ข้าคือภรรยาที่สามี(ไม่)ปรารถนา [[อ่านฟรีก่อนติดเหรียญ]]
ข้อมูลเบื้องต้น
ข้าตาย…โดยไม่เคยได้รับความรักจากสามี
ข้าหวนคืนกลับมาพร้อมกับการ ‘ได้ยินเสียงในใจ’ ของทุกคนที่มีต่อข้า คนที่เคยรักแท้จริงแล้วเกลียดชัง คนที่เคยหมางเมินแท้จริงแล้วรักข้ายิ่งกว่าชีวิต!
ข้าได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ตาเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น…
อีบุ๊คมาแล้วเจ้าค่ะรีดดดดดดด กดที่ตัวหนังสือได้เลยเจ้าค่ะ>>> ข้าคือภรรยาที่่สามี(ไม่)ปรารถนา <<<
บทนำแห่งปรารถนา ไข่มุกสีรุ้ง
บทนำแห่งปรารถนา
ไข่มุกสีรุ้ง
ข้าทำสิ่งใดผิดพลาดไป
ครั้งหนึ่งข้าเคยมีชีวิตที่ ‘รุ่งโรจน์’ เป็นถึงบุตรสาวขุนนาง ‘ตระกูลหลี่’ ที่ถูกใครๆ เรียกอย่างยกย่องว่า ‘คุณหนู’ ได้นอนในจวนหลังใหญ่มีบริวารรายล้อม ได้สวมใส่เสื้อผ้างดงามประณีต ได้กินอาหารเอร็ดอร่อยอิ่มท้องทุกมื้อ
ข้าได้รับพระราชทานการสมรสจากองค์ฮ่องเต้ให้แต่งงานกับ ‘แม่ทัพจ้าว’ สามัญชนที่กล้าหาญ ปราบกบฏแดนเหนือจนราบคาบกลายเป็นที่โปรดปรานในช่วงระยะเวลาอันสั้น
ทว่าการแต่งงานทางการเมืองที่ปราศจากความรักนำมาซึ่งชีวิตคู่ที่แหนงหน่ายและเย็นชา ข้าและสามีอยู่ร่วมจวนเดียวกันดั่งคนแปลกหน้า จะพูดคุยกันก็ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็นเท่านั้น
ชีวิตที่น่าเบื่อควรจะดำเนินไปเช่นนั้นตราบจนกว่าจะสิ้นลมหายใจมิใช่หรือ ทว่าพายุลูกใหญ่กลับซัดสาดเข้ามาจนทำให้ชีวิตของข้าแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล
ข่าวการเสียชีวิตในสนามรบของ สามี บิดา และพี่ชายทำให้ข้าแทบล้มทั้งยืน ข้าในวัยสี่สิบปีกลายเป็นหญิงหม้ายที่ไม่มีใครคุ้มครอง สามีตายอีกทั้งยังไม่มีบุตรชายสืบสกุล ข้าจึงถูกญาติผู้พี่ของสามีใส่ร้ายป้ายสีว่าคบชู้มักมากในกาม ขับไล่ข้าออกจากจวนราวกับสุนัขตัวหนึ่ง
หากเพียงแค่ขับไล่ข้าคงไม่อับจนหนทางเช่นนี้ ทว่าญาติผู้พี่ของสามีกลับส่งคนมาตามไล่ฆ่าหมายจะกำจัดให้สิ้นซาก ข้าหนีตายแอบขึ้นเรือสินค้า รอนแรมมายังเกาะหมิงหนวนที่แสนห่างไกล
ละทิ้งตัวตน
ละทิ้งความทรงจำ
ละทิ้งความสุขทั้งมวล
ข้ากลายเป็นเพียงคนงานแกะหอยมุกท้ายเกาะ ใช้ชีวิตที่นี่มากว่าห้าปีแล้ว ร่างกายซูบผอมเป็นทุนเดิมเพราะอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก เมื่อต้องทำงานหนักจึงยิ่งทรุดหนัก
