ชัวร์ก่อนแชร์ Motor Check : รถยนต์ EV ใช้ 5-8 ปี กลายเป็นเศษเหล็ก จริงหรือ ?
สำนักข่าวไทย Online
อัพเดต 20 เม.ย. 2566 เวลา 14.00 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2566 เวลา 07.00 น. • สำนักข่าวไทย อสมท18 เมษายน 2566 – จากกรณีมีการแชร์คำเตือนว่า คิดให้ดีก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV เพราะเมื่อใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า 5-8 ปี แล้วจะกลายเป็นเศษเหล็ก เพราะแบตเตอรี่เสื่อมทำให้รถยนต์ไร้ราคา นั้น
บทสรุป : ไม่จริง ไม่ควรแชร์ต่อ ❌
ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และ หัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility & Vehicle Technology Research Center มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
แบตเตอรี่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ และมีราคามากกว่า 70% ของราคารถยนต์ ?
: ในยุคแรก แบตเตอรี่จะมีราคาเกินครึ่งของราคารถยนต์ แต่ปัจจุบันราคาแบตเตอรี่เหลือ 1 ใน 3 ของราคารถยนต์แล้ว ดังนั้น อีก 8 ปีข้างหน้า ราคาแบตเตอรี่น่าจะลดลง อาจจะเหลือประมาณ 20-25% ของราคารถ เมื่อไรก็ตามที่แบตเตอรี่ เกิดการเสื่อม จะเสื่อมทีละเซลล์ ไม่ได้เสื่อมพร้อมกันทั้งหมด
ดังนั้น เวลาช่างตรวจ ก็จะเช็กทีละโมดูล ไล่ตรวจในระดับเซลล์ นำไปรีแพค และกลับมาขายเป็นแบตเตอรี่ใช้แล้วต่อได้แต่สำหรับแบตเตอรี่ ที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า 70% อาจถูกนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนในโรงไฟฟ้าแทนการนำกลับมาใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า Repurpose นั่นเอง ส่วนแบตเตอรี่ที่หมดสภาพแล้ว ก็จะถูกนำไป Recycle กลับเข้าระบบต่อไป
ถ้าจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าให้คำนวณว่า ภายใน 8 ปี เราเติมน้ำมันถึงราคารถยนต์หรือไม่ ?
: หากใช้รถยนต์โดยสม่ำเสมอ 5-8 ปี การใช้รถไฟฟ้า ย่อมประหยัดกว่าค่าน้ำมันที่เสียไป แต่ในกรณีที่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ ราคาแบตเตอรี่ ณ ปัจจุบัน อาจยังไม่คุ้มเท่าการใช้รถยนต์เติมน้ำมัน แต่หากมองไปถึง 8 ปีข้างหน้าที่แบตเตอรี่ มีแนวโน้มถูกลงกว่านี้ อาจจะคุ้มค่ากับการเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า
ดังนั้น เมื่อแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าหมดอายุการใช้งาน หากนำรถยนต์ไฟฟ้าไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ ก็สามารถใช้รถไฟฟ้าต่อไปได้
ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย : สุทธิมนัส ชินอัครพงศ์
เรียบเรียงโดย : กฤษณา กาญจนเพ็ญ และ ชยานิษฐ์ ผ่องใส