โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“องุ่นไซน์มัสแคท” กินได้จริงหรือ?

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 29 ต.ค. 2567 เวลา 10.25 น.

“องุ่นไซน์มัสแคท“ ที่หลายๆ นิยมหาซื้อมารับประทาน บ้างก็ซื้อจากห้างสรรพสินค้า บ้างก็ซื้อมาจากตลาดนัดใกล้บ้าน ซึ่งจริงๆ แล้ว องุ่นชนิดนี้เกิดจากการปรับปรุงข้ามสายพันธุ์องุ่นของสถานีวิจัยองุ่นและพลับอะกิซึ จังหวัดฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งองุ่นชนิดนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย อุดมไปด้วยไฟเบอร์ สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซี วิตามินเค วิตามินบี 6 และธาตุเหล็ก นอกจากนี้ องุ่นไชน์ มัสแคท ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ เช่น แมกนีเซียม แคลเซียม โพแทสเซียม น้ำจากความฉ่ำ กินแล้วจึงรู้สึกได้ถึงความสดชื่นขึ้นทันที จึงทำให้องุ่นไซน์มัสแคทมีราคาสูง กิโลกรัมละ 400-4,000 บาท หรือช่อละ 170-1,000 บาทต่อช่อ มีรสชาติหวานหอม เนื้อกรอบ และสามารถทานได้ทั้งเปลือก ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคที่ชื่นชอบผลไม้คุณภาพสูง แต่หลายคนที่เคยซื้อมารับประทานบ้างก็บอกว่ารสชาติเปรี้ยว บ้างก็บอกว่าฝาดๆ บางคนเคยซื้อกินที่ประเทศญี่ปุ่นก็บอกว่าองุ่นไซน์มัสแคทที่ไทยรสชาติไม่เหมือนกับที่เคยกิน

อีกทั้ง มีคำถามและข้อเสนอจากบรรดาผู้บริโภคว่า องุ่นไชน์มัสแคทที่มีขายอยู่ทั่วไปในช่วงเวลานี้ มีโปรโมชันและการเชิญชวนให้ซื้อ เช่น การลดราคาหรือการแถมแบบ ซื้อ 1 กล่องแถม 1 กล่อง เป็นต้น และยังมีวางจำหน่ายไปทั่ว ทั้งในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ร้านสะดวกซื้อ รถเร่ แผงข้างทาง และร้านค้าออนไลน์ จึงเกิดคำถามว่าองุ่นเหล่านี้นำเข้าจากญี่ปุ่น พันธุ์แท้หรือไม่

แต่แล้วเหตุการณ์ที่จะทำให้ประชาชนเลิกนิยมองุ่นชนิดนี้ เมื่อมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เก็บตัวอย่างองุ่นไชน์มัสแคททั้งหมด 24 ตัวอย่าง จาก 15 สถานที่จำหน่ายในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล เมื่อวันที่ 2 และ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเลือกซื้อทั้งแบบแพ็กเกจที่มีการระบุยี่ห้อ (ฉลากระบุผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย) และแบบวางขายในชั้นวางของแหล่งจำหน่ายโดยไม่ได้ระบุยี่ห้อ ซึ่งมีราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ 100 ถึง 699 บาท

อย่างไรก็ตาม ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เปิดเผยว่า ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการไม่พบวัตถุอันตรายทางการเกษตร ชนิดที่ 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย แต่พบสารพิษตกค้างชนิดอื่น ทั้งหมด 50 ชนิด พบว่าเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 จำนวน 26 ชนิด เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 (ยกเลิกการใช้ในประเทศไทย) จำนวน 2 ชนิด และเป็นสารที่อยู่นอกบัญชีวัตถุอันตรายมากถึง 22 ชนิด ซึ่งเป็นสารที่ยังไม่มีการประเมินใดๆ ภายใต้กฎหมายไทย และจากสารพิษตกค้าง 50 ชนิด มีสารประเภทดูดซึม 37 ชนิด หรือคิดเป็น 74% ของสารพิษตกค้าง โดยสารกลุ่มนี้มีโอกาสตกค้างอยู่ในเนื้อเยื่อขององุ่น ซึ่งการล้างสารกลุ่มนี้ออกจากเนื้อเยื่อพืชคงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย โดยองุ่นไชน์มัสแคทแต่ละตัวอย่างพบสารพิษตกค้างระหว่าง 7-18 ชนิด โดยจำนวน 23 จาก 24 ตัวอย่างพบสารพิษตกค้างเกินค่าที่กฎหมายกำหนด 1-6 ชนิด

ทั้งนี้ อย.ได้ตรวจสอบการนำเข้าองุ่นไชน์มัสแคทในปี 2567 พบว่ามีการนำเข้า 264 ตัน มูลค่า 72 ล้านบาท และตรวจพบสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง ไม่ผ่านมาตรฐาน 4 ตัวอย่าง ซึ่ง อย. ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว และยังตรวจสอบองุ่นนำเข้าทางรถไฟจากจีนพบว่าผ่านมาตรฐาน

เมื่อผลการสุ่มตรวจออกมาแบบนี้ ประชาชนเองก็กลัวว่าองุ่นที่ซื้อมาจะไม่ปลอดภัย จึงหยุดซื้อองุ่นเหล่านี้ จึงทำให้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง บรรดาพ่อค้า แม่ค้าที่สั่งองุ่นไชน์มัสแคท มาขายก็ขายไม่ได้ ลดราคาก็ไม่มีคนซื้อ ทำยอดขายลดลง จนหลายคนรวมทั้งโลกออนไลน์เกิดคำถามตามมาว่า ต่อจากนี้จะทำยังไง องุ่นไชน์มัสแคทกินได้ไหม? และเพื่อคลี่คลายข้อกังวลเหล่านี้ อย.ได้ออกมา ยืนยันว่า "องุ่นไชน์มัสแคท" ทานได้ แต่ต้องล้างให้สะอาดเพื่อลดการปนเปื้อนสารตกค้างก่อนบริโภค

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...