หลี่เยว่ชื่อแหงนหน้ามองท้องฟ้า…
“วันนี้แดดช่างแรงเหลือเกิน”
เอ่ยออกมาราวกับรำพัน แม้จะรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัวด้วยฤทธิ์ไข้ กระนั้นนางก็ยังออกมารับจ้างแกะหอยมุกเพื่อนำเงินไปซื้อยาซื้ออาหารประทังชีวิต
หลายครั้งนางเฝ้าถามตัวเองว่าเหตุใดจึงไม่ตายไปเสีย ปลิดชีพตนเองหนีจากความทุกข์ระทมที่โหมกระหน่ำ แล้วคำตอบที่ได้ก็คือนางไม่กล้าลงมือทำร้ายตนเอง
‘จำไว้นะชื่อเอ๋อร์ว่าร่างกายของลูก มาจากความรักของพ่อและแม่ จงรักษามันไว้ให้ดี’
คำสั่งเสียสุดท้ายของมารดาทำให้นางไม่กล้าที่จะปลิดชีพตนเอง จึงต้องพยายามสู้ชีวิต ตะเกียกตะกายที่จะมีลมหายใจวันต่อวันอย่างไร้จุดหมาย
“ไหวหรือเปล่าเจ้าคะท่านป้า ท่านดูอาการไม่สู้ดีเลย”
เด็กสาวที่นั่งแกะหอยมุกอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นหญิงสูงวัยข้างกายหอบหายใจแรง ใบหน้าซีดเผือดดั่งไร้เลือดฝาด
“ข้ายังไหว อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว ขอบใจแม่หนูมากนะที่เป็นห่วงข้า”
นางเงยหน้าขึ้นฝืนยิ้ม ด้วยความที่ร่างกายอ่อนแอจึงมักได้รับความช่วยเหลือจากเด็กสาวอยู่เสมอ อีกทั้งครอบครัวสกุลเซี่ยนี้มักจะเดินมาถามไถ่ แบ่งอาหารให้อยู่เนืองๆ เพราะเห็นว่านางเป็นคนต่างถิ่นที่อาศัยอยู่ในกระท่อมหลังเล็กๆ เพียงลำพัง
“ถ้าไม่ไหวยังไงเรียกข้าได้เลยนะเจ้าคะ”
หลี่เยว่ชื่อพยักหน้าน้อยๆ มองตามแผ่นหลังบอบบางของแม่หนูที่ขยันขันแข็ง ช่วยยกเปลือกหอยในส่วนของนางไปทิ้งให้โดยไม่ต้องร้องขอ
เวียนศีรษะเหลือเกิน รู้สึกราวกับว่าดวงตาพร่ามัวไปหมด หญิงวัยกลางคนค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ปวดร้าวจากคอขึ้นไปที่สันกราม ตึงชาที่ไหล่ไปจนถึงแขน เริ่มรู้สึกอึดอัดราวกับถูกของหนักกดทับที่หน้าอก
เยว่ชื่อฝืนใจหยิบหอยมุกตัวต่อไปขึ้นมาแกะ มือบอบบางเต็มไปด้วยแผลจากการโดนมีดและเปลือกหอยบาดจนไม่น่าดู
“อา…ไข่มุกเม็ดนี้สีประหลาดเหลือเกิน”
เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หอบเหนื่อย จ้องมองไข่มุกที่มีประกายแวววาวสีสันสดใสราวกับโค้งรุ้งบนฟากฟ้า
“อ๊ะ…”
อาการเจ็บที่หน้าอกทวีความรุนแรงขึ้นจนหญิงวัยกลางคนถึงกับทรุดฮวบล้มลงไปกับพื้นโดยที่ในมือยังคงกำไข่มุกสีรุ้งเอาไว้แนบแน่น
“เจ็บเหลือเกิน!”
