นทท.ญี่ปุ่นหวิดเสียชีวิต เจอฮีตสโตรกจากอากาศร้อนจัดในไทย
นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นวัย 70 เจออากาศร้อนจัดเมืองไทยเป็นลมแดดล้มพับข้างทางอาการหนัก โชคดีทีมข่าวผ่านไปพบ รีบช่วยเหลือประสานส่งตัวเข้าโรงพยาบาล
.
วันที่ 17 เม.ย. 66 นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นวัย 70 ปี เป็นลมแดดระหว่างปั่นจักรยานท่องเที่ยวในพื้นที่ ชุมชนบ้านใหม่ตระพังทอง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย ล้มฟุบแน่นิ่งกับทางเท้า โชคดีที่ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุโขทัย ซึ่งเสร็จสิ้นจากภารกิจทำข่าววันสงกรานต์ได้ผ่านไปพบ และให้การช่วยเหลือได้ทันการณ์
.
นายภูเบศวร์ ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุโขทัยเล่าถึงเหตุที่เกิดขึ้นว่า เวลาประมาณ 14.40 น. ของวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา ตนกำลังขับรถกลับบ้านหลังเสร็จสิ้นภารกิจทำข่าวงานสงกรานต์ พอมาถึงที่เกิดเหตุพบชายคนดังกล่าวนอนตะแคงฟุบอยู่บนทางเท้าข้างถนน โดยมีชาวบ้านในละแวกดังกล่าวยืนดูอยู่ ตอนแรกตนคิดว่าเป็นเหตุคนเมาแล้วรถล้ม เมื่อลงไปช่วยเหลือจึงทราบว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น
.
โดยในตอนนั้นนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวมีอาการที่ค่อนข้างแย่ นอนนิ่งช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มีอาการเหนื่อย หอบ หายใจติดขัด ชีพจรเต้นอ่อน นิ้วมือขวามีเลือดไหล และที่ขาก็มีแผลใหญ่ เป็นรอยไหม้จนผิวหนังถลอก พูดคุยไม่ได้
.
สังเกตดูนาฬิกาสมาร์ตวอตช์ที่เขาใส่ ก็พบหัวใจเต้นช้า เหลือ 56 ครั้งต่อนาที แล้วก็โดดมาเต้นเร็ว 109 ครั้งต่อนาที สลับกันอยู่อย่างนี้ จึงให้น้องๆ ทีมข่าวที่ไปด้วยกันรีบโทรแจ้งตำรวจ ประสานขอรถพยาบาล พร้อมกับติดต่อรีสอร์ตที่ชายญี่ปุ่นเข้าพัก เพื่อถามข้อมูลและแจ้งให้ทราบ
.
ระหว่างที่รอความช่วยเหลือ ก็มีชาวบ้านออกมาดูเหตุการณ์ แล้วก็ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทั้งให้ยาดม ยาหม่อง ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว เอาน้ำเกลือล้างแผล ชงน้ำหวานให้ดื่ม ตักน้ำราดพื้นปูนระบายความร้อน จนชายญี่ปุ่นอาการเริ่มดีขึ้น กระทั่งตำรวจ สภ.เมืองเก่า และตำรวจท่องเที่ยวมาถึงที่เกิดเหตุ จึงรีบพาขึ้นรถแล้วไปสลับเปลี่ยนกับรถพยาบาลระหว่างทาง เนื่องจากช่วงเวลานั้นมีประชาชนเดินทางมาเล่นน้ำสงกรานต์จำนวมาก ทำให้รถติดยาวกว่า 3 กิโลเมตร
.
ล่าสุด รายงานข่าวแจ้งว่า นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นรายนี้ ได้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุโขทัย 1 คืน โดยมีเจ้าของรีสอร์ตคอยดูแลช่วยเหลือต่อ ก่อนจะขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่ เตรียมเดินทางกลับเมืองโอซากะ ประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ถือว่าโชคดีอย่างมาก ที่มีคนมาเจอเหตุและช่วยเหลือได้ทันเวลา เพราะถ้าเจอช้ากว่านี้ 30 นาที ชายญี่ปุ่นรายนี้คงไม่รอดแน่