ฮุนได ตามรอย ฮอนด้า-โตโยต้า ขึ้นค่าแรงคนงาน 25% ใน 5 ปี
The Bangkok Insight
อัพเดต 15 พ.ย. 2566 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2566 เวลา 08.11 น. • The Bangkok Insightค่ายรถยนต์รายใหญ่ของเกาหลีใต้ "ฮุนได" ตามรอย 2 ค่ายรถยนต์ชั้นนำของญี่ปุ่น "ฮอนด้า-โตโยต้า" ประกาศขึ้นค่าแรง คนงานในโรงงาน หลังจากที่ สหภาพแรงงานรถยนต์ (ยูเอดับเบิลยู) บรรลุข้อตกลงการจ้างงานกับ 3 ยักษ์รถยนต์ดีทรอยต์
ฮุนได เปิดเผยว่า จะขึ้นค่าแรงพนักงานในโรงงาน 25% ภายในปี 2571 สอดคล้องกับเพิ่มค่าจ้างทั่วไป ที่เพิ่มขึ้นของคนงานในสหภาพแรงงานในช่วงเวลาเดียวกัน หลังจากที่ โตโยต้าประกาศขึ้นค่าแรง 9% เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 และฮอนด้าจะขึ้นค่าแรง 11% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานมองว่าการปรับขึ้นค่าแรงนี้ อย่างน้อยก็เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการขัดขวางกลยุทธ์ของสหภาพแรงงานรถยนต์ของสหรัฐ ที่พยายามเพิ่มอำนาจต่อรองของสหภาพกับโรงงานรถยนต์ของบริษัทต่างชาติที่ลงทุนในสหรัฐ
ขณะที่ประธานสหภาพระบุว่าผู้บริหารบริษัทรถยนต์ที่ไม่ได้อยู่ในสหภาพต่างหวาดหวั่นและปรับขึ้นค่าแรงกันทั้งสิ้น
สมาชิกสหภาพ ยูเอดับเบิลยู ราว 146,000 คนกำลังโหวตสัญญาใหม่กับเจนเนรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ฟอร์ด และสเตแลนทิส เพื่อให้เพิ่มค่าแรง 25% ในระยะ 4 ปี กับอีก 8 เดือนข้างหน้า และเมื่อรวมกับค่าครองชีพต่าง ๆ แรงงานจะได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นราว 33% โดยพนักงานในสายงานประกอบในระดับสูงสุด จะได้รับค่าจ้างราว 42 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง
ฝั่งโตโยต้าและฮอนด้า ได้เร่งเวลาที่จะให้พนักงานที่เพิ่งเริ่มงานใหม่ ๆ ได้รับค่าจ้างในระดับสูง ในกรอบเวลาที่ใกล้เคียงกับสัญญาใหม่ของสมาชิกสหภาพยูเอดับเบิลยู โดยกรณีของโตโยต้า คาดว่าจะปรับขึ้นค่าแรงพนักงานโรงงานในระดับสูงสุดอยู่ที่ 34.80 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงในเดือนมกราคมปีหน้า
แฮร์รี แคตซ์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจรจาต่อรองระหว่างนายจ้างและลูกจ้างกล่าวว่า ข้อตกลงของ ยูเอดับเบิลยู ได้ช่วยเพิ่มค่าแรงกับโรงงานที่ไม่ได้อยู่ในสหภาพด้วยเช่นกัน และว่า บริษัทเหล่านี้ต้องการอยู่นอกกลุ่มสหภาพแรงงาน และพยายามจะปรับค่าแรงให้ใกล้เคียงกับค่าจ้างแรงงานระดับสูงของโรงงานในดีทรอยต์ทั้งสิ้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม