โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KTC โบรกปรับเพิ่มเป้าราคาปี 2568

ทันหุ้น

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 09.37 น.

#KTC #ทันหุ้น – ภายหลังจาก KTC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/67 มีกำไรสุทธิ 1,919 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน โบรกเกอร์ออกบทวิเคราะห์ในวันที่ 21 ต.ค. มี 7 ราย โดย 3 รายแนะนำ “ถือ” 2 รายแนะนำ “ซื้อ” และ 2 รายแนะนำ “ขาย” บางรายปรับราคาเหมาะสมในปี 2568 เพิ่มขึ้น บางรายยังคงราคาเหมาะสมตามเดิม

.

บล.กรุงศรี : ผลประกอบการไตรมาส 3/67 เป็นไปตามคาด

บล.กรุงศรีมีมุมมอง Neutral ต่อกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 ที่ 1,919 ลบ. เพิ่มขึ้น +3% y-y และ +5% q-q เพราะการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม ทั้งการเพิ่มขึ้นของ NIM รายได้ค่าธรรมเนียม-บริการ และหนี้สูญรับคืน รวมถึงการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ด้านคุณภาพสินทรัพย์บริหารจัดการได้ดี NPL Ratio อยู่ที่ 1.93% ใกล้กับไตรมาส 2/67 ทั้งนี้ บล.กรุงศรีปรับกำไรสุทธิ ปี 2568-2569 ขึ้นปีละ +1% จากทิศทางดอกเบี้ยขาลงส่งผลให้ราคาเหมาะสมปี 2568 ปรับเพิ่มเป็น 55 บาท บล.กรุงศรีชอบ KTC เพราะ i) คาดมาตรการของ ธปท. และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางภาครัฐ จะช่วยลดปัญหาการตกชั้นของลูกหนี้ ii) ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง iii) มีจุดแข็งเรื่องงบดุล iv) คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ +8%y-y โตต่อจากปี 2567 ที่ +3% y-y

.

บล.หยวนต้า : KTC คุณภาพสินทรัพย์มีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ราคาหุ้นมี upside จำกัด

บล.หยวนต้าปรับประมาณการลง หลังสำรองลดลงช้าและการเติบโตของสินเชื่อยังไม่เด่น กำไรสุทธิ 9 เดือน 2567 คิดเป็น 68.9% ของประมาณการเดิมทั้งปี ซึ่งต่ำกว่าที่บล.หยวนต้าคาดเนื่องจากบริษัทลดระดับการตั้งสำรองได้ช้ากว่าคาด รวมถึงการเติบโตของสินเชื่อรวมที่ค่อนข้างจำกัด ทั้งจากผลของมาตรการเพิ่มอัตราผ่อนชำระขันตำ และการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ ทำให้บล.หยวนต้าปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2567/68 ของ KTC ลง 6.2%/6.6%.6% ตามลำดับ โดยภายใต้ประมาณการใหม่ เบื้องต้นคาดแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 จะยังขยายตัว YoY และ QoQ เล็กน้อยหนุนจาก 1) แนวโน้มความต้องการใช้สินเชื่อเพื่อการบริโภคในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่พันธมิตรร้านค้าต่างๆ จะออกโปรโมชั่นส่งเสริมการขายจำนวนมาก 2) คาดแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อจำนำทะเบียนจะเร่งตัวขึ้น ในช่วงที่สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ และ 3) คาดการตั้งสำรองจะผ่อนคลายลง หนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ ที่ช่วยให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจมากขึ้น ทำให้คาดทั้งปี 2567 KTC จะมีกำไรสุทธิ 7,554 ลบ. โต 3.5% YoY และโต 8.2%YoY ในปี 2568

มองราคาหุ้นมี Upside จำกัด คงคำแนะนำเพียง "TRADING"

แม้บล.หยวนต้ามองว่าทิศทางของผลดำเนินงานของ KTC จะทยอยปรับตัวขึ้น จากทั้งเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ และต้นทุนทางการเงินที่ปรับลงจากผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งที่ผ่านมา แต่ด้วยราคาหุ้นปัจจุบันปรับขึ้นตอบรับปัจจัยบวกไปมาก จนมี Upside จำกัด แม้ปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานปี 2568 ที่ 53 บาท จึงคงคำแนะนำเพียง "TRADING"

.

บล.เคจีไอ : KTC ยังคงไม่สามารถเติบโตในธุรกิจใหม่ได้

KTC รายงานกำไรในไตรมาส 3/67 เป็นไปตามประมาณการของบล.เคจีไอ และconsensus โดยที่กำไรงวด 9 เดือน 2567 ที่ 5.5 พันล้านบาท (ไม่มีการเติบโต) คิดเป็น 76%ของประมาณการทั้งปีของบล.เคจีไอ ขณะที่ เรามองว่า KTC มีข้อได้เปรียบเชิงแข่งขันเมื่อเทียบกับ Non-bank อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ศักยภาพในการเติบโตของบริษัทค่อนข้างต่ำจากการเติบโตแบบอนุรักษ์นิยมและมีความระมัดระวังในการเริ่มธุรกิจใหม่ ทั้งนี้ บล.เคจีไอขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2568F โดยใช้ PE ที่ 16.5x หรือเท่ากับ implied PEG >1x เพื่อสะท้อนสถานภาพที่แข็งแกร่ง ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2568F ที่ 54.00 บาท (เพิ่มจาคราคาเป้าหมายปี 2567 เดิมที่ 47.25 บาท) จากการที่ราคาปิดทุน KTC ล่าสุดมี upside จำกัด บล.เคจีไอจึงปรับลดคำแนะนำลงเป็นถือ (จากซื้อ)