หลี่เยว่ชื่อหายใจรวยริน น้ำตาไหลนองหยาดหยดลงสู่ผืนดินไม่ขาดสาย ตระหนักได้ว่านางคงเดินทางมาถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตเสียแล้ว
“ท่านแม่ ท่านพ่อ ท่านพี่ ในที่สุดข้าจะได้พบพวกท่านอีกครั้งแล้วสินะ…”
นางหวนคิดถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมาด้วยความรู้สึกเสียดาย นางผิดพลาดตรงไหนกันนะ เป็นเพราะนางไม่มีบุตรชายงั้นหรือจึงทำให้นางต้องมีชีวิตบั้นปลายที่ยากแค้นเช่นนี้ หรือเป็นเพราะนางแต่งงานกับเขาผู้นั้น จึงทำให้นางเหมือนตุ๊กตาแก้วประดับจวนไม่มีประโยชน์ใดๆ
“ข้าทำอะไรผิดพลาดไป มันพลาดตั้งแต่ตอนไหนกัน…”
เอื้อนเอ่ยออกมาแผ่วเบาก่อนที่ลมหายใจจะสูญสิ้น ดวงตายังคงเบิกโพลงฉายชัดว่าไม่อาจจากไปได้อย่างสงบ ทว่าจังหวะนั้นเองไข่มุกสีรุ้งในมือก็ทอแสงประกายแวววาวสว่างไสวจนทุกอย่างกลายเป็นสีขาวไปเสียสิ้น
++++เลี่ยงมาแล้วววววววว มาพร้อมกับเรื่องใหม่ เรื่องนี้แนวหวนคืนอดีตแก้ไขชีวิตเจ้าค่ะ พ่วงมาด้วยความสามารถพิเศษได้ยินเสียงความนึกคิดของคนรอบข้างที่มีต่อตนเอง ฝากติดตามด้วยนะเจ้าคะ เลิฟฟฟฟฟฟฟฟ
อีบุ๊คมาแล้วเจ้าค่ะรีดดดดดดด กดที่ตัวหนังสือได้เลยเจ้าค่ะ>>> ข้าคือภรรยาที่่สามี(ไม่)ปรารถนา <<<
ปรารถนา ที่ 1 หวนคืนอีกครา
ปรารถนา ที่ 1
หวนคืนอีกครา
ข้ากลับมาแล้ว…
เฮือก!
เด็กหญิงตัวน้อยผวาลุกขึ้นนั่งก่อนจะอ้าปากหายใจราวกับกำลังตะเกียกตะกายที่จะมีชีวิต อาการเจ็บปวดราวกับถูกกระชากให้ดำดิ่งลงไปยังก้นหุบเหวลึกเมื่อครู่จางหายไปเสียสิ้นอย่างน่าประหลาด
‘กะ…เกิดอะไรขึ้น เหตุใดข้าจึงรู้สึกสบายไปทั้งกาย ไม่หลงเหลือความเจ็บปวดตามข้อตามกระดูกแม้แต่น้อย’
หญิงวัยกลางคนครุ่นคิดในใจด้วยความงุนงง นางเริ่มป่วยกระเสาะกระแสะมาตั้งแต่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่น ปวดตามข้อตามกระดูก จนไม่สามารถขี่ม้า ไม่สามารถวิ่งเล่นซุกซน และไม่สามารถออกกำลังแรงๆ อย่างการฝึกวรยุทธ์ได้
โดยอาการป่วยด้วยโรคประหลาดที่ไม่อาจทราบสาเหตุนี้เริ่มต้นตอนนางอายุเก้าปี…
‘หรือว่าที่นี่คือสวรรค์งั้นหรือ ข้าหลุดพ้นจากสังขารเดิมกลายเป็นวิญญาณจึงไม่ต้องเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป’
หลี่เยว่ชื่อพึมพำแผ่วเบา ก่อนจะก้มมองร่างกายของตนเอง แล้วก็ตกใจจนแทบผงะ เมื่อพบว่ามือของตนนั้นเล็กราวกับมือของเด็กหญิง รอยเหี่ยวย่นแห่งวัย ความแห้งกร้าน บาดแผลจากคมมีดและเปลือกหอยมลายหายไปเสียสิ้น
‘มะ…มือข้า!’
มือข้างขวาของนางกำบางสิ่งบางอย่างไว้แน่น นางจึงค่อยๆ แบมือออกพบว่าภายในอุ้งมือคือหอยมุกสีรุ้งแวววาวสะท้อนจับตา
นางจำได้อย่างแม่นยำ ว่าหอยมุกเม็ดนี้เป็นหอยมุกที่นางแกะเป็นเม็ดสุดท้ายก่อนจะสิ้นใจตาย ไวกว่าความคิดหลี่เยว่ชื่อมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตระหนก
ไม่ผิดแน่!
นี่มันเรือนนอนของข้าภายในจวนสกุลหลี่!
