โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลี่ยงได้เลี่ยง! 5 สิ่งไม่ควรทำ เร่งจอประสาทตาเสื่อม

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 28 เม.ย. 2566 เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2566 เวลา 03.19 น. • Bright Today

ชาวพนักงานออฟฟิศ นักเรียน นักศึกษา ใครก็ตามที่อยู่กับหน้าคอม สมาร์ทโฟน บ่อยๆ เลี่ยงได้เลี่ยง! 5 สิ่งไม่ควรทำ เร่ง จอประสาทตาเสื่อม

การดำเนินชีวิตสมัยนี้ก็ต้องอยู่กับ หน้าจอคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค และสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ไม่ว่าจะวัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน หรือแม้แต่วัยผู้สูงอายุ ซึ่งหน้าจอของสิ่งเหล่านั้นก่อให้เกิดโรคหรือความผิดปกติที่ตาได้ โดยเฉพาะคนที่ต้องจอคอมนานๆ วันละหลายๆ ชั่วโมงจนตาเริ่มอาการ ตาแห้ง, ตามัว, ปวดตา ซึ่งนั่นก็คือสัญญาณของโรค จอประสาทตาเสื่อม นั้นเอง อาการเสื่อมของตาโดยธรรมชาติอาจจะเกิดช่วงวัยสูงอายุแต่สมัยนี้การเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมพบในคนอายุน้อยมากขึ้น หรือ ก่อนวัยอันควรนั้นเอง

young-man-feeling-serious-cafe 1

5 สิ่งไม่ควรทำ เร่งจอประสาทตาเสื่อม

วางคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสม

  • เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ ควรวางจอคอมพิวเตอร์ด้านข้างหน้าต่าง โดยมีระยะห่างระหว่างจอภาพกับตัวเราประมาณ 50 – 70 ซม. จัดระดับจดภาพจากจุดศูนย์กลางของจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่กว่าระดับสายตาประมาณ 4 – 9 นิ้ว ที่สำคัญไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำเกินไป

ไม่กล้ากำจัดแสงไฟที่รบกวน

  • นอกจากวางคอมพิวเตอร์ถูกตำแหน่งแล้ว ควรปิดไฟบางดวงที่รบกวนการทำงาน เพราะความสว่างที่มากเกินไป มีผลต่อสายตา เพื่อป้องกันแสงที่เข้าตาโดยตรง ควรปิด หรือใช้มู่ลี่เพื่อปรับแสงให้ผ่านได้เพียงบางส่วน

ใช่ขนาดตัวอักษรไม่เป็น

  • จำไว้ว่าทุกครั้งที่พิมพ์งาน นอกจากเลือกใช้ขนาดของตัวอักษรที่ใหญ่พอแล้ว ควรปรับความเข้มของตัวอักษรให้เหมาะสมโดยสังเกตได้จากยังสามารถอ่านตัวอักษรได้ใน ระยะห่างเป็น 3 เท่าของระยะที่นั่งทำงาน

สวมแว่นผิด

  • สีเลนส์ที่ควรเลือกใช้ ควรเป็นสีเขียวอ่อน เพราะจะช่วยทำให้รู้สึกสบายตาภายใต้แสงจากหลอดไฟฟ้า ฟลูออเรสเซนต์ รวมถึงช่วยลดแสงสะท้อนจากจอภาพ โดยเลือกแว่นตาที่มีกำลังขยายสำหรับระยะ 50 – 70 ซม. ซึ่งค่ากำลังของเลนส์ จะแตกต่างจากเลนส์อ่านหนังสือหรือเลนส์มองใกล้ทั่วไป

ลืมกะพริบตา-ไม่ยอมลุกจากเก้าอี้

  • สมาธิที่จดจ่อขณะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้อัตราการกะพริบตาลดลงจาก 20 – 22 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 6 – 8 ครั้งต่อนาทีถ้าไม่อยากตาแห้ง หรือต้องใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น การกะพริบตาถี่ๆ หรือลุกยืดเส้นยืดสายช่วยได้

คำแนะนำ บริหารกล้ามเนื้อตาง่าย ๆ

  • กลอกตาขึ้น – ลงช้า ๆ 6 ครั้ง โดยให้เหลือบตาขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุด ในระหว่างการบริหาร เมื่อทำครบแล้วให้กลอกตาไปข้างขวาและซ้ายสลับกัน โดยกลอกตาไปให้ขวาสุด และซ้ายสุด ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง
  • จากนั้นชูนิ้วขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตา ห่างจากสายตาประมาณ 8 นิ้ว แล้วจ้องมองไปที่ระยะไกล ๆ ประมาณ 10 ฟุต สลับกับใช้ตามองระยะใกล้ที่นิ้วมือใช้เวลามองแต่ละที่ประมาณ 2 – 3 วินาที ทำสลับไปมา
  • กลอกตาเป็นวงกลมช้า ๆ โดยเริ่มกลอกตาตามเข็มนาฬิกาก่อน แล้วกลอกตาทวนเข็มนาฬิกาสลับไปมา

ทั้งนี้คนที่ใช้สายตาบ่อยๆ วันละมากกว่า 8 ชั่วโมงติดต่อกัน ที่สำคัญคือควรที่จะไปตรวจสุขภาพตาปีละ 1 ครั้ง เพื่อวัดความดันตา ตรวจเช็กจอประสาทตาและความผิดปกติของสายตา หรือถ้าหากสังเกตได้ว่าตามีความผิดปกติไป ความสามารถในการมองเห็นลดลง ก็ควรรีบไปพบแพทย์และรับการรักษาที่ถูกวิธี

แหล่งที่มา สสส

ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ

Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...