DSI เผยหลักฐานแน่น ยื่นศาลออกหมายจับลอตแรก 30 ราย คดี Forex มีชื่อ'ภาวุธ-นักร้องดัง'ด้วย
DSI ยืนยันหลักฐานแน่น ศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหากลุ่มแรก ”30 หมาย คดีซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต"แย้ม ”ภาวุธ“พรรค ปชน.พบเชื่อมโยง"บริษัทสปาร์ก ดิจิทัล จำกัด"มากกว่าเส้นเงิน 28 ล้านบาท
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 จากกรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 ก.ค.69 ที่ ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ยืนยันว่าวันนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ไปขอศาลออกหมายจับ จำนวน 30 หมาย ที่มีทั้งบุคคลและนิติบุคคล ซึ่ง 1 ใน 30 หมายจับ มีชื่อของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมอยู่ด้วยนั้น
แหล่งข่าวระดับสูงใน กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ คดีซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้มีการสืบสวนสอบสวน ขยายผล และรวบรวมพยานหลักฐานหลายรายการที่ได้จากการตรวจยึด นำไปวิเคราะห์ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ Hardware Wallet สินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และสกุล USDT เอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับโครง สร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุน ซึ่งจากการขยายผลเส้นทางการเงินพบว่ามีกลุ่มบุคคลเกี่ยวข้องจำนวนมาก อาทิ กลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) , กลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ (Broker) , กลุ่มบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ - ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยังพบชื่อนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ) ปรากฏหลักฐานการรับโอนเงินจากบริษัทสปาร์ก ดิจิทัล จำกัด จำนวน 28 ล้านบาท โดยรับโอนครั้งละ 2 ล้านบาท รวมจำนวน 14 ครั้ง ซึ่งเป็นการรับโอนเงินภายในวันเดียว (18 ก.ค.67)
ทั้งนี้ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ได้ชี้แจงสื่อมวลชนว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการเทรดทองคำ และได้นำเอกสารหลักฐานบางส่วนเข้าชี้แจงกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในฐานะพยานไปเมื่อวันที่ 6 ก.ค.69 นอกจากนี้ ยังพบชื่อของดารานักร้องชายชื่อดัง เกี่ยวข้องรับโอนเงินจากบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ซึ่งเป็นบริษัทที่มีผู้เสียหายกว่า 500 ราย ความเสียหายรวมพันล้านบาทได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนได้มีการขยายผลและสอบปากคำพยานผู้เสียหายอีกกว่า 300 ราย ถึงแผนประทุษกรรม การลงทุน มูลค่าความเสียหาย จนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดขอศาลอาญารัชดาภิเษก ออกหมายจับรวมทั้งสิ้น 30 หมาย แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ในฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่ง 1 ใน 30 หมายจับดังกล่าวมีชื่อของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ รวมอยู่ด้วย
แหล่งข่าวระดับสูงในกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่า ส่วนพฤติการณ์ทางคดีที่ทำให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษรวบรวมหลักฐานเสนอศาลอาญาออกหมายจับทั้ง 30 หมายนั้น เนื่องด้วยปรากฏความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในเส้นทางการเงินระหว่างกันทั้งในกลุ่มของไอบี(IB)ผู้ชักชวนการลงทุน, กลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ (Broker) และกลุ่มบริษัทเพย์เมนท์ (Payment) และยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันอีกด้วย อีกทั้งพบว่ามีการชักชวน เชิญชวน แนะนำการลงทุนเทรดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ(Forex) ลงในอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นการเข้าถึงคนจำนวนมาก แต่มีลักษณะเป็นการหลอกลงทุน เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้นไม่เป็นไปตามที่กล่าวอ้างไว้
ทั้งนี้ กรณีหลักฐานเส้นทางการเงินที่นายภาวุธ มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทสปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ไม่ได้มีเพียงจำนวนเงินที่ปรากฏตามหน้าข่าว 28 ล้านบาทเท่านั้น แต่คณะพนักงานสอบสวนยังพบหลักฐานอื่นเพิ่มเติมที่เป็นประจักษ์ยืนยันได้ว่า ไม่ใช่เพียงการรับเงิน 28 ล้านบาทที่ได้มาจากการเทรดทองคำ จึงเป็นสาเหตุที่ต้องนำหลักฐานเสนอศาลขอออกหมายจับ นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังอยู่ระหว่างการพิจารณาฐานความผิดอื่นเพิ่มเติมด้วย เช่น พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือแชร์ลูกโซ่ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 พ.ร.บ.สัญญา
ซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 เป็นต้น ซึ่งหากพบพยานหลักฐานอันเป็นการกระทำความผิด ก็สามารถพิจารณาดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐานได้ เพื่อให้ครอบคลุมการกระทำความผิดที่ตรวจพบ