โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

[มนุษย์ต่างวัยชวนดู] BL Metamorphosis: เมื่อสาวใหญ่วัย 75 และสาวน้อยวัย 17 มา ‘ก้าวผ่านช่วงวัย’ ไปพร้อม ๆ กัน

มนุษย์ต่างวัย

เผยแพร่ 08 มี.ค. 2566 เวลา 07.10 น. • มนุษย์ต่างวัย

(บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์ ‘BL Metamosphosis)

สาวน้อยวัย 17 กับสาวใหญ่วัย 75 มีอะไรที่เหมือนกันบ้าง?

มนุษย์ต่างวัยชวนคุณมาดูสายสัมพันธ์อันคาดไม่ถึงของสองสาวต่างวัยใน “BL Metamorphosis” ภาพยนตร์ก้าวผ่านช่วงวัยแสนอบอุ่นใจจากเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่นปี 2566 ที่ว่าด้วยสาวน้อย “ซายามะ อุราระ” วัย 17 กับคุณ “อิจิโนะอิ ยูกิ” วัย 75 ที่มาพบกันได้ด้วย “การ์ตูน BL” หรือ “การ์ตูนชายรักชาย” ในโลกของการ์ตูน BL ที่ต้องเก็บเป็นความลับนี้ มิตรภาพของทั้งสองเบ่งบานได้อย่างไร? และมิตรภาพนี้ช่วยทั้งสองก้าวผ่านช่วงวัยที่แตกต่างกันถึง “58” ปีได้อย่างไร? มาสำรวจไปพร้อมกับมนุษย์ต่างวัยได้เลย!

The Story

BL Metamorphosis เป็นการ์ตูนจากปลายปากกาของคาโอริ สึรุทานิ ก่อนจะได้รับการแปลงเป็นภาพยนตร์คนแสดงในปี 2022 โดยผู้กำกับชุนสุเกะ คาริยามะ BL Metmorphosis เริ่มเรื่องด้วยชีวิตของ “อิจิโนะอิ ยูกิ” อาจารย์สอนเขียนพู่กันวัย 75 ปี ที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียวในเรือนญี่ปุ่นหลังใหญ่ หลังสามีเสียชีวิตไปได้ 3 ปี

แม้จะไม่ได้มีโรคภัยรุมเร้าและยังใช้ชีวิตประจำวันได้ด้วยตัวเอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงวัยนี้ ร่างกายของยูกิก็เริ่มโรยรา อย่างที่เราเห็นได้จากการที่เธอเดินกระย่องกระแย่ง คล้ายจะเซไปเซมาหน่อยๆ
ชีวิตของยูกิมาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อเธอได้พบกับการ์ตูน ‘Boy’s Love’ (BL) หรือการ์ตูน “ชายรักชาย” ที่มีปกสวยงามเรื่องหนึ่ง ยูกิโดนภาพหน้าปกที่สวยงามของการ์ตูนเรื่องนั้น ‘ตก’ เข้าอย่างจัง จึงนำการ์ตูนเรื่องนี้ไปจ่ายเงิน โดยไม่เอะใจเลยสักนิดว่ามันคือการ์ตูน “ชายรักชาย”

ความบังเอิญนี้เป็นเหตุให้เธอพบกับ “ซายามะ อุราระ” สาวน้อยวัย 17 ที่ทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านหนังสือ อุราระเองก็เป็นแฟนการ์ตูนชายรักชายตัวยง หากแต่ต้องเก็บซ่อนความชอบนี้ไว้ไม่ให้ใครเห็น ต่อให้เธอมีการ์ตูนดังกองอยู่เป็นพะเนินเทินทึกที่บ้าน แต่ทั้งหมดก็ต้องถูกยัดลงกล่องเก็บซ่อนไว้จากสายตาคุณแม่

อุราระเห็นยูกิวัย 75 ปีมาซื้อการ์ตูนชายรักชายที่สาวน้อยอย่างพวกเธออ่าน ย่อมต้องประหลาดใจไม่น้อย และนี่เองเป็นเหตุให้มิตรภาพที่มีความต่างระหว่างวัยถึง ‘58 ปี’ ค่อย ๆ ผลิบานระหว่างคนทั้งสอง และช่วยทั้งสองก้าวผ่านช่วงวัยที่แตกต่างไปพร้อม ๆ กัน

“ขอโทษนะคะคุณ แต่ฉันคงยังตามไปที่โลกฝั่งโน้นไม่ได้หรอก”

หากพูดถึงการ “ก้าวผ่านช่วงวัย” (coming of age) หลาย ๆ คนอาจนึกถึงช่วงวัยรุ่นตอนปลายหรือ 20 ตอนต้นที่พวกเราเข้าสู่การ “เปลี่ยนผ่าน” ครั้งใหญ่ในชีวิต จากเด็กน้อยที่มีพ่อแม่คอยไปรับไปส่ง บางคนก็ต้องจากบ้านไปใช้ชีวิตตัวคนเดียวเป็นครั้งแรก หลายคนเริ่มทำงานหาเลี้ยงชีพตัวเอง ต้องมานั่งกุมหัวกับค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน ว่ารายได้เดือนนี้จะอยู่ไปจนถึงสิ้นเดือนไหม ภาษีนี่มันต้องยื่นอย่างไร การลดหย่อนภาษีมันคืออะไร แล้วเงินที่เหลืออยู่ของฉัน ยังต้องเจียดไปซื้อกองทุน ซื้อประกันสุขภาพอีกเรอะ!

แต่หากเรามองไปที่ชีวิตของ “อิจิโนะอิ ยูกิ” ในวัย 75 ภาพที่เราเห็น อาจเป็นภาพของความ “มั่นคง” มากกว่า ยูกิในวัย 75 มีเรือนญี่ปุ่นหลังใหญ่ มีลูกสาวที่เติบโตจนออกเหย้าออกเรือน และมีลูกศิษย์ที่มาเรียนเขียนพู่กันเป็นครั้งคราว ชีวิตของเธอเหมือนภาพฝันหลังเกษียณที่หลาย ๆ คนอาจนึกถึง
มีบ้านเป็นของตัวเอง มีลูกที่คอยแวะเวียนมาเยี่ยมบ้างพอให้หายคิดถึง มีรายได้เข้ามานิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ให้เหี่ยวเฉาจนเกินไป

ชีวิตของยูกิดูเหมือนชีวิตหลังเกษียณที่เราควรได้เสพสุขอย่างสบายอารมณ์แล้วแท้ ๆ แต่กระนั้น ยูกิก็ยังพบอุปสรรคบางอย่างในชีวิตประจำวันของเธอ

เธอจะผ่าฟักทองกิน มือไม้ก็ไม่มีแรงแม้แต่จะดึงมีดออกมาจากฟักทองได้ พอเข้าหน้าหนาว บั้นเอวก็ปวดจนลุกไม่ไหวขึ้นมา และถึงชีวิตแต่ละวันจะเรียกได้ว่าปกติสุขดี ชีวิตของยูกิก็ไม่ได้มีอะไรให้ตั้งตารอเป็นพิเศษ
เธอไม่ต้องพยายามไต่เต้าในที่ทำงาน สามีก็ตายไปแล้ว ลูกก็โตแล้ว ความว่างเปล่านี้คือสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ชีวิตประจำวันอันเรียบเรื่อยของยูกิ และเราอาจไม่รู้สึกถึงมันเลยจนกระทั่งเธอกล่าวว่า

“ขอโทษนะคะคุณ แต่ฉันคงยังตามไปที่โลกฝั่งโน้นไม่ได้หรอก” นี่คือสิ่งที่ยูกิกล่าวกับภาพของสามีที่เสียชีวิตไปแล้ว หลังพบว่าเธออาจต้องรอเป็นปี ๆ กว่าการ์ตูนชายรักชายเล่มใหม่ที่เพิ่งซื้อมาจะจบ! ฉากนี้เป็นฉากที่เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูได้ไม่น้อย แต่ภายใต้น้ำเสียงอันเรียบง่ายติดตลกของยูกิ เราก็อดคิดไม่ได้ว่า

“เอ๊ะ… งั้นที่ผ่านมานี่… คุณป้าคิดแต่จะตามคุณลุงไปที่โลกฝั่งโน้นอย่างเดียวเลยเหรอ…?”

