๆ” (chacchato)
– หมายถึงอาหารที่คุณพ่อ (otouchan) ทำให้ทาน
– มาจากเสียง “จังจัง” ของตะหลิวที่กระทบกับแผ่นเหล็ก
เมนูนี้มีต้นกำเนิดในเมืองอิชิคาริ ช่วงต้นสมัยโชวะ เมื่อชาวประมงนำถังเหล็กมาทำเป็นแผ่นเหล็กขนาดใหญ่แล้วย่างปลาแซลมอนที่จับได้ แต่ปัจจุบันนิยมทำทานในบ้านโดยใช้วิธีการห่อฟอยล์อบ
3. ซังกิ
ในฮอกไกโดจะเรียกไก่ทอดคาราอาเกะว่า “ซังกิ” ทำโดยการนำไก่ไปหมักในซอสที่เป็นเบสโชยุแล้วนำไปทอด ทำให้มีรสชาติเข้มข้นกว่าไก่ทอดคาราอาเกะทั่วไป ว่ากันว่ามีต้นกำเนิดมาจากร้านไก่แห่งหนึ่งในเมืองคุชิโร
4. ข้าวหน้าหมู
ข้าวหน้าหมูหรือบุตะด้งเป็นอาหารท้องถิ่นของเมืองโอบิฮิโระ เป็นข้าวหน้าหมูหั่นหนาราดด้วยซอสหวานเผ็ด เมืองโอบิฮิโระตั้งอยู่ในพื้นที่โทคาจิซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูเฟื่องฟูมากมาตั้งแต่สมัยเมจิ ในช่วงต้นสมัยโชวะ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองโอบิฮิโระใช้ปลาไหลเป็นวัตถุดิบบำรุงกำลัง แต่เนื่องจากปลาไหลมีราคาแพงและหาได้ยาก จึงเกิดเมนูข้าวหน้าหมูที่ใช้หมูย่างถ่านแล้วนำซอสแบบปลาไหลราดลงไป
งานเทศกาลในฮอกไกโด
1. เทศกาลหิมะซัปโปโร
เทศกาลหิมะซัปโปโรเป็นเทศกาลฤดูหนาวที่ยิ่งใหญ่และโด่งดังของญี่ปุ่น จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์เป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยจะจัด 3 แห่งในซัปโปโร คือ สวนโอโดริ ซูซูกิโนะ และสึโดเมะ ที่สวนโอโดริจัดแสดงประติมากรรมหิมะหลากหลายขนาดเรียงรายเป็นระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ที่ซูซูกิโนะจัดแสดงประติมากรรมน้ำแข็งที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย และที่สึโดเมะเป็นโซนกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถมาร่วมสนุกได้ทุกวัย เทศกาลหิมะซัปโปโรเริ่มต้นขึ้นในปี 1950 โดยนักเรียนมัธยมในท้องถิ่นและจัดแสดงประติมากรรมหิมะเพียง 6 ชิ้นงานในสวนโอโดริ ปัจจุบันถือเป็นเทศกาลชื่อดังที่ดึงดูดผู้เข้าชมได้กว่า 2 ล้านคนจากในญี่ปุ่นและต่างประเทศ
2. เทศกาลโยซาโคอิ โซรัน
มีงานฤดูหนาวแล้วก็ต้องมีงานฤดูร้อนอย่างเทศกาลโยซาโคอิ โซรัน เป็นเทศกาลเต้นรำฤดูร้อนสุดยิ่งใหญ่ จัดขึ้นทุกเดือนมิถุนายนในซัปโปโร ทีมนักเต้นจะมาประชันกันนับร้อยทีมโดยมีกติกาพื้นฐานคือการถือ “นารุโกะ” และต้องมีเนื้อเพลงจากเพลงพื้นบ้านฮอกไกโด “โซรัน บุชิ” มาผสมผสานในเพลง ไฮไลต์คือเหล่านักเต้นในชุดสีสันสดใส ประชันกันด้วยการเต้นที่ทรงพลัง การโบกธงขนาดใหญ่ และการเดินขบวน เทศกาลนี้มีรากฐานมาจากเทศกาลโยซาโคอิของจังหวัดโคจิ ปัจจุบันสามารถดึงดูดผู้ชมได้ประมาณ 2 ล้านคนต่อปี สร้างความสนุกสนานตื่นเต้นไปทั่วเมืองซัปโปโร
สถาปัตยกรรมและมรดกของฮอกไกโด
1. ป้อมโกเรียวคาคุ
ป้อมโกเรียวคาคุ ตั้งอยู่ในเมืองฮาโกดาเตะ เป็นป้อมสไตล์ตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่น มีลักษณะเป็นป้อมปราการ 5 แฉกรูปทรงคล้ายดาว ใช้เวลาสร้าง 7 ปีจนแล้วเสร็จในปี 1864 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการป้องกันท่าเรือฮาโกดาเตะจากภัยคุกคามของตะวันตก และในยุคบาคุมัตสึที่นี่ยังเป็นป้อมปราการสุดท้ายของกองกำลังของโชกุนในสงครามฮาโกดาเตะ ปัจจุบันพัฒนาเป็นสวนสาธารณะโกเรียวคาคุ มีวิวทิวทัศน์สวยงามแตกต่างไปตามฤดูกาลและเป็นหนึ่งในจุดชมดอกซากุระยอดนิยมของฮอกไกโด สามารถขึ้นไปบนหอคอยเพื่อชมวิวป้อมโกเรียวคาคุรูปทรงดาวได้จากมุมสูง ในปี 2010 มีการบูรณะสำนักงานปกครองฮาโกดาเตะที่ตั้งยู่ใจกลางป้อม ตกแต่งจำลองห้องต่าง ๆ จากในอดีตได้อย่างสมจริง
2. หอนาฬิกาซัปโปโร
หอนาฬิกาซัปโปโร เป็นหอนาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เดิมสร้างขึ้นเพื่อเป็นโรงฝึกของวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซัปโปโร ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของมหาวิทยาลัยฮอกไกโด ได้รับการออกแบบโดยดร.คลาร์ก เป็นอาคารไม้สีขาวหลังคาสีแดงที่ออกแบบตามสไตล์อเมริกันในยุคบุกเบิกฮอกไกโด ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์และแกลอรี่เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของการพัฒนาเมืองซัปโปโร ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโรและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ
วันแห่งฮอกไกโด
วันที่ 17 กรกฎาคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันแห่งฮอกไกโด เพื่อรำลึกถึงวันที่ทาเคชิโร มัตสึอุระเสนอชื่อ “ฮอกไกโด” ให้แก่รัฐบาลเมจิในปี 1869 ถือเป็นวันสำคัญในท้องถิ่นที่ผู้คนจะได้ตระหนักถึงประวัติศาสตร์และคุณค่าของเกาะฮอกไกโด มีการจัดอีเวนต์เฉลิมฉลอง กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่าง ๆ มากมาย
นอกจากจะเป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยความงามทางธรรมชาติ ก็ยังมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความเป็นมาที่น่าสนใจ มีกิจกรรมสนุก ๆ ที่เข้าร่วมได้ตลอดทั้งปี พรั่งพร้อมด้วยอาหารรสเลิศจากวัตถุดิบท้องถิ่น จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฮอกไกโดสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมาย แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคะหลงในเสน่ห์อะไรของเกาะฮอกไกโดกันบ้างเอ่ย
สรุปเนื้อหาจาก fumakilla