โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ป๋อมแป๋ม'เล่าจุดพีคน้ำหนักพุ่ง 85 จนนั่งยองในห้องน้ำไม่ได้

แนวหน้า

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา! ป๋อมแป๋ม-นิติ ชัยชิตาทร เล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตหลังน้ำหนักพุ่งขึ้นถึง 85 ภายในปีเดียว จนนั่งยองในห้องน้ำไม่ได้! ผ่านรายการ Kim’s Mirror เพราะความเครียดสะสม นอนน้อย ดื่มบ่อย กินกลางคืน จนร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน พังโดยไม่รู้ตัว มองว่าการแก่ไม่ใช่เรื่องแย่ แต่คือการมีชีวิตอยู่ได้นานแบบมีคุณภาพมากกว่าการพยายามย้อนวัย พร้อมเล่าแนวคิดการใช้ชีวิตแบบบาลานซ์

ทำไมถึงตัดสินใจปรับโฟกัสมาดูแลตัวเอง ?

ป๋อมแป๋ม : ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา คืออันที่เป็นปัญหาเรื้อรังและสะสมคืออ้วนขึ้นแบบปุ๊ดป๊าด เมื่อก่อนเราสึกว่าเช้ามาเราก็จะผอมได้ น้ำหนักกระโดดไปถึง 85 กิโลกรัมเลย ขึ้นมา 15 กิโลกรัมภายในปีเดียว ช่วงนั้นก็คือดื่มเยอะ แต่พอช่วงลดน้ำหนักก็คือไม่แตะเลย

ใช้ชีวิตปาร์ตี้หนัก ๆ เพราะคลายเครียด ?

ป๋อมแป๋ม : ไม่รู้ว่าอะไรเป็นต้นเหตุหลัก แต่พี่รู้สึกว่าช่วงนั้นเราเครียดด้วยส่วนหนึ่ง แล้วก็เป็นช่วงที่โฟกัสไปอยู่ที่เรื่องอื่น เหมือนฉันปล่อยวางดีกว่า แต่อันที่จริงเราไม่ได้ปล่อยวางจริง ๆ เพราะถ้าปล่อยวางจะไม่เครียด อย่างตอนนั้นรายการก็เริ่มพักไป มีเรื่องงาน เรื่องใด ๆ เป้นช่วงที่รู้สึกว่ามีเรื่องให้เราคิดเยอะ แล้วพอคิดเยอะก็จะนอนได้ไม่ดี นอนดึก เริ่มกินอาหารตอนกลางคืน แล้วรู้สึกว่ามือมันว่างก็เปิดจุกไม้ก๊อกแล้วก็เท ถึงบอกว่าไม่อยากใช้คำว่าปาร์ตี้ เพราะบางครั้งเราก็ไม่ได้ออกไปพบปะ เราก็จุ๊บจิ๊บของเรา คิดว่าตัวเองออกกำลังกาย แต่น้ำหนักไม่ลงเลย มันทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ จากเสื้อเบอร์ M ก็เป็น L และก็ XL การนอนไม่พอ พอตื่นมาจะตามันปรือ ตื่นไม่เต็มที่ ระหว่างวันก็ยิ่งเครียดสะสมไปอีก เป็นวงจรไปเรื่อย ๆ จนน้ำหนักกระโดดขึ้นมาถึง 85 กิโลกรัม ซึ่งส่วนนั้นเริ่มรู้สึกว่ากางเกงมันใส่ไม่ได้ เพื่อนในวงการหลาย ๆ ท่านก็ผอมแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว มันมีปัญหาในตรงอื่น ๆ เช่น เรื่องเข่า ตีเทนนิสแล้ว Performance มันดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด จุดแตกหักคือตอนเดินทางไปต่างจังหวัด เดินทางไปหัวหิน ถนนพระราม 2 รถติดมาก แล้วพี่ปวดท้องเข้าห้องน้ำ พี่บอกรถตู่ว่าตรงไหนก็ได้ พี่วิ่งไปเข้าห้องน้ำในตลาดแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าห้องน้ำมันเป็นแบบยอง แล้วเรายองไม่ได้เพราะมันติดเข่า ติดพุง รู้สึกว่านี่คือจุดที่ฉันมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร มันสควอท ( Squat ) ไม่ถึง พอสควอท (Squat) เหมือนจะคว่ำไปด้านหน้าด้วย ก็เลยรู้สึกว่ามันคงไม่ได้จริง ๆ แล้ว ก็เลยคิดวาสจะต้องลดน้ำหนัก ก็เหมือนว่าพอเราเริ่มลดน้ำหนัก ครั้งนี้เลยพยายามลดแบบไม่ปุ๊บปั๊บ ก็เลยได้ปรึกษา โชคดีที่ได้คุยกับหลาย ๆ คน ก็เชี่ยวชาญ ก็เลยได้เจอทั้งหมอร่างกายและหมอจิตใจ เลยพบว่าความเครียดที่เราไม่รู้ตัวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดวงจร เครียดแล้วกิน กินแล้วอ้วน อ้วนแล้วเครียด

นอกจากออกกำลังกาย มีเรื่องอาหารที่เปลี่ยนไปไหม ?