เรื่องนี้หากพูดด้วยน้ำเสียงเบาสบายก็ฟังดูขบขัน แต่เมื่อคิดดูให้ดี… หรือว่าที่ผ่านมา ชีวิตของยูกิไม่มีอะไรมากกว่าการรอสักวันที่เธอจะได้ตามสามีไปที่ ‘โลกฝั่งโน้น’ จริงๆ?

ในเมื่อความสำเร็จทุกอย่างที่ควรมีในชีวิต เธอก็มีหมดแล้ว เธอยังเหลืออะไรให้ตั้งตารอในชีวิตประจำวันอีก?
สิ่งที่ยูกิกำลังต้อง ‘ก้าวผ่าน’ อาจไม่ใช่การก้าวจากวัยเด็กมาสู่วัยผู้ใหญ่อย่างคนหนุ่มสาว ไม่ใช่การต้องพยายามก้าวไปข้างหน้าเพื่อไขว่คว้าภาพฝันที่ตัวเองเคยวาดไว้ แต่เป็นการต้องก้าวข้ามสังขารที่ค่อย ๆ โรยราอย่างเงียบ ๆ ก้าวข้ามความว่างเปล่าที่ค่อย ๆ ขยายตัวออกไปในชีวิตแต่ละวัน ชีวิตที่ควรเรียบง่าย มั่นคงกลับมาพร้อม ‘อุปสรรค’ ในแบบของมัน และสิ่งที่มาช่วยคุณยูกิก้าวข้ามชีวิตของเธอในแต่ละวันก็ไม่ใช่อะไรอื่น เป็นการ์ตูนชายรักชายเรื่องหนึ่งที่ออกในนิตยสารในรายสัปดาห์นี่เอง

มันอาจจะไม่ใช่การแข่งไตรกีฬา ปลูกป่า หรือสร้างธุรกิจ และความจริงมันอาจเป็นกิจกรรมที่ ‘น่าอาย’ นิดหน่อยด้วยซ้ำ เพราะใครเคยได้ยินวรรคทองนี้บ้าง?

“โตจนป่านนี้แล้วยังอ่านการ์ตูนอยู่อีก”

แต่ไรมา การ์ตูนมีภาพจำว่าเป็นสื่อบันเทิงของ ‘เด็ก’ เป็นสิ่งที่ถูกผลิตมาเพื่อ ‘เด็ก’ เมื่อคนเราถึงวัยหนึ่งก็ควรหยุดอ่านการ์ตูนได้แล้ว แต่เป็นการ์ตูนที่มีชายหนุ่มสองคนตกหลุมรักกันนี้เองที่ทำให้ยูกิที่แต่เดิมเดินกระย่องกระแย่งและออกจะโซซัดโซเซหน่อย ๆ เปลี่ยนมาเดินฮัมเพลงได้อย่างสดใส มีบางสิ่งให้ ‘ตั้งตารอ’ และ ‘เอาใจช่วย’ ในแต่ละวัน หรือกระทั่งได้ผูกมิตรกับสาวน้อยที่อายุห่างกับตัวเองถึง 58 ปีด้วยซ้ำ

