Solo Wedding คืออะไร? แต่งงานคนเดียว จะมีความสุขมากแค่ไหน?
LSA Thailand
อัพเดต 29 ต.ค. 2567 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2567 เวลา 11.00 น. • Lifestyle Asia Thailandในยุคที่ความรักไม่ใช่สิ่งเดียวที่เติมเต็มชีวิตอีกต่อไป การแต่งงานคนเดียว หรือ Solo Wedding ก็กลายมาเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่ได้เห็นปรากฏการณ์นี้อย่างชัดเจน
Relate article
ชุดแต่งงาน จากแบรนด์หรูที่คุณต้องรู้ มีแบรนด์อะไรบ้าง
สาว ๆ ทำความเข้าใจ Mindset ของผู้ชาย หนุ่ม ๆ จะ Focus เรื่องอะไรบ้างก่อนแต่งงาน
เอ๊ะ! แต่เดี๋ยวก่อน… ใครจะแต่งงานกับตัวเองกันล่ะ? อ่านไม่ผิดหรอก เพราะ “โซโล่ เวดดิ้ง” นั้นก็คือการจัดงานแต่งงานให้กับตัวเองแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งงาน, ช่างแต่งหน้า, ช่างภาพ และบางทียังมีพิธีฉลองเหมือนกับการแต่งงานจริงๆ อีกด้วย งงกันไหม? ถ้างง ไปต่อกันเลย!
Solo Wedding คืออะไร?
“โซโล่ เวดดิ้ง” เป็นการแต่งงานที่มีเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าวแค่คนเดียว ซึ่งงานแต่งนี้ไม่ได้มีคู่ครองมาเกี่ยวข้องเลย! งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้เจ้าของงานได้สัมผัสประสบการณ์การแต่งงานในแบบที่เค้าฝันไว้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีใครอีกคนหนึ่งอยู่ข้างๆ ฟังดูแปลกดีใช่ไหม? แต่สำหรับหลายๆ คน นี่คือโอกาสที่ดีที่จะได้เฉลิมฉลองความรักและความภาคภูมิใจในตัวเอง ในเมื่อความสุขไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับการมีคู่เสมอไป การแต่งงานกับตัวเองจึงเป็นการสื่อถึงความสำเร็จและความรักที่มีต่อตัวเอง
Solo Wedding มีต้นกำเนิดอย่างไร?
ถ้าจะพูดถึงต้นกำเนิดของ Solo Wedding ก็ต้องขอเล่าย้อนกลับไปที่ประเทศญี่ปุ่นที่แสนจะครีเอทสุดๆ ใช่แล้ว! ญี่ปุ่นนี่แหละเป็นเจ้าของไอเดียสุดน่ารักและแปลกใหม่นี้ทั้งหมด! เดิมทีแนวคิดของ “โซโล่ เวดดิ้ง” เกิดขึ้นจากบริษัทท่องเที่ยวที่ชื่อว่า Cerca Travel ในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทนี้เริ่มเสนอแพ็คเกจการแต่งงานแบบพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การแต่งงานแม้จะยังไม่มีคู่ (หรือต้องการแต่งงานกับตัวเองเฉยๆ) จุดประสงค์หลักของ โซโล่ เวดดิ้ง ไม่ใช่แค่การถ่ายรูปสวยๆ หรือใส่ชุดเจ้าสาวหรูๆ เท่านั้น แต่เป็นการมอบโอกาสให้กับคนที่อยากเฉลิมฉลองความเป็นตัวของตัวเอง และสัมผัสความสุขในแบบที่ไม่ต้องพึ่งใคร!
สำหรับผู้หญิงญี่ปุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน หลายคนเลือกที่จะทุ่มเทให้กับการทำงานและการพัฒนาชีวิตของตัวเองมากกว่าที่จะแต่งงานตามค่านิยมเดิมๆ พวกเธอมองว่าไม่จำเป็นต้องรอให้มีคู่เพื่อที่จะ “ประสบความสำเร็จ” ในชีวิต เมื่อ Cerca Travel เสนอแพ็คเกจนี้ออกมาในปี 2014 ปรากฏว่ามันได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากกลุ่มสาวๆ ที่อยากสร้างความทรงจำและประสบการณ์การแต่งงานให้กับตัวเอง แม้จะไม่มีเจ้าบ่าวก็ตาม!
ดังนั้น โซโล่ เวดดิ้ง จึงกลายเป็นตัวแทนของการปลดปล่อยความคิดเดิมๆ ที่ว่า “ความสุขต้องมาจากการแต่งงานกับคนอื่น” และยังเป็นการสร้างสรรค์วัฒนธรรมใหม่ที่ยกย่องความโสดและการรักตัวเองอีกด้วย! นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของ “โซโล่ เวดดิ้ง” ที่ได้รับความนิยมมากมายในญี่ปุ่นและเริ่มแพร่หลายไปยังประเทศอื่นๆ อย่างรวดเร็ว
Solo Wedding สะท้อนสังคมคนโสดอย่างไร?