ปรับกำไรปี 2568F ลง 4%,ขยับใช้ราคาเป้าหมายปี 2568F ที่ 54 บาทกับลดคำแนะนำเป็นถือ (จากซื้อ)

บล.เคจีไอมองว่าแนวโน้มธุรกิจของ KTC มีความแข็งแกร่งและมีข้อเปรียบเชิงแข่งขันเมื่อเทียบกับบริษัทที่ไม่ใช่ธนาคารอื่น ๆ ที่ถูกกระทบจากคุณภาพสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ศักยภาพการเติบโตของบริษัทค่อนข้างต่ำเนื่องจากการเติบโตเป็นแบบอนุรักษ์ผมและมีความระมัดระวังในการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ทั้งนี้ บล.เคจีไอขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2568F โดยใช้ PE ที่ 16.5x หรือเท่ากับ PEG >1x เพื่อสะท้อนสถานภาพที่แข็งแกร่ง ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ในปี 2566F ที่ 54 บาท (เพิ่มจากราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ 47.25 บาท) การที่ราคาปิดหุ้น KTC ล่าสุดมีอัพไซด์จำกัด เราจึงปรับลดคำแนะนำลงเป็นถือ (จากซื้อ)

Risks

อัตราการเติบโตรายได้ลดลงและ NPL กับค่าใช้จ่ายในการกันสำรอง ฯ เพิ่มขึ้น

.

บล.พาย : ปี 2569 กำไรโตดีขึ้น แต่ Valuation สูง

บล.พายคงคำแนะนำ "ถือ" ด้วยมูลค่าพื้นฐาน 45 บาท เนื่องจาก (1) คาดกำไรมีอัตราการเติบโตปานกลาง 4.1% YoY CAGR (2567-2569) (2) ROE เป็นทิศทางลดลงที่ 19.6%/18.6%/17.7% ในปี 2567-2569 (3) Valuation ค่อนข้างสูง ซื้อขายที่ 3.1x PBV'67E และ 16.9x PE'67E และ (4) อัตราผลตอบแทนการลงทุนจำกัด และคาดมี Dividend yield ที่ราว 2.7-3% ในปี 2567-2569 อย่างไรก็ดี KTC ได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยขาลงที่ช่วยหนุนให้ NIM ทรงตัวระดับสูง ชดเชยการขยายตัวของสินเชื่อที่ชะลอตัว และยังไม่สามารถผลักดันให้ธุรกิจ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงินเป็น S Curve ใหม่ได้ ด้านผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/67 กำไรสุทธิออกมาที่ 1.9 พันล้านบาท (+3.4% YoY, +5.1% QoQ) ขณะที่ NPL ratio ทรงตัวที่ 1.9% และ coverage ratio สูงขึ้นเป็น 373.3%

.

บล.บัวหลวง : กำไรตรงกับที่บล.บัวหลวงคาด

แนวโน้ม

บล.บัวหลวงคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 ที่ 1.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY (รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้นและรายได้จากหนี้สูญรับคืนฟื้นตัว) แต่ลดลง 3% QoQ (NIM ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น)

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

บล.บัวหลวงคาดกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 7.4 พันล้านบาก เพิ่มขึ้น 1% YoY เนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะกลบผลกระทบของการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น เมื่อมองไปยังปี 2568 บล.บัวหลวงคาดกำไรสุทธิที่ 7.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5%YoY หนุนจากสินเชื่อขยายตัวและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่สูงขึ้น

คำแนะนำ

PER ปี 2567 ของ KTC อยู่ที่ 16.1 เท่า แต่บล.บัวหลวงคาดการเติบโตเฉลี่ยสะสมของกำไรสุทธิต่อหุ้นปี 2568-69 ที่ 6% ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วน PEG ที่ 2.9 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มบริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่เราให้คำแนะนำอย่างมากที่ 0.8 เท่า บล.บัวหลวงจึงยังคงคำแนะนำขาย

.

บล.อินโนเวสท์เอกซ์ : ผลประกอบการออกมาตามคาด

แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/67 และปี 2568 กำไร 9 เดือนปี 2567 คิดเป็น 74%ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา (+2%) บล.อินโนเวสท์เอกซ์คาดว่ากำไรไตรมาส 4/67 จะอยู่ในระดับทรงตัวทั้ง QoQ (รายได้ที่ดีขึ้นจะถูกหักล้างโดย opex ที่สูงขึ้น) แต่จะเพิ่มขึ้น YoY (non-NII สูงขึ้น) บล.อินโนเวสท์เอกซ์คาดว่ากำไรปี 2568 จะเติบโต 3% ซึ่งเป็นผลมาจากสินเชื่อที่เติบโต 3% NIM ที่ลดลง (จากการให้เครดิตเงินคืนเทียบเท่าดอกเบี้ย 0.5% ของยอดค้างชำระสินเชื่อบัตรเครดิตในครึ่งปีแรก 2568 และ 0.25% ในครึ่งปีหลัง 2568 ) credit cost ที่ลดลงเล็กน้อย และ non-NII ที่ดีขึ้น

คงคำแนะนำ Underperform และคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 39 บาท (อิงกับ PBV ปี 2568 ที่ 2.2 เท่า) เนื่องจาก valuation แพง และกำไรมีแนวโน้มเติบโตต่ำ

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: 1) ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง 2) การปรับเพิ่มอัตราชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตจาก 8% เป็น 10% 3) มาตรการแก้หนี้ครัวเรือนของ ธปท. และ 4) ความเสี่ยงด้าน ESG จากการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct)

ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

TELEGRAM คลิกhttps://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.new

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...