เอวของเธอยังเจ็บอยู่มั้ย? ยังเจ็บอยู่ เธอผ่าฟักทองได้หรือยัง? ก็น่าจะยัง แต่ในแต่ละวัน เธอได้ตั้งตารอให้การ์ตูนตอนใหม่ออก และรอให้สาวน้อยอุราระมาที่บ้าน เพื่อที่พวกเธอจะได้ ‘เม้าท์มอย’ และเอาใจช่วยตัวเอกให้ได้พบรักไปพร้อมๆ กัน

การ์ตูนในสายตาบางคนอาจเป็นความบันเทิงเล็ก ๆ น้อย ๆ พอ ‘โตแล้ว’ ก็ควรก้าวผ่านวัยที่มานั่งอ่านการ์ตูนหัวเราะคิกคักได้แล้ว แต่สำหรับคุณยูกิมันคือสิ่งที่เข้ามาเติมเต็มความว่างเปล่าในแต่ละวันของเธอ ทำให้เธอก้าวผ่านวันแต่ละวันไปได้ด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพใหม่ ๆ เธอไม่ได้มองว่ามันเด็กน้อย หรือมองว่ามันเป็นเรื่องผิดประหลาดที่ตัวเอกทั้งสองของเรื่องเป็นผู้ชาย เธอเพียงกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและตื่นตาตื่นใจว่า“อายุจนป่านนี้แล้ว ยังพบเจอเรื่องใหม่ ๆ ได้อีก!”

“เด็กยังต้องการผู้ใหญ่อยู่เสมอ”

เมื่อเราเห็นภาพของสาวน้อยอุราระมานั่งจับเข่าเม้าท์มอยกับคุณยูกิในวัย 75 ก็อดนึกถึงการสัมภาษณ์กับมะขวัญ - วิภาดา แหวนเพชร อาจารย์วิชาความสุขจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังเมื่อปีก่อนไม่ได้

“เด็กยังต้องการผู้ใหญ่” อาจารย์มะขวัญบอกกับเราท่ามกลางกระแสที่เด็กกับผู้ใหญ่ดูจะเดินไปคนละทิศคนละทางขึ้นทุกที “เขาต้องการผู้ใหญ่สักคนเป็นหลักให้หน่อย รับฟังเขาหน่อย” เมื่อเรามองไปที่คุณยูกิ เราก็เหมือนจะได้เห็นภาพผู้ใหญ่อย่างที่อาจารย์มะขวัญบอกขึ้นมา

หากใครในที่นี้เคยเป็นสาวน้อยที่ติดตามการ์ตูนญี่ปุ่น โดยเฉพาะการ์ตูนชายรักชายมาก่อน คงจะรู้ว่ามันเหมือนโลกเวทมนตร์ดี ๆ นี่เอง โลกเวทมนตร์ที่ไม่ได้มีเพียงมนตร์วิเศษสนุกสนาน แต่เป็นโลกเวทมนตร์ที่ต้องเก็บซ่อนไว้ อย่าให้คนธรรมดามาเห็น ไม่งั้นเธอจะโดนจับตรึงไม้กางเขนและเผาไฟ จะโดนบอกว่าเป็น “เนิร์ด” เป็น “โอตาคุ” “ออกจากบ้านและหัดใช้ชีวิตซะบ้าง” “เข้าสังคมไม่เป็น” “ลามก” ฯลฯ

ในปัจจุบัน เราอาจเห็นการ์ตูนและนิยายชายรักชายวางขายอยู่ทั่วไปตามชั้นหนังสือ แต่กาลครั้งหนึ่ง การ์ตูนและนิยายชายรักชายเคยโดนตำรวจบุกปิดแผง เคยโดนกวาดเรียบออกจากเว็บบอร์ดนิยาย โดนมองว่าเป็นสื่อลามกอนาจารณ์ไม่เหมาะกับเด็ก ๆ ฉะนั้นโลกของนิยายและการ์ตูนชายรักชายคือโลกที่เคยเต็มไปด้วยมลทินและคนที่อ่านนิยายหรือการ์ตูนประเภทนี้ก็ต้องรับมลทินเหล่านั้นไปเช่นกัน

