โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กรมอุทยานฯ แจง พลายด้วน ไม่ได้กินพลาสติกเร่งให้ยาฆ่าเชื้อ 7 วัน

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากกรณีที่โซเชียลแห่เป็นห่วง พลายด้วน ช้างป่าขวัญใจประชาชน หลังมีข่าวลือว่าน้องถ่ายออกมาเป็นขยะพลาสติก ล่าสุด นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกมาสยบดราม่า พร้อมเผยผลวินิจฉัยจากสัตวแพทย์ที่ทำเอาหลายคนโล่งอก

กรมอุทยานฯ แจง พลายด้วน ไม่ได้กินพลาสติกเร่งให้ยาฆ่าเชื้อ 7 วัน

อาการพลายด้วน ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 สัตวแพทย์ประจำ สบอ.1 ปราจีนบุรี ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และพบว่า บริเวณรูทวารของช้างป่ามีอาการบวมแดงและเป็นแผล ซึ่งสิ่งที่เห็นไหลออกมานั้น ไม่ใช่ขยะพลาสติก อย่างที่เข้าใจผิดกัน แต่เป็นหนองที่เกิดจากอาการ ฝีแตก บริเวณใต้รูทวารนั่นเอง

สำหรับการรักษาในขณะนี้ ทางทีมหมอได้วางแผนให้ ยาช้างป่า อย่างเข้มข้น ประกอบด้วย:

- ยาลดอักเสบ: จำนวน 20 เม็ดต่อวัน ต่อเนื่อง 3 วัน

- ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ): จำนวน 40 เม็ดต่อวัน ต่อเนื่อง 7 วัน

กรมอุทยานฯ แจง พลายด้วน ไม่ได้กินพลาสติกเร่งให้ยาฆ่าเชื้อ 7 วัน

นอกจากนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังกำชับเจ้าหน้าที่ด่านหมูสีให้เฝ้าระวังอาการแบบวันต่อวัน โดยขอความร่วมมือให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องงดเข้าใกล้พื้นที่ เพื่อไม่ให้ช้างเกิดความเครียดหรือหวาดระแวงจนไม่ยอมกินยา

เบื้องต้นจะดูอาการภายใน 7 วันนี้ หาก การรักษาพลายด้วน ด้วยยาเม็ดยังไม่ดีขึ้น ทางกรมฯ อาจพิจารณาปรับแผนการรักษาหรือเพิ่มปริมาณยาตามความเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าช้างป่าตัวนี้จะกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์อีกครั้ง

กรมอุทยานฯ แจง พลายด้วน ไม่ได้กินพลาสติกเร่งให้ยาฆ่าเชื้อ 7 วัน

ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...