โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ผลศึกษาการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้จากการเพาะเลี้ยงกุ้ง สร้าง BCG Model เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 01 ธ.ค. 2566 เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2566 เวลา 01.00 น.

นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการศึกษาการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้จากการเพาะเลี้ยงกุ้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการเลี้ยงกุ้ง พัฒนาศักยภาพของฟาร์มเลี้ยงกุ้งไปสู่รูปแบบฟาร์มสีเขียว สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป้าหมายในการพัฒนาประเทศไทยภายใต้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG Model)

การศึกษาครั้งนี้ สศก. ได้ทำการศึกษาเกษตรกรต้นแบบ จำนวน 3 ราย ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ ที่มีการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้จากการเพาะเลี้ยงกุ้ง โดยการนำดินตะกอนเลนจากบ่อเพาะเลี้ยงกุ้ง ไปใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและปัจจัยการผลิต และนำมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

1. การนำมาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก หากนำดินตะกอนเลนกุ้งมาผลิตปุ๋ยหมัก 1,200 กิโลกรัม จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ 428 บาท หรือคิดเป็นกิโลกรัมละ 0.36 บาท

2. การนำมาใช้ในการทำเกษตร โดยการนำดินตะกอนเลนกุ้งมาใช้ในการทำเกษตร นำไปใช้ปลูกพืชหรือทดแทนสารบำรุงดิน สามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีในการปลูกปาล์มน้ำมัน เฉลี่ยปีละ 5,600 บาทต่อไร่ และ

3. การนำมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยการนำดินตะกอนเลนกุ้งมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์น้ำที่อัตราการปล่อยลูกพันธุ์อยู่ที่ 200 ตัวต่อไร่ จะสามารถลดต้นทุนค่าอาหารเม็ดในการเลี้ยงปลาได้เฉลี่ยปีละ 3,000 บาทต่อไร่

นอกจากนี้ สศก. ยังได้ศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการดินตะกอนเลนจากการเพาะเลี้ยงกุ้ง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยสำรวจข้อมูลจากเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง จำนวน 127 ราย ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด สมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช และจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นในประเด็นการนำดินตะกอนเลนกุ้งมาใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มในช่วงเดือนมิถุนายน 2566 โดยมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการเพาะเลี้ยงกุ้งเข้าร่วมจำนวน 50 ราย ซึ่งได้มีการอภิปรายผลงานวิจัย และแลกเปลี่ยนมุมมองในการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค เพื่อหาแนวทางในการส่งเสริมและเพิ่มมูลค่าดินตะกอนเลนกุ้งร่วมกัน

เบื้องต้นสามารถสรุปผล ประกอบด้วย 5 แนวทางในการบริหารจัดการดินตะกอนเลนจากการเพาะเลี้ยงกุ้งเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ดังนี้ 1. การส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการของเสียจากการเพาะเลี้ยงกุ้งเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มต่อยอดไปยังธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง 2. การจัดการความรู้ และพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการของเสียจากการเพาะเลี้ยงกุ้งและการสร้างมูลค่าเพิ่ม 3. การสร้างความตระหนักรู้และเสริมสร้างศักยภาพด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์จากตะกอนเลนกุ้งในเชิงพาณิชย์ 4. การเสริมสร้างศักยภาพด้านการลงทุนในการบริหารจัดการของเสียจากการเพาะเลี้ยงกุ้งและการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ตะกอนเลนกุ้ง และ 5. การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการตะกอนเลนกุ้งและพัฒนารูปแบบการใช้ประโยชน์ในเชิงพื้นที่

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่า การใช้ประโยชน์ในดินตะกอนเลนกุ้งส่วนใหญ่ ยังมีข้อจำกัดทางกายภาพ เช่น ความแน่นของดิน และความเค็ม เป็นต้น ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐควรร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากตะกอนเลนกุ้งเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งควรประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลงานทางวิชาการเพื่อสร้างการรับรู้ข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของตะกอนเลนกุ้งที่มีคุณสมบัติบำรุงดิน เพื่อขยายตลาดปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตจากตะกอนเลนกุ้ง สำหรับผลการศึกษาดังกล่าว สศก. อยู่ระหว่างจัดทำเล่มงานวิจัยฉบับสมบูรณ์และจะเผยแพร่ทาง www.oae.go.th ในระยะต่อไป ทั้งนี้ ท่านที่สนใจผลการศึกษา สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ส่วนวิจัยเศรษฐกิจปศุสัตว์และประมง สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โทร. 02-579-3536 ในวันและเวลาราชการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...