ตึงเครียด! หลายชาติ อพยพจนท. ออกจากตอ.กลาง ขณะทรัมป์บอก ไม่พอใจการเจรจาอิหร่าน
ตึงเครียด! หลายชาติ อพยพจนท. ออกจากตอ.กลาง ขณะทรัมป์บอก ไม่พอใจการเจรจาอิหร่าน
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และจีน ได้อพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตของตนเองออกจากตะวันออกกลาง พร้อมออกคำเตือนเรื่องการเดินทาง ท่ามกลางความกังวลต่อความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ที่ทวีความตึงเครียดขึ้น ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์(27 ก.พ.)ว่า เขาไม่พอใจเกี่ยวกับการเจรจาทางการทูตกับอิหร่าน
“ผมไม่พอใจกับการเจรจา เรากำลังเจรจากันอยู่ตอนนี้ แต่พวกเขายังไม่ได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง” ทรัมป์กล่าว เมื่อถูกถามว่า เขาใกล้จะตัดสินใจสั่งโจมตีอิหร่านมากแค่ไหน ผู้นำสหรัฐตอบว่า “ไม่ขอบอกดีกว่า”
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน สหรัฐได้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนประจำสถานทูตสหรัฐในกรุงเยรูซาเล็มของอิสราเอล ว่าพวกเขาพร้อมกับครอบครัวได้รับอนุญาตให้ออกจากอิสราเอลได้ ขณะที่ยังมีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการอยู่ โดยอิสราเอลอาจตกเป็นเป้าการตอบโต้จากอิหร่าน หากเข้าร่วมในการโจมตีของสหรัฐ ด้านสถานทูตสหรัฐระบุว่า อาจสั่งห้ามเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังบางพื้นที่ เช่น ย่านเมืองเก่าของเยรูซาเล็ม และเขตเวสต์แบงก์
ก่อนหน้านี้สหรัฐได้ออกคำสั่งอพยพคล้ายกันกับเจ้าหน้าที่การทูตของสหรัฐในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ขณะที่สหราชอาณาจักร จีน อินเดีย และประเทศอื่นๆ ก็ได้แนะนำให้พลเมืองหรือนักการทูตของตนอพยพออกจากพื้นที่บางส่วนของตะวันออกกลางเช่นกัน ส่วนออสเตรเลีย โปแลนด์ ฟินแลนด์ และสวีเดน เป็นหนึ่งในประเทศที่แนะนำให้พลเมืองออกจากภูมิภาคนี้
การอพยพและคำเตือนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้มีขึ้น ขณะที่สหรัฐยังคงระดมกำลังทหารจำนวนมากในภูมิภาค รวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 ได้แก่ เรือยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์.ฟอร์ด ที่ขณะนี้อยู่ในน่านน้ำของอิสราเอล หลังจากทรัมป์กล่าวขู่หลายครั้งว่าจะโจมตีอิหร่าน และการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งการเจรจาที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์นั้น ยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะกลับมาเจรจากันอีกครั้งโดยเร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจมีการหารือทางเทคนิคต่อ ที่กรุงเวียนนาของออสเตรีย ในวันที่ 2 มีนาคมนี้
ด้านนายบาดีร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน กล่าวภายหลังพบกับนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ว่า สันติภาพอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
อย่างไรก็ตาม แม้อิหร่านและโอมานจะแสดงท่าทีเชิงบวกเกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจา แต่ทรัมป์กลับให้ความเห็นในวันเดียวกันในทิศทางตรงกันข้าม โดยกล่าวถึงการโจมตีทางอากาศว่า เรายังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย พวกเขาไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ และเราไม่พอใจกับวิธีการที่พวกเขาเจรจา
แหล่งข่าวใกล้ชิดสหรัฐระบุว่า คณะผู้เจรจาของสหรัฐซึ่งนำโดยนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนของทรัมป์และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ ได้เดินทางออกจากนครเจนีวาด้วยความผิดหวังหลังเสร็จสิ้นการเจรจา
ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่สหรัฐอาจโจมตีในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งอุดมด้วยพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับขึ้นถึง 3.2% แตะระดับ 73 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในการซื้อขายที่กรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ซึ่งเป็นราคาสูงสุดระหว่างวันนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตึงเครียด! หลายชาติ อพยพจนท. ออกจากตอ.กลาง ขณะทรัมป์บอก ไม่พอใจการเจรจาอิหร่าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th