1. การให้ความสำคัญกับความเป็นตัวของตัวเอง
โซโล่ เวดดิ้ง เป็นการสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มองว่าความรักหรือการแต่งงานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเติมเต็มชีวิต การแต่งงานกับตัวเองคือการให้ความสำคัญกับการรักและเคารพตัวเอง เป็นการประกาศว่า “ฉันเองก็คู่ควรกับความสุข ไม่ว่าจะมีคู่หรือไม่มีคู่”
2. การสร้างนิยามใหม่ของ “ความสำเร็จ”
ในอดีต ความสำเร็จของผู้หญิงมักจะถูกนิยามด้วยการแต่งงานและการสร้างครอบครัว แต่ในปัจจุบัน นิยามของคำว่า “สำเร็จ” เปลี่ยนไปแล้ว การมีความสุขกับตัวเอง การดูแลตัวเอง และการก้าวหน้าในหน้าที่การงานก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกถึงความสำเร็จได้ โซโล่ เวดดิ้ง จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจในตัวเองและเส้นทางชีวิตที่ไม่จำเป็นต้องเดินตามแบบแผนเดิมๆ
3. ปลดล็อคความกดดันทางสังคม
การแต่งงานเคยเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวังจากทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิงที่มักจะถูกกดดันให้แต่งงานและมีลูก แต่เมื่อมีเทรนด์อย่าง โซโล่ เวดดิ้ง เกิดขึ้น มันคือการประกาศอิสรภาพจากความกดดันเหล่านั้น บางคนอาจคิดว่า “ถ้าไม่มีคู่ ฉันจะแต่งกับตัวเองก็ได้!” มันเป็นการสร้างพื้นที่ให้คนโสดได้เฉลิมฉลองชีวิตโดยไม่ต้องรู้สึกว่าต้องทำตามความคาดหวังของใคร
4. เป็นการเฉลิมฉลองการเป็นโสดอย่างมีสไตล์
แทนที่จะรู้สึกเศร้าหรือถูกตัดสินเพราะเป็นโสด การแต่งงานกับตัวเองเป็นวิธีที่เจ๋งสุดๆ ในการบอกโลกว่า “ฉันมีความสุขแบบนี้!” โซโล่ เวดดิ้ง ไม่ได้แค่พูดถึงการยอมรับสถานะของตัวเอง แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองด้วยการทำสิ่งที่ตัวเองชอบ เช่น การได้ใส่ชุดแต่งงานสวยๆ ถ่ายภาพที่ดูแล้วน่าประทับใจ และมีวันที่เป็นของตัวเองโดยแท้จริง
ขั้นตอนทำอย่างไรบ้าง?
อาจจะฟังดูง่าย แต่ โซโล่ เวดดิ้ง ก็มีรายละเอียดเยอะไม่แพ้การแต่งงานแบบทั่วไปเลย! มาดูกันว่าต้องทำยังไงบ้าง
- เลือกสถานที่และธีมของงาน: ไม่ว่าจะเป็นในโรงแรมสุดหรู, ชายหาดสวยๆ หรือที่ญี่ปุ่นเองก็มีสตูดิโอให้บริการ โซโล่ เวดดิ้ง โดยเฉพาะ
- ชุดเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าว: แน่นอนว่านี่คือโอกาสที่คุณจะได้ใส่ชุดที่ตัวเองฝันไว้ ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งงานแบบไทย, กิโมโน หรือชุดแต่งงานสากล
- ช่างแต่งหน้าและช่างภาพ: เลือกช่างแต่งหน้าที่เข้าใจสไตล์ของคุณ และช่างภาพที่สามารถถ่ายทอดความสวยงามและความมั่นใจของคุณผ่านภาพถ่าย
- กิจกรรมในวันงาน: คุณสามารถทำอะไรก็ได้ในวันงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูป, เดินเล่นในสวนสาธารณะ หรือแม้แต่จ้างวงดนตรีมาเล่นเพลงโปรดของคุณ
- เฉลิมฉลองด้วยตัวเอง: อย่าลืมว่า นี่คือวันของคุณเอง! จะสั่งเค้กมาฉลอง หรือแค่จิบไวน์สบายๆ ในบรรยากาศที่คุณชอบก็ได้
Solo Wedding สะท้อนมุมมองสังคมสมัยใหม่
อาจจะดูเหมือนเป็นการแสดงออกที่แปลกใหม่ แต่จริงๆ แล้วมันสะท้อนถึงแนวคิดที่สังคมสมัยใหม่ให้คุณค่ากับความเป็นตัวของตัวเองและความสุขที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีคู่ การแต่งงานกับตัวเองจึงเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็งและความรักในตัวเอง มันคือการบอกให้โลกรู้ว่าเราไม่ต้องการการยอมรับจากใคร หากเรายอมรับตัวเองได้ก็เพียงพอแล้ว!
Solo Wedding เป็นมากกว่าการจัดงานแต่งคนเดียว มันคือการเฉลิมฉลองชีวิตของตัวเอง การรักตัวเอง และการเดินทางที่ไม่จำเป็นต้องมีคนอีกคนหนึ่งเคียงข้าง ในโลกที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางสังคม การแต่งงานกับตัวเองคือวิธีหนึ่งในการปลดปล่อยและแสดงออกถึงความเป็นอิสระ ว่าแต่…คุณคิดยังไงกับ Solo Wedding ล่ะ? นี่อาจจะเป็นแนวทางใหม่ในการเฉลิมฉลองชีวิตของคุณก็ได้นะ!
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero Images Credit: by @jcomp via Freepik
Featured Images Credit: by @jcomp via Freepik
Reference:
www.zinjapan.wordpress.com/2016/03/04/soloweddings-in-japan/
www.tokyoweekender.com/travel/still-two-years-left-to-book-that-solowedding/
www.trazeetravel.com/soloweddings-cerca-travel/
www.slrlounge.com/newest-trend-in-japan-soloweddings/
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.