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่อุราระจะเก็บการ์ตูนชายรักชายนับไม่ถ้วนของเธอไว้ไม่ให้ใครเห็น บรรดาสาวน้อย (ที่ตอนนี้หลายคนก็น่าจะเติบโตมีงานมีการเป็นผู้ใหญ่กันไปแล้ว) ที่เคยผ่านเหตุการณ์แบบนั้นมาก่อน เห็นแล้วก็อาจจะรู้สึกทันทีว่า “อ้าว นี่มันฉันนี่!”ยิ่งอุราระเองก็ไม่ใช่เด็กหญิงที่วิเศษวิโสอะไร เธอไม่ได้ขี้เหร่แต่ก็ไม่ได้สวยพริ้ง ไม่ได้จนแต่ก็ไม่ได้รวย เป็นคนธรรมดา ๆ คนหนึ่งบนเส้นค่าเฉลี่ยของสังคม ยิ่งอยู่ในวัยที่ใส่ใจต่อสายตาของเพื่อน ๆ รอบตัวเป็นพิเศษ การที่อุราระจะไม่อยากให้มีอะไรมากระทบสถานะของเธอในหมู่เพื่อน ๆ ไปมากกว่านี้เป็นเรื่องเข้าใจได้

แต่หลังจากได้พบคุณยูกิที่มาซื้อการ์ตูนเรื่องเดียวกับที่เธอชอบ เราจะเห็นได้ว่าความจริงตัวอุราระเอง ก็ไม่ได้อยากปกปิดความชอบของเธอเป็นความลับขนาดนั้น หากมีคนที่พร้อมเปิดใจ รับฟัง และแบ่งปันสิ่งที่เธอชอบไปด้วยกัน เธอเองก็อยากจะเอาการ์ตูนตอนล่าสุดมานั่งเม้าท์มอยด้วยเหมือนกัน ถึงแม้ในทีแรก อุราระเองก็ประหลาดใจที่เห็นผู้หญิงวัย 75 อย่างคุณยูกิมาซื้อการ์ตูนชายรักชาย แต่เมื่อเห็นคุณยูกิกลับมาหาเล่มถัดไปที่ขายหมดแล้ว ความคิดแรกของเธอคือ “ฉันให้ยืมไหมคะ?” ต่อให้ปกติ ทางร้านจะรับสั่งหนังสือให้ด้วยก็ตาม

ต่อมาเมื่อคุณยูกิชวนเธอไปคุยเรื่องการ์ตูนที่ชอบด้วยกันที่ร้านกาแฟ อุราระอาจจะยังขัด ๆ เขิน ๆ ไปบ้างจนพูดไม่ออก แต่สุดท้าย ความชอบก็ทำให้ทั้งสองก้าวข้ามความขัดเขินและผูกสัมพันธ์กันได้ในที่สุด และอุราระก็กลายเป็นแขกประจำในเรือนญี่ปุ่นหลังใหญ่ของคุณยูกิในที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น สุดท้ายแล้ว มิตรภาพที่อุราระได้รับจากคุณยูกิ ยังเป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันอุราระให้ได้พบและ ‘ลงมือทำ’ ในสิ่งที่ตัวเองชอบอีกด้วย

อุราระในวัย 17 ปี กำลังจะขึ้นปีสุดท้ายของชั้นมัธยมปลาย เรียกได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญในชีวิตของใครหลาย ๆ คน อาจารย์ที่โรงเรียนเองก็ขอให้เธอตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งที่อยากทำในอนาคตได้แล้ว แต่กระดาษคำตอบของอุราระก็ยังว่างเปล่า