กลิ่นเครื่องหอมที่สาวใช้มักจุดก่อนเข้านอนเพื่อให้นางนอนหลับสนิทตลอดทั้งคืนยังอวลอยู่ในห้อง ผ้าม่านหน้าต่างสีขาวฝีปักลายลูกไม้ของมารดาพลิ้วไหวไปตามแรงลม ตุ๊กตาม้าไม้สลักฝีมือของพี่ชายที่มอบให้นางในวันเกิดอายุครบแปดหนาวยังวางเด่นอยู่บนโต๊ะอ่านตำรา และพลอยสีดำก้อนใหญ่ที่เชื่อกันว่าสามารถขับไล่ฝันร้าย ซึ่งของขวัญชิ้นพิเศษจากบิดาที่มอบให้นางตอนอายุหกหนาวยังคงวางอยู่บนหัวเตียง
“นะ…นี่มันอะไรกัน”
เป็นครั้งแรกนับจากฟื้นคืนสติที่นางเปล่งเสียงออกมา และนั่นทำให้หลี่เยว่ชื่อถึงกับเบิกตาโพลง เมื่อเสียงของนางนั้นใสกังวาน ไพเราะราวกับเสียงระฆังแก้วไหวลู่ลม
“สะ…เสียงข้า!”
ด้วยอาการป่วย ยิ่งนานวันเสียงของนางยิ่งแหบแห้งไม่น่าฟังราวกับคนเจ็บคออยู่ตลอดเวลา แล้วจู่ๆ เหตุใดเสียงของนางจึงกลับมาสดใสดั่งว่ากลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเล่า
ทั้งมือที่เล็กลง และเสียงที่สดใส…
หรือว่า…
ไวกว่าความคิดหลี่เยว่ชื่อวิ่งลงจากเตียงปราดไปที่หน้ากระจก มองเงาสะท้อนของตนเองแล้วก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจอย่างสุดขีด
ร่างกายของนางเล็กลงกว่าครึ่งหนึ่ง ใบหน้ากลมป้อมแก้มยุ้ยรับกับผมหน้าม้า เรือนผมดำสนิทยาวตกกลางหลัง ดวงตากลมโตวาวระยับสุกใสราวกับกักเก็บดวงดาราไว้ภายใน ริมฝีปากอวบอิ่มระเรื่อสีชาด ผิวพรรณผุดผาดนวลเนียนเต็มไปด้วยเลือดฝาด
“ระ…ร่างกายนี้! เป็นร่างกายตอนที่…ขะ…ข้ายังไม่พ้นวัยปักปิ่น”
คนตัวเล็กทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความงุนงงสงสัย หัวสมองหมุนคว้างด้วยไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
“คุณหนูเจ้าขา เหตุใดจึงลงไปนั่งบนพื้นเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ”
หญิงสูงวัยเดินเข้ามาด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง ก่อนจะประคองร่างเล็กบอบบางที่เอาแต่จ้องมองใบหน้านางแทบไม่ยอมกะพริบตา
“เหตุใดคุณหนูจึงมองข้าเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ”
“มะ…แม่นม”
หลี่เยว่ชื่อยื่นมือสั่นเทาออกไปจับที่ใบหน้าแม่นม เหตุใดแม่นมที่เสียชีวิตไปตั้งแต่นางอายุสิบห้าจึงได้มาปรากฏอยู่ตรงหน้านางอีกครั้งเล่า
“ข้าคิดถึงแม่นมเหลือเกิน”
ไวกว่าความคิดเยว่ชื่อโผกอดแม่นมเอาไว้แน่น ก่อนจะร้องไห้ฟูมฟายราวกับเพิ่งหลุดพ้นจากขุมนรกที่แสนเจ็บปวด
“โถ…คุณหนูของข้า เหตุใดวันนี้จะอ้อนนักเล่าเจ้าคะ อยากได้อะไร หรือว่าอยากจะออกไปเที่ยวซุกซนที่ไหนดีเจ้าคะ ข้าจะตามใจคุณหนูทุกอย่างเลย”
หญิงสูงวัยพูดพลางกลั้วเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกอดตอบคุณหนูที่นางเฝ้าทะนุถนอมเลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะ
“แม่นมปีนี้รัชศกที่เท่าไหร่หรือ”
อ้อมกอดอบอุ่นและเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอบนอกข้างซ้ายของแม่นม ทำให้นางเอ่ยถามปีรัชศกออกไปแล้วเกิดหวาดกลัวในคำตอบขึ้นมาเสียดื้อๆ เยว่ชื่อกลืนน้ำลายลงคอ สูดลมหายใจเข้าปอดแน่น
“รัชศกอี่ซวนที่สามสิบเจ้าค่ะคุณหนู”
“ข้าอายุเท่าไหร่”
“เก้าหนาวเจ้าค่ะคุณหนู”
หัวใจเต้นระรัวในขณะที่ในมือยังคงกำไข่มุกเอาไว้แน่น แม้หัวสมองจะสับสนมึนงง แต่ด้วยดวงจิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านความทุกข์ยากลำบากนานา ทำให้นางตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้ฟูมฟายหรือแสดงท่าทางให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดสังเกตไปมากกว่านี้
ไม่ใช่ความฝัน…
ไม่ใช่สวรรค์…
แต่มันคืออดีตที่เคยผ่านไป..
