โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พาราสาวะถี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บรรยากาศคงเป็นไปด้วยความคึกคัก กับการเปิดให้วันนี้ (25 พฤษภาคม) เป็นวันแรกของผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 หรือคนละครึ่งพลัสภาคต่อ ปัญหาพื้นฐานจากการที่คนแห่แหนเข้าไปลงทะเบียน แล้วทำให้ระบบมีปัญหามีโอกาสที่จะเกิดขึ้น แต่ด้วยการพัฒนาโปรแกรม และระบบที่รองรับจึงไม่น่าจะทำให้เกิดภาวะสะดุด จนสร้างความไม่พอใจของผู้ที่ไม่สามารถลงทะเบียนได้เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

อย่างที่รู้กันนโยบายประชานิยมจำแลงนี้ ตามแนวทางของรัฐบาลคือ ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชนในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว บนความเชื่อของทีมเศรษฐกิจรัฐบาลว่า จะกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานรากคือกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย ช่วยทั้งประชาชนและผู้ประกอบการไปพร้อมกันทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง และช่วยประคับประคองค่าครองชีพของประชาชนในช่วงเวลานี้

ถือเป็นการเดินหน้าใช้เงินส่วนแรกตามพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ตามคำชี้แจงจากที่ครม.มีมติอนุมัติโครงการไทยช่วยไทยพลัส เงินกู้ก้อนแรก 2 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว จะมีการกู้เงินในกรอบวงเงินไม่เกิน 175,718.66 ล้านบาท โดยจะเป็นการกู้มาใช้ตามความจำเป็นตามที่รับรู้กันคือ มีการซอยการจ่ายเงินเป็นระยะเวลา 4 เดือน ดังนั้น ก็จะมีการกู้เงินเพื่อใช้คราวละ 35,000 ล้านบาท ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลัง ให้สมกับความเป็นรัฐบาลภายใต้ร่มเงาคนดีย์สายตรงอนุรักษ์นิยม

ส่วนประเด็นที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องกรณีที่ 133 สส.ส่งเรื่องให้วินิจฉัยว่าการออกพ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าวไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคหนึ่งนั้น ศาลได้มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยให้คณะรัฐมนตรีจัดทำคำชี้แจงตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด และจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ตรงนี้ก็เป็นกระบวนการตามครรลอง แต่พอจะคาดเดาผลที่ออกมาได้ว่าจะลงเอยแบบไหน

เชื่อกันว่าจะไม่สร้างปัญหาให้กับรัฐบาลหนู 2 อย่างแน่นอนยิ่งได้เห็นท่วงทำนอง จังหวะเคลื่อนทางการเมืองของ อนุทิน ชาญวีรกูลจะทำให้มองเห็นองคาพยพที่อยู่เบื้องหลัง อยู่ในระดับแข็งโป๊ก ชนิดที่ไม่มีอะไรมาทำให้สะดุดได้เป็นแน่ขณะเดียวกันเมื่อมองไปยังหน้าเสื่อของคนในแวดวงการเมืองที่อยู่ในอำนาจฝ่ายบริหารเวลานี้ นอกเหนือจากภูมิใจไทยกับเพื่อไทยที่ร่วมมือกันทำงาน ให้เป็นไปตามความต้องการของฝ่ายอนุรักษ์นิยมแล้ว พรรคอื่น ๆ ยังมองไม่เห็นโอกาสที่จะเบียดแทรกเข้ามาได้

ไม่ใช่เพราะความแข็งแรงของพรรคสีน้ำเงินที่มี สส.เกือบ 200 ที่นั่ง รวมไปถึงบรรดาทุกองคาพยพที่พร้อมใจกันสนับสนุน หากเมื่อลองพลิกขั้วทางการเมือง ถามว่า ภูมิใจไทยจับมือกับกล้าธรรม ผสมพรรคเล็กพรรคน้อยจะอยู่ได้ยืดเหมือนการทำงานกับเพื่อไทยหรือไม่ภาพลักษณ์ของคนที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีเทียบเคียงกันแล้ว ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่อนุทินได้ตัดสินใจนับแต่รู้ผลเลือกตั้ง ยังไงก็ต้องดึงพรรคนายใหญ่เข้าร่วม ถ้าต้องการให้ 3 รัฐมนตรีคนดีของฝั่งสีน้ำเงินไม่เสียของ