จนกระทั่ง คุณยูกิเป็นคนเอ่ยปากถามก่อนว่าอุราระชอบอ่านการ์ตูนขนาดนี้ ทำไมไม่วาดเองดูบ้าง? แน่นอน อุราระผู้แสนเป็นมนุษย์ธรรมดาย่อมปฏิเสธ เธออาจจะชอบวาดรูปเล่นอยู่บ้าง แต่ฝีไม้ลายมือก็ไม่ได้เยี่ยมยอดอะไร ทว่า หลังโดนคุณยูกิถาม ประตูบานหนึ่งในใจเธอก็เปิดออกแล้ว อุราระตัดสินใจลองไปออกบูธขายการ์ตูนของตัวเองในงานรวมตัวนักเขียนหนังสือทำมือดู ซึ่งการตัดสินใจในครั้งนี้ทำให้เธอได้หัดวาดรูปอย่างจริงจัง แถมยังได้รับความช่วยเหลือจากคุณยูกิในการตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม

แม้จะต้องพบกับอุปสรรค และต้องเผชิญหน้ากับความหวาดกลัว ความไม่มั่นใจ หรือแม้กระทั่งความผิดหวัง สุดท้าย อุราระก็ยังได้ลงมือลงแรงทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และพูดได้อย่างเต็มปากว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ ‘สนุก’
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคุณยูกิ กลายเป็นแรงผลักดันให้อุราระก้าวผ่านความหวาดกลัวและความไม่มั่นใจ จนได้พบกับอีกด้านหนึ่งของตัวเองในที่สุด เธอได้โอบกอดสิ่งที่เธอรักไว้จนเต็มอ้อมแขน ได้เปลี่ยนมันเป็นผลงานที่จับต้องได้ และเธอได้พบแรงผลักดันที่ไม่คิดว่าตัวเองจะมี

คนละวัย แต่ก้าวเดินไปพร้อมกัน

อายุ 17 กับอายุ 75 สามารถเป็นช่วงวัยที่ต่างกันได้อย่างคาดไม่ถึง คนหนึ่งกำลังอยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ เตรียมจะสยายปีกออกสำรวจโลกเป็นครั้งแรก ขณะที่อีกคนผ่านร้อนผ่านหนาวจนเรื่องที่จะให้ตั้งตารอในชีวิตเริ่มน้อยลงไป แต่กระนั้นทั้งสองช่วงวัย ก็ใช่ว่าจะหันเข้าหากันไม่ได้ ขอเพียงมีหัวใจที่เปิดกว้าง

ไม่ว่าจะเป็นการเปิดใจต่อสิ่งใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยเจอมาก่อน เปิดใจรับฟังกันและกัน หรือแม้กระทั่งเปิดใจต่อความท้าทายใหม่ ๆ

เมื่อคุณยูกิเปิดใจรับการ์ตูนชายรักชายที่เธอไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน เธอจึงได้มาพบกับอุราระ เมื่ออุราระพบว่าคุณยูกิมีความสนใจร่วมกับเธอ และยินดีที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับเธอ ความสัมพันธ์ที่มีความห่างระหว่างช่วงวัยถึง 58 ปี ถึงได้เริ่มขึ้น และหลังจากเปิดใจรับความท้าทายใหม่ ๆ อุราระถึงได้พบแง่มุมใหม่ ๆ ของตัวเองที่เธออาจคาดไม่ถึงมาก่อนและได้ลงมือทำในสิ่งที่ชอบจากใจ

คนทั้งสองต่างได้ก้าวข้ามความท้าทายที่เข้ามาในช่วงวัยของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความเงียบเหงา เอื่อยเฉื่อย ไม่มีอะไรให้ตั้งตารอในวัย 75 หรือการค้นหาตัวเอง พยายามทำสิ่งที่ตัวเองชอบให้เป็นจริง หรือแม้กระทั่งการรักษาสถานะของตัวเองในหมู่เพื่อน ๆ ในวัย 17 เมื่อเปิดใจให้กัน คนทั้งสองก็กลายมาเป็นเพื่อนร่วมทางบนเส้นทางแห่งช่วงวัยของแต่ละคนได้เช่นกัน

ขอบคุณภาพจาก : nikkatsuchannel

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...