โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอเซีย พลัส” ชี้ท่องเที่ยวไทย Q2 จุดต่ำสุด! ก่อนฟื้นยาวถึงปี 70 ชู AOT-CENTEL-ERW เด่น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 17 เม.ย. เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดยังคงคาดหวังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะช่วยลดระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ยังคงอยู่ในระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (สูงสุดอยู่ที่ 119.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) และส่งผลให้ราคาน้ำมันอากาศยานกลับมาปรับลดลงจากสัปดาห์ก่อน ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนยังเติบโตแข็งแกร่ง แม้นักท่องเที่ยวระยะไกลชะลอตัวตามภาวะสงคราม หนุนมุมมองบวกต่อหุ้นในธีม De-escalation Trade โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยว

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมภาคท่องเที่ยวไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มเป็นช่วงต่ำสุดของปี จากแรงกดดันตามฤดูกาลท่องเที่ยว ประกอบกับความต้องการเดินทางทางอากาศที่ชะลอลงในช่วง Low Season โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ดี มองว่าผลกระทบต่อประมาณการกำไรทั้งปีของกลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยวยังอยู่ในระดับจำกัด และมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนต่อเนื่องไปยังไตรมาส 3 ปี 2569 ถึงไตรมาส 1 ปี 2570

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันอากาศยานเฉลี่ยรายสัปดาห์ของ IATA ณ วันที่ 10 เมษายน 2569 พลิกกลับมาปรับตัวลดลง 5% จากสัปดาห์ก่อน สอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันดิบ Brent และค่าการกลั่นน้ำมันอากาศยาน (Crack Spread) ที่อ่อนตัวลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดย Crack Spread ลดลง 22% จากสัปดาห์ก่อน สะท้อนอุปสงค์การเดินทางทางอากาศที่ชะลอลงตามฤดูกาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภาพดังกล่าวส่งสัญญาณว่า การปรับขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินผ่านการเรียกเก็บ Fuel Surcharge ของสายการบินในช่วงถัดไปมีแนวโน้มเริ่มทรงตัว หลังต้นทุนเชื้อเพลิงปรับลดลงต่อเนื่อง ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสารได้ในระยะต่อไป

ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในช่วงวันที่ 6-12 เมษายน 2569 อยู่ที่ 619,481 คน แม้ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) แต่ถือว่าเป็นไปตามภาวะสงครามในตะวันออกกลาง หลังสายการบินจากภูมิภาคดังกล่าวกลับมาให้บริการได้เพียงประมาณ 42%-67% ของระดับก่อนเกิดสงคราม แม้จะถือว่าปรับตัวดีขึ้นจากช่วงต้นเดือนมีนาคมที่กลับมาบินได้เพียงราว 10% ของภาวะปกติ

อย่างไรก็ดี หากเทียบกับสัปดาห์ก่อน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังขยายตัว 9% โดยมีแรงหนุนสำคัญจากนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 106,504 คน เพิ่มขึ้น 25% จากสัปดาห์ก่อน และเพิ่มขึ้น 29% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากแรงส่งของเทศกาลสงกรานต์ สะท้อนให้เห็นว่า หากมีปัจจัยสนับสนุนด้านกิจกรรมหรือเทศกาลสำคัญ ความต้องการเดินทางยังมีอยู่

เอเซีย พลัส มองว่า ทิศทางนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์มีโอกาสฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงปลายเดือนเมษายนต่อเนื่องถึงต้นเดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะจากตลาดจีนที่ได้รับแรงหนุนจากวันแรงงาน ก่อนที่ภาพรวมรายเดือนจะทยอยผ่านจุดต่ำสุดของปีตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไปตามปัจจัยฤดูกาล

ในเชิงผลประกอบการ แม้ผลกระทบต่อการเดินทางจะชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 แต่มองว่าไม่ใช่ปัจจัยใหม่สำหรับตลาด อีกทั้งช่วง Low Season เป็นสัดส่วนกำไรของบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ในระดับไม่เกิน 10% ของกำไรทั้งปี ทำให้ผลกระทบต่อประมาณการกำไรทั้งปีอยู่ในวงจำกัด โดยทุกการลดลงของกำไรไตรมาสดังกล่าว 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน จะกระทบกำไรทั้งปีไม่เกิน 3%

โดยสรุป เอเซีย พลัส ประเมินว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีสำหรับภาคท่องเที่ยวไทย ก่อนที่แนวโน้มจะทยอยฟื้นตัวแบบไตรมาสต่อไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2569 ไปจนถึงไตรมาส 1 ปี 2570 ตามฤดูกาล ประกอบกับเสถียรภาพด้านต้นทุนเชื้อเพลิงที่เริ่มดีขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการเดินทางให้กลับมาฟื้นตัวในระยะถัดไป

อย่างไรก็ดี ในมุมมองการลงทุน หุ้นท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของจำนวนนักเดินทางอย่าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ยังคงเป็นอีกกลุ่มที่น่าจับตา ควบคู่กับหุ้นโรงแรมอย่าง CENTEL และ ERW

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...