นางตายไปโดยที่กำไข่มุกเม็ดนี้เอาไว้ ความรู้สึกโหยหาอยากแก้ไขอดีตก่อนตายคงสื่อผ่านถึงมุกเม็ดนี้สินะ บางทีเจ้าไข่มุกอาจเวทนาความปรารถนาครั้งสุดท้ายของข้าก็เป็นได้ จึงได้ช่วยให้ข้าย้อนกลับมาแก้ไขอดีตอีกครั้ง
ดังนั้นนางต้องหาให้พบ!
ว่าชีวิตของนางเริ่มผิดพลาดตั้งแต่เมื่อไหร่!
อีบุ๊คมาแล้วเจ้าค่ะรีดดดดดดด กดที่ตัวหนังสือได้เลยเจ้าค่ะ>>> ข้าคือภรรยาที่่สามี(ไม่)ปรารถนา <<<
ปรารถนา ที่ 2 เสียงในใจที่ดังออกมา | 1
ปรารถนา ที่ 2
เสียงในใจที่ดังออกมา
ข้าได้ยิน…
/โถวคุณหนูของข้า วันนี้เหตุใดจึงน่ารักเสียจริง เห็นทีว่าข้าต้องเข้าครัวทำขนมมาให้คุณหนูเสียแล้ว/
คนตัวเล็กที่นั่งอยู่หน้ากระจกเพื่อให้แม่นมหวีผมให้ถึงกับกะพริบตาปริบๆ เมื่อได้ยินสิ่งที่แม่นมคิด โดยที่ภาพสะท้อนแม่นมในกระจกเงานั้นไม่มีการขยับปากเพื่อเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเลยสักนิด
“เมื่อครู่แม่นมพูดว่าอะไรนะ”
“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลยเจ้าค่ะคุณหนู”
แม่นมตอบพลางหันไปหยิบผ้าผูกผมสีขาวมามัดที่ปลายผมเปียอย่างเบามือ
/ช่วงนี้ผมคุณหนูเงางามยิ่งนัก ดูท่าเส้นผมเล็กละเอียดนี้คงถูกกับน้ำมันกุหลาบบำรุงผมไม่น้อยเลย/
หลี่เยว่ชื่อขมวดคิ้วมุ่น มั่นใจว่าได้ยินเสียงแม่นม ทว่าแม่นมกลับไม่ได้ขยับปากพูด
ข้าหูแว่วงั้นเหรอ!
ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ด้วยความสับสน ภายในเวลาไม่กี่ชั่วยามมีเรื่องราวน่าอัศจรรย์มากมายเกิดขึ้นในชีวิต นางย้อนกลับมายังอดีตที่มีวัยเพียงเก้าปี อีกทั้งยังได้ยินเสียงความนึกคิดของแม่นมอีกด้วย
“นมแพะร้อนๆ มาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”
จังหวะนั้นเอง ‘จิงเหอ’ สาวใช้ส่วนตัวก็เดินเข้ามาพร้อมกับถาดแก้วนมที่กรุ่นควันร้อนลอยอวลอยู่เหนือปากแก้ว
“อาจิ้ง!”