ป๋อมแป๋ม : อาหารด้วยความที่พอเราลดน้ำหนัก กินอาหารให้เป็นเวลามากขึ้น โชคดีอย่างหนึ่งคือไม่กินของหวาน ทำขนมแต่ทำแล้วแจก ไม่กินน้ำอัดลมด้วย หรืออะไรที่เป็นฟอง ๆ ซ่า ๆ ไม่กิน ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้กินไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ เพราะเกี่ยวกับว่ากินแล้วฉันเรอ ท้องอืด มันก็เลยลดการกินจุกจิก ตอนนี้กินเป็นเวลามากขึ้น อาหารที่กินพูดตรง ๆ ว่ามันก็ไม่ได้สตริก (Strict) ว่าโปรตีนเท่านี้ แต่ว่าอย่างหนึ่งที่จะเป็นเลยก็คือด้วยความทำอาหารเอง มันก็เลยเหมือนเลือกวัตถุดิบมาทำ ไม่ได้เป็นอาหาร Healthy จ๋า ยังใส่ซีอิ๊ว น้ำปลา ทอดด้วย Deep Fryer แต่เรารู้ว่าใส่อะไรลงไป หรือว่ากำลังกินอะไรอยู่ ไม่ได้สตริก (Strict) ว่าต้องกินอาหารเพื่อสุขภาพ หรือก็บาลานซ์ถูก

ในเรื่องของผิว ?

ป๋อมแป๋ม : เป็นคนชอบแดด ชอบอาบแดด ผิวเลยแทนจริง แต่ถ้าแทนแล้วมันแห้ง มันจะมีความเขียว มันจะแบบดำด้านเหมือนกระดานไวท์บอร์ด มันจะเป็นผิวประเภทฝุ่นจับปุ๊บแล้วรู้เลยว่าฝุ่นจับ ผิวของพี่ถ้าเกิดว่ามันแห้ง มันจะรู้เลยว่าสกปรก (หัวเราะ) พื้นเพเราก็ไม่ใช่คนสะอาดอะไรมากอยู่แล้วด้วย

ผิวมีความหย่อนคล้อยบ้างไหม ?

ป๋อมแป๋ม : ไม่เป็น เราก็ไม่ได้เก่งกาจเองแต่ก็เป็นความโชคดีที่เจอผู้เชี่ยวชาญแนะนำ ใช้การคุมอาหาร คุมเวลากินอาหารและออกกำลังกายควบคู่กัน ทุกวัน ๆ ลดเรื่องไม่จำเป็น ลดเรื่องแอลกอฮอล์และการกินตอนกลางคืน เพราะหลายครั้งเราไม่ได้กินเพราะหิว แต่กินเพราะอยาก ท้องไม่ได้สั่งแต่สมองมันสั่งซึ่งเหล่านี้มันไม่ได้จำเป็นก็ตัดเรื่องไม่จำเป็นออกไป การลดน้ำหนักมันก็เลย พี่รู้สึกว่ามันก็ค่อนข้าง Sustain แล้วมันไม่ได้หยุดแล้วไม่ได้โยโย่กลับมา ก็เป็นโชคดีอย่างหนึ่ง เราห่วงเรื่องความชุ่มชื้น ก็จะกินน้ำค่อนข้างเยอะเพื่อทดแทนส่วนที่สูญเสียไป ป้องกันแดดและความหยาบกร้าน บวกกับใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลเรื่องกันแดด เรื่องริ้วรอยและความชุ่มชื้นด้วย มันก็ช่วย

เรื่อง Longevity มีวิธีดูแลตัวเองให้ยั่งยืนแบบนี้ไปตลอดได้ยังไง ?

ป๋อมแป๋ม : ต้องปรับให้เป็นนิสัย เหมือนเรื่องดื่มก็ยอมรับว่าตอนแรกทำเพราะต้องหรือทำเพราะอยากเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง พอไม่กินไปสักพักตามทฤษฎี 21 วัน ของพี่อาจจะนานกว่านั้น จนวันหนึ่งเห็นคนอื่นกินเราก็ไม่อยากแล้ว จิตเป็นนาย กลายเป็นบ่าว ได้แล้ว เรื่องของ Longevity พี่ก็ไม่ได้อยากใช้คำว่าแก่ รู้สึกว่าเราสู้กับอายุที่เพิ่มขึ้นไม่ได้อยู่แล้ว เชื่อว่าคนประเภทเดียวที่ไม่แก่คือคนที่จากไปก่อนวัยอันควร เวลาคนทักว่าเราแก่ จะรู้สึกขอบคุณที่แปลว่าฉันอยู่มาได้ยาวนาน พี่โอเคกับการมีอายุเพิ่มขึ้น เลยชอบความ Appropriate คือมันก็สวยงามไปตามวัย ตามความเหมาะสมของช่วงอายุ เช่น เรื่องริ้วรอย พี่ไม่ได้กังวลเรื่องริ้วรอยเลย แต่ขอให้มันไปตามวัยไม่ต้องล้ำไป เราอายุ 45 จะให้ดูเหมือนคนอายุ 20 มันก็ไม่ได้ ไม่ได้อยากหน้าตาเป็นอย่างนั้น อันนี้ข้อ 1 กับข้อ 2 Longevity สำหรับพี่ไม่ใช่เรื่องแยกส่วน แต่มันคือ Holistic (องค์รวม) ทั้งเรื่อง appearance (รูปลักษณ์) ภายนอก สุขภาพ การกิน และจิตใจ นอก ใน ใจ กาย ต้องบาลานซ์ไปพร้อมกัน มันก็น่าจะอยู่ได้ยาว อยู่ในระดับที่เราพอใจ รู้สึกว่า 4 อันรวมกันแล้วมันทำงานด้วยกันแบบบาลานซ์ พอสุขภาพดี น้ำหนักลง ก็เกิดแรงบันดาลใจว่าเรามาถูกทางและเราทำต่อ ร่างกายแข็งแรงขึ้นก็อยากไปออกกำลังกาย ได้โดปามีนธรรมชาติ มันวนเวียนเป็น Circle of Positivity แบบนี้

เคยได้ยินคำว่า Beauty Longevity ไหมและมีความเห็นยังไงบ้าง ?

ป๋อมแป๋ม : ความสวย Subjective คนหนึ่งมองสวย คนหนึ่งมองไม่สวย สำคัญที่สุดคือเราต้องรู้สึกว่าเราสวย คำว่า Best version of you เวอร์ชั่นที่ดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่เรามีอยู่ ซึ่งถ้าเราพอใจมันก็คือพอใจ แต่สำหรับพี่ในวัย 45 Best version ของพี่มันคือเรื่องของการบาลานซ์ ทำยังไงให้มันอยู่ต่อไปได้ยาวๆ

มีความคิดเห็นยังไงที่บางคนรอให้ร่างกายพังก่อนถึงจะเริ่มซ่อม ?

ป๋อมแป๋ม : ชีวิตคนเราถูกออกแบบมาให้ปกติ คือกิน 3 มื้อ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม นอนให้พออันนี้คือปกติ หรือว่าเราไปเที่ยวเตร่สังสรรค์มันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งถ้าเราทำอันนี้ปกติมันจะไม่พัง แต่ปกติถ้ามันพังแปลว่ามีอะไรที่มากเกินหรือน้อยเกิน แล้วเราบอกตัวเองว่าก็มันเป็นปกติแบบนี้ คือจริง ๆ มันไม่ใช่ว่าพัง ไม่พังหรอก มันต้องพิจารณาตว่าตอนนี้มีอะไรเยอะไปไหม มันก็ต้องไปหาบาลานซ์เอา จริง ๆ แล้วมันมีวิธีง่าย ๆ ที่ทำให้ร่างกายไม่พังก็คือทำให้มันปกติ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ถ้าเราดันน้อยหรือเกินกว่า 5 หมู่แสดงว่าไม่ปกติ วิธีการสำหรับการที่จะไม่ต้องให้ร่างกายพัง ถ้าพูดไม่ให้ปลอม คือพี่ไม่เชื่อเรื่องการดูแลตัวเองแบบเคร่งครัดจนเครียดเพื่อให้อายุยืน มนุษย์เรารู้ตัวเองได้ว่าอันไหนเยอะไปน้อยไป แค่มีระบบตรวจสอบตัวเองแล้วกลับมาบาลานซ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...