พายุฤดูร้อนถล่ม! หนักสุดรอบ 20 ปี หอบโรงจอดรถปลิวทั้งหลัง
27 ก.พ. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา นายบุญช่วย ศิลาไลย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพลับพลาชัย อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย นางอุษามณี จันเติบ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพลับพลา คณะครู เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลพลับพลาชัย ผู้นำชุมชน อาสาสมัครหน่วยกู้ภัย และประชาชน รวมถึงพระสงฆ์ ได้ช่วยกันรื้อแผ่นหลังคาเหล็กเมทัลชีท สรรไท และโครงเหล็กหลังคา ของอาคารโรงจอดรถโรงเรียนวัดพลับพลา ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ มากองกีดขวางถนนเข้าออกหมู่บ้าน ระหว่างบ้านพลับพลา ไปยังบ้านโคกกี่ และบ้านนกกระเรียน ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถนำเอาแผ่นหลังคาเหล็กเมทัลชีท สรรไท และโครงเหล็กหลังคา ของอาคารโรงจอดรถ ออกจากบริเวณถนนได้ เพื่อให้รถสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ
หลังจากช่วงเวลาประมาณ 17.20 น. วันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฝนฤดูร้อนพัดถล่มหลายพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ ทำให้อาคาร บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ รวมเต็นท์หลังคาสถานที่จัดงานมหรสพต่าง ๆ ในหลายพื้นที่ได้รับความเสียหาย
โดยพบว่าในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลพลับพลาชัยถูกฝนถล่มอย่างหนักประมาณครึ่งชั่วโมง โดยมีทั้งฝน ลูกเห็บตก ลมกระโชกแรง และลมพายุหมุนพัดเอาหลังคา และโครงหลังคาของโรงจอดรถโรงเรียนวัดพลับพลา ทั้งแถบปลิวลอยไปข้ามนอกรั้วโรงเรียน กองอยู่กลางถนนเข้า-ออกหมู่บ้าน รวมถึงขณะเกิดเหตุพายุฝนยังได้พัดถล่มอาคารเรียน และบริเวณอาคารสถานที่ต่าง ๆ ภายในโรงเรียน รวมถึงพัดถล่มบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงทั้ง 3 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างอีกด้วย
ส่วนความเสียหายทั้งหมด ทางโรงเรียนฯ รวมถึงทางเทศบาลตำบลพลับพลาชัย จะเข้าทำการสำรวจและตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงเช้าของวันนี้
นางอุษามณี จันเติบ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพลับพลา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ เล่าให้ฟังว่า ในช่วงเย็นวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฝนพัดถล่มโรงเรียนอย่างหนัก ทำให้หลังคาโรงจอดรถปลิวไปทั้งแถบ รวมถึงเบื้องต้นยังมีอาคารหลายแห่งได้รับความเสียหายด้วย นอกจากนี้ ยังพบว่ามีบ้านเรือนของประชาชน ที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงเรียนได้รับความเสียหายด้วยเช่นเดียวกัน
ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเกิดขึ้นเร็วมาก ทำให้หลายคนตั้งตัวแทบไม่ทัน หลายคนต้องเอาชีวิตรอดด้วยการมุดใต้ท้องรถก็มี ถึงแม้จะตกมาไม่นานเพียงประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่พายุฝนพัดกระหน่ำลงมาอย่างหนักมาก ถือว่าเหตุการณ์ครั้งนี้หนักสุด จากที่เคยเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา
ด้านนายบุญช่วย ศิลาไลย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพลับพลาชัย อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ บอกว่า เบื้องต้นนอกจากมีโรงเรียนวัดพลับพลา ที่ได้รับความเสียหายแล้วยังมีบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ 3 หมู่บ้าน คือบ้านพลับพลา บ้านโคกกี่ และบ้านนกกระเรียน ได้รับความเสียหายด้วยเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 50 หลังคาเรือน รวมถึงสิ่งปลูกสร้างและสถานที่อื่น ๆ อีก ซึ่งจะได้มีการออกสำรวจและตรวจสอบความเสียหายอีกครั้งในช่วงเช้าของวันที่ 27 ก.พ.69 เพื่อที่จะได้รายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และจะได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.