เจ้าของน้ำเสียงกังวานเอ่ยเรียกสาวใช้ด้วยความคิดถึง ชาติก่อนชีวิตของนางดำเนินไปด้วยความยากลำบากจนบางขณะนางก็หลงลืมสิ่งสำคัญไป จิงเหอคือสาวใช้ที่อยู่กับนางมาตั้งแต่นางเพิ่งหัดคลาน จนกระทั่งนางอายุสิบสองปีจิงเหอก็ถูกใส่ร้ายว่าขโมยสร้อยพลอยเขียวของมารดา จึงถูกขับไล่ออกจากตระกูล ทว่าก้าวออกไปยังไม่ทันพ้นสองชั่วยามนางก็ได้ข่าวว่าจิงเหอถูกขบวนม้าเหยียบจนเสียชีวิต
เป็นสิ่งที่ติดค้างในใจเหลือเกิน
นางไม่เชื่อและไม่เคยเชื่อว่าจิงเหอจะเป็นขโมย แต่นางก็เด็กเกินไปจนไม่สามารถกางปีกปกป้องสาวใช้คนสนิทได้
หากเป็นชาตินี้ นางจะไม่ยอมให้โศกนาฏกรรมดั่งครั้งก่อนเกิดขึ้นอีกครั้งแน่
“คุณหนูเจ้าขาดื่มนมร้อนๆ ก่อนเถอะเจ้าค่ะ”
“ขอบใจนะอาจิ้ง”
เด็กหญิงรับแก้วนมมาถือไว้ สูดกลิ่นนมร้อนๆ ก่อนจะใช้ริมฝีปากอวบอิ่มเป่าลมไล่ความร้อน แล้วค่อยๆ ดื่มนมอย่างช้าๆ
/วันนี้แก้มของคุณหนูก็ดูนุ่มนิ่มน่าหยิกเหลือเกิน ถ้ามีโอกาสขออยากลองขอจับแก้มคุณหนูดูสักครั้งจัง/
เยว่ชื่อกะพริบเปลือกตาปริบๆ เมื่อนางได้ยินเสียงความคิดของจิงเหอ ในคราแรกนางคิดว่าตนเองได้ยินเสียงความคิดของแม่นมเท่านั้น แต่กลายเป็นว่านางได้ยินเสียงความคิดของสาวใช้ด้วยงั้นหรือ
หรือว่านี่จะเป็นพลังจากไข่มุกกันนะ
ฉุกคิดเพราะ ‘ไข่มุกสีรุ้ง’ คือสิ่งเดียวที่หวนย้อนอดีตกลับมาพร้อมๆ กับนาง
เมื่อคิดเช่นนั้นนางจึงตั้งใจพิสูจน์โดยการหยิบไข่มุกใส่ในหีบไม้เก็บเครื่องประดับ จากนั้นจึงพูดคุยกับแม่นมและจิงเหอด้วยเรื่องทั่วไป ทว่ากลับไม่ได้ยินเสียงในใจของทั้งสองอีกเลย
“คุณหนูสวมชุดนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ วันนี้ท่านประมุขและฮูหยินจะเดินทางกลับมา หากคุณหนูแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใสออกไปต้อนรับคุณท่านคงดีไม่น้อยเลย”
“ได้เลย”
หญิงสาวตอบพลางหันไปเปิดหีบอัญมณี คว้าไข่มุกมากำไว้ ทันทีที่ไข่มุกสัมผัสร่างกาย นางก็ได้ยินเสียงความในใจของแม่นมทันที
/สีเหลืองหวงหลัน[1]เข้ากับคุณหนูที่สุด ขับให้ผิวของคุณหนูยิ่งขาวผุดผาด/
ได้ยินอีกแล้ว!
ไม่ผิดแน่…
นี่คือพลังจากไข่มุกที่ทำให้ข้าสามารถได้ยินความในใจของคนรอบข้างที่มีต่อข้าได้ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงในใจเกี่ยวกับผู้อื่นหรือเรื่องอื่นๆ
ต้องเป็นความคิดที่เกี่ยวข้องกับข้าโดยตรงเท่านั้นข้าจึงจะได้ยินสินะ
หลี่เยว่ชื่อก้มมองไข่มุกแวววาวในมือด้วยความอัศจรรย์ใจ หัวสมองวิ่งวุ่นเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่ผุดขึ้นมาในห้วงแห่งความทรงจำ
บางที ‘ไข่มุกสีรุ้ง’ เม็ดนี้อาจช่วยให้นางหาข้อผิดพลาดในอดีตก็เป็นได้
‘ขอบใจมากนะเจ้าไข่มุก’
+++เลี่ยงเขียนไปอัพไปอีกเช่นเคย จะพยายามอัพทุกวันนะเจ้าคะ ฝากรีดติดตามด้วยน้าาาา เลิฟฟฟฟ
[1]หวงหลัน หมายถึง จำปา