ดูจากจำนวนเสียง สส.ของแต่ละพรรค ดูเหมือนว่าพรรคสีน้ำเงินจะกุมความได้เปรียบ ที่สามารถเลือกจิ้มพรรคไหนก็ได้ให้เข้าร่วมขบวนกุมอำนาจ แต่ความจริงมันไม่ง่ายเช่นนั้น เพราะ จะเลือกแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ขอแค่เสียง สส.ที่ค้ำยันเสถียรภาพของรัฐบาลมีเพียงพออย่างเดียวไม่ได้การเข้าสู่อำนาจบริหารของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่มีพรรคสีน้ำเงินเป็นตัวเล่นหลัก จะต้องละเอียด รอบคอบ เน้นไปที่ภาพลักษณ์ของคนที่จะดึงมาร่วมเป็นสำคัญ มากไปกว่านั้นคือต้อง พร้อมที่จะเข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง มากกว่าเล่นเกมการเมือง

จริงอยู่ที่ว่าระหว่าง พรรคน้ำเงินกับแดงนั้น มีแผลการเมืองระหว่างกันแต่ภายใต้บริบทที่จะต้องเข้าสู่อำนาจบริหาร จำเป็นต้องละวางความบาดหมางทั้งปวงไว้ตามแนวทางแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง อย่างไรเสีย ด้วยโจทย์ของผู้อยู่เบื้องหลัง ต้องทำทุกทางเพื่อไม่ให้พรรคสีส้มชนะเลือกตั้ง หรือสามารถเข้ามาบริหารประเทศได้ จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้อนุทินกับกุนซือคนสำคัญตัดสินใจได้ง่าย พูดให้ชัดถ้าตัดเรื่องความขุ่นข้องหมองใจ การทำงานที่รู้มือรู้ใจกันทั้งสองพรรคถือว่าคลิ๊กกันมากที่สุด

ฟากของประชาธิปัตย์กับกล้าธรรม ไม่ได้หมายความว่าหมดโอกาสที่จะเข้าร่วม แต่เป็นตัวเลือกลำดับรองลงไปจากพรรคของนายใหญ่ เนื่องด้วยพรรคเก่าแก่แม้จะเคยร่วมงานกันคราวรัฐบาลในค่ายทหาร และต่อมากับรัฐบาลเผด็จการสืบทอดอำนาจ ไม่ได้เป็นการร่วมมือกันด้วยความตั้งใจที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ผลประโยชน์ร่วมกัน กลับเป็นต่างฝ่ายต่างจ้องจับผิดหวังช่วงชิงความได้เปรียบ นั่นจึงเป็นเหตุผลให้อาจารย์ใหญ่ของพรรคสีน้ำเงินเห็นว่า ถ้าไม่จำเป็นอย่าได้ร่วมงานกันดีกว่า

ขณะที่กล้าธรรม เป็นปัญหาเรื่องของตัวบุคคลที่จะได้รับการสนับสนุนให้มาเป็นรัฐมนตรี เพราะระดับนำแต่ละรายนั้น แค่ส่งรายชื่อมาให้ตรวจสอบคุณสมบัติก็สร้างความหนักใจให้กับอนุทินแล้ว เมื่อเสี่ยหนูยืนยันเรื่องการไม่กลับมาข้องแวะการเมืองของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบแม้ ป.ป.ช.จะช่วยฟอกขาวให้ในคดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จไปแล้ว ย่อมเป็นสัญญาณที่แน่ชัดว่า โอกาสที่พรรคของ ธรรมนัส พรหมเผ่าจะได้เข้าร่วมรัฐบาลย่อมลดน้อยถอยไปด้วย ซึ่งเวลานี้มีข่าวถึงขั้นที่ว่า อาจารย์ใหญ่กับนายใหญ่ได้พบปะหารือกันแล้ว นี่ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขั้วรัฐบาลก็ต้องมีแต่พรรคน้ำเงินกับแดงเท่านั้น